ใต้กลลวงของคนเลว

ใต้กลลวงของคนเลว

อามี ทอฟอ · กำลังอัปเดต · 68.2k คำ

302
ยอดนิยม
365
การดู
6
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

มองเฉยๆคิดตังค์ แต่ถ้าเอามือคลำฟรี

บท 1

เสียงกริ่งประตูดังแผดขึ้นตอนสามทุ่มครึ่ง เสียงนั้นก้องบาดอารมณ์เสียจนไอรีนสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาในมือบางลากเส้นเบี้ยวไปทั้งบรรทัด ปากกาลูกลื่นกดลึกลงบนสมุดบัญชีที่เธอกำลังตรวจทานอย่างเคร่งเครียด

หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตามองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง ก่อนจะเบนสายตาไปยังประตูห้องนอนของไออุ่นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ปิดสนิท มีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากใต้รอยเหลื่อมประตูเล็กน้อย แสดงว่าน้องคงยังไม่หลับ แต่กระนั้นก็คงไม่ใช่คนที่มาเคาะประตูบ้านยามวิกาลเช่นนี้แน่

ไอรีนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปส่องผ่านรูตาแมวออกไปเบื้องนอก เงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่ง ดูเรียบเฉย เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทาย ชายคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาไว้ในมือ

"คุณไอรีน วนัสนันท์ใช่ไหมครับ"

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถามขึ้นทันทีที่เธอปลดล็อกและแง้มประตูออกเพียงครึ่งบาน โดยยังคงคล้องสายโซ่กันขโมยไว้อย่างระมัดระวัง

"พวกคุณเป็นใคร"

ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงพยายามบังคับให้ราบเรียบและนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นระส่ำถี่รัวขึ้นทุกวินาที

"เราเป็นตัวแทนจากบริษัท เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ครับ" ชายคนที่ถือแฟ้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไร้รอยคลื่นอารมณ์ "มาพบเรื่องหนี้สินของคุณธนากร ธนวัฒน์ บิดาของคุณ"

ไอรีนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก อากาศรอบตัวพลันเย็นเฉียบไปชั่วขณะ พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามเดือนก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด และนับแต่วันนั้น เธอก็พยายามดิ้นรนสะสางภาระทุกอย่างที่พ่อทิ้งไว้ ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้สินธนาคาร แต่ทว่า... เธอไม่เคยได้ยินชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" ปรากฏอยู่ในชีวิตของพ่อเลยสักครั้งเดียว

"พ่อฉันไม่ได้เป็นหนี้บริษัทคุณ" เธอปฏิเสธทันควัน

"ฉันตรวจสอบเอกสารการเงินและรายการบัญชีของพ่อหมดแล้ว"

ชายคนนั้นยิ้มจางๆ รอยยิ้มประดับใบหน้าทว่าไปไม่ถึงดวงตาและไร้ซึ่งความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสาร คลี่กระดาษแผ่นหนึ่งแล้วยื่นผ่านช่องประตูที่เปิดแคบๆ เข้ามาให้เธอดู มันคือสัญญากู้ยืมเงิน... สลักนามและลงลายมือชื่อโดย ธนากร ธนวัฒน์ ลายเซ็นอันคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นยำเพราะเคยเห็นบนเอกสารนับไม่ถ้วนมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าตัวเลขแปดหลักที่ระบุเด่นหราอยู่ในสัญญากลับทำให้มือบางที่รับกระดาษมาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สิบสองล้านบาท

"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำ เสียงแผ่วเบาแทบหายไปในลำคอ "พ่อไม่มีทางกู้เงินมากมายขนาดนี้"

"เอกสารและสัญญาลายลักษณ์อักษรพูดแทนตัวมันเองครับ คุณไอรีน" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนกดดัน

"ท่านประธานของเราประสงค์จะพบคุณโดยตรง เพื่อหารือเรื่องการชดใช้หนี้สินก้อนนี้"

"ท่านประธาน?" ไอรีนทวนคำ ความระแวงและความสงสัยแทรกซึมอยู่ในน้ำเสียง

"คุณอลัน เศรษฐโสภณ ครับ" เขาตอบ พลางโน้มศีรษะลงเล็กน้อย ราวกับชื่อนั้นเป็นชื่อที่สูงส่งที่ต้องเคารพยามเอื้อนเอ่ย

"พรุ่งนี้เวลาบ่ายสองตรง ทางเราจะส่งรถมารับคุณที่นี่ แต่หากคุณไม่สะดวกมา..." เขาเว้นจังหวะชั่วครู่ ดวงตาจ้องลึกเข้ามา

"เรื่องราวหลังจากนี้อาจจะซับซ้อนและยุ่งยากกว่านี้มากครับ"

เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ แต่บรรยากาศอันดาดเดี่ยวที่ทิ้งไว้ก่อนหมุนตัวเดินจากไปนั้น ชัดเจนพอจะทำให้ไอรีนตรัสรู้ได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่คำขอร้องหรือคำเชิญ... แต่คือคำสั่งที่ไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ

ไอรีนข่มตานอนไม่ลงตลอดทั้งคืน เธอนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามสืบค้นและพิมพ์ชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" รวมถึง "อลัน เศรษฐโสภณ" ในทุกฐานข้อมูลและซอกมุมของอินเทอร์เน็ตที่พอจะนึกออก ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับน้อยนิดจนผิดสังเกต บริษัทเอเวอร์กรีนถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องในฐานะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน งบการเงินและเอกสารดูสะอาดหมดจดเกินไปจนชวนให้ประหวั่นพรั่นพรึง ไม่มีข่าวอื้อฉาว ไม่มีประวัติข้อพาททางกฎหมาย ประหนึ่งมีมือที่มองไม่เห็นตั้งใจขัดเกลาและเก็บลบร่องรอยความสกปรกทุกอย่างจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับความถูกต้องอย่างแยบยล

แต่แล้ว เธอกลับไปพบกระทู้เว็บบอร์ดเล็กๆ ไม่กี่กระทู้ที่เอ่ยถึงชื่อตระกูลนี้ด้วยระลอกคลื่นความกลัว น้ำเสียงระมัดระวังราวกับกลัวว่าแค่พิมพ์ออกมาก็จะมีใครรับรู้ ประโยคชวนขนลุกอย่าง "อย่ายุ่งกับคนตระกูลนี้" ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงในเวลาตีสี่ครึ่ง พร้อมกับสองมือบางที่เย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอรีนบอก 'ไออุ่น' น้องสาวว่าเธอต้องออกไปจัดการธุระเรื่องเอกสารมรดกและทรัพย์สินของพ่อ เธอไม่กล้าปริปากบอกความจริงอันแสนหนักอึ้ง เพราะไม่อยากให้น้องสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยปีหนึ่งต้องแบกรับความวิตกไปด้วย ไออุ่นเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาหวาดหวั่นและเงามืดที่บดบังอยู่ในดวงตาของพี่สาว

กระทั่งเวลาบ่ายสองตรง รถเบนซ์สีดำสนิทติดฟิล์มมืดสนิท ก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านตรงเวลาเป๊ะ พนักงานขับรถก้าวลงมาเปิดประตูให้เธอด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อมราวกับเธอเป็นแขกทรงเกียรติ ทว่าสายตาเรียบเฉยใต้สูทสีดำกลับบอกชัดเจนว่า เธอไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินอื่นอีกแล้ว

อาคารสำนักงานใหญ่ของ เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ กระจกอาคารสีเข้มสะท้อนแสงแดดเจิดจ้าจนไม่อาจมองลอดเข้าไปเห็นความเคลื่อนไหวภายใน ไอรีนถูกนำทางผ่านล็อบบี้อันหรูหราอลังการ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นหลายชั้นซึ่งดูเข้มงวดเกินกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ก่อนจะถูกต้อนขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพื่อตรงไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเปิดออกสู่ห้องทำงานขนาดใหญ่โตก็ประจักษ์แก่สายตา ผนังห้องเป็นกระจกบานกว้างรอบทิศทาง เผยให้เห็นทัศนียภาพกว้างไกลของเมืองหลวงตระหง่านอยู่เบื้องล่าง และ ณ ใจกลางห้อง หลังโต๊ะทำงานสีดำคลับทรงโบราณอันหรูหราร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งประจำตำแหน่งอยู่

เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันทีที่เธอสืบเท้าเข้าไป สายตายังคงจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า ปล่อยให้ความเงียบทำงาน และเปิดโอกาสให้ไอรีนได้ลอบสังเกตเขา อลัน เศรษฐโสภณ ดูมีอายุราวๆ สามสิบต้นๆ สวมสูทสากลสีดำเข้มตัดเย็บอย่างประณีตและพอดีตัวไร้ที่ติจนดูราวกระชับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ผมสีดำสนิทถูกหวีเรียบร้อย โครงหน้าคมคายสันคมราวกับรูปแกะสลักหินอ่อน แต่สิ่งที่ทำให้ไอรีนรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจกลับเป็นความนิ่งสงบของเขามันไม่ใช่ความสงบเยือกเย็นธรรมดา แต่เป็นบรรยากาศของผู้ครอบครองที่สั่งสมอำนาจจนสามารถกดควบคุมทุกสิ่งรอบตัวไว้ในกำมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ครั้นเมื่อเขายอมเงยหน้าขึ้นในที่สุด สายตาทอดลึกสีเข้มล้ำลึกคู่นั้นก็จับจ้องตรงมายังเธอ นิ่งราวเสือจ้องเหยื่อ ไม่กะพริบ ราวกับกำลังผ่าแยกประเมินความรู้สึกทุกอณูของเธอออกเป็นชิ้นๆ

"นั่งสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบเฉยเอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำเชิญชวน แต่เป็นคำสั่งทรงพลังที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมารยาทอันตื้นเขินไอรีนขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม พยายามบีบบังคับสติและอาการประหม่าไม่ให้ฉายออกมาทางสีหน้า

"คุณอลัน ฉันต้องการทราบว่าสัญญาที่คุณอ้างว่าพ่อของฉันเซ็นไว้นั้นมันคืออะไรกันแน่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยพูดถึงหนี้สินก้อนนี้เลยแม้แต่คำเดียว"

อลันเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้หนังอย่างเชื่องช้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เย็นชาแต่ไปไม่ถึงดวงตา

"คุณพ่อของคุณกู้ยืมเงินก้อนนี้ไปเมื่อสองปีก่อน เพื่อนำไปหมุนเวียนในธุรกิจที่ล้มเหลว เขาผ่อนชำระดอกเบี้ยให้ผมมาโดยตลอด... จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต"

"แล้วทำไมถึงไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานการกู้ยืมเรื่องนี้ในบันทึกทางการเงินของพ่อเลยล่ะคะ"

"เพราะธุรกิจของผม ไม่ใช่ธุรกิจประเภทที่ชอบทิ้งร่องรอยหรือเส้นทางการเงินไว้ให้ใครตามสืบได้ง่ายๆ" เขาตอบกลับตรงๆ อย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงราบเรียบปานเรื่องปกติธรรมดา

ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้ไอรีนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอคาดหวังว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ การบิดพลิ้ว หรือข้ออ้างกลบเกลื่อน แต่ชายตรงหน้ากลับยอมรับตัวตนอันมืดดำของตัวเองออกมาอย่างหน้าตาเฉยและไร้ซึ่งความละอาย

"ถ้าอย่างนั้น เงินสิบสองล้านบาทนี่... ก็คือเงินสกปรกน่ะสิ" เธอโพล่งออกไปโดยไม่ทันหยุดคิด

สายตาของอลันไหววูบไปเล็กน้อย ไม่ใช่ร่องรอยจากความโกรธ แต่กลับเป็นความสนใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างอัศจรรย์ ราวกับเธอเพิ่งก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามต่อหน้าเขามาก่อน

"หึ..กล้าพูดตรงดีนี่" เขาเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาอย่างช้าๆ

"คนส่วนใหญ่ที่ได้นั่งลงตรงเก้าอี้ตัวที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องอ้อนวอน ก็มักจะพยายามเสนอข้อต่อรองโง่ๆ แต่คุณกลับเลือกที่จะท้าทายผม"

"ฉันแค่ต้องการทราบความจริง" ไอรีนตอบ พยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด เท่าที่หัวใจซึ่งเต้นระทึกอยู่ข้างในจะอำนวย

"และฉันก็ไม่มีปัญญาหาเงินสิบสองล้านบาทมาชดใช้คืนให้คุณได้แน่ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม"

ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอยู่นาน ครู่หนึ่ง อลันค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ พลางหันหลังให้เธอพร้อมกับทอดสายตามองลงไปยังทิวทัศน์เมืองใหญ่เบื้องล่าง

"ผมไม่ได้ต้องการเงินของคุณ" ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น

ไอรีนขมวดคิ้ว กะพริบตาถี่ด้วยความไม่แน่ใจ "หมายความว่ายังไงคะ..."

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาคู่นั้นเปลี่ยนแปรไปอีกครั้ง ครานี้มีร่องรอยของแผนการอันแยบยลซ่อนอยู่ลึกๆ

"ผมมีบริษัทบังหน้าหลายแห่งที่ต้องการนักบัญชีที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญ... ต้องเก่งพอที่จะไม่ทิ้งข้อผิดพลาดไว้ให้ใครย้อนกลับมาเล่นงานผมได้ ผมสืบประวัติคุณมาหมดแล้ว คุณจบบัญชีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เคยทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับท็อปมาสามปีก่อนจะออกมาเป็นฟรีแลนซ์"

ไอรีนรู้สึกเย็นวาบไปถึงแผ่นหลัง เขารู้จักตัวตนและภูมิหลังของเธอละเอียดลออยิ่งกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก

"คุณกำลังจะบอกว่า..."

"มาทำงานให้ผม" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

"ดูแลและจัดการบัญชีให้บริษัทในเครือของผม ทั้งหมดนั้น... แลกกับการยกเลิกหนี้สินสิบสองล้านบาทของพ่อคุณทันที"

ข้อเสนอนี้ฟังดูง่ายดายเกินไป... ง่ายเกินกว่าจะไม่มีกับดักมืดดำซ่อนอยู่เบื้องหลัง ไอรีนมองหน้าเขาด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด

"ทำไมต้องเป็นฉัน ในเมื่อคุณมีเงินทองมากพอจะว่าจ้างนักบัญชีฝีมือดีอีกเป็นร้อยคนในเมืองนี้"

อลันสืบเท้ากลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาประสานนิ้วมือเข้าหากัน สายตาคมกริบจับจ้องเธอไม่คลาดสายตา

"เพราะพ่อของคุณเป็นหนี้ผม นั่นหมายความว่าคุณมีพันธนาการกับผมและคุณก็มีเหตุผลมากพอที่จะไม่มีวันทรยศผม... ไม่อย่างนั้น ทั้งคุณและครอบครัวของคุณจะหาความสงบสุขไม่ได้อีกเลย"

คำขู่นั้นเย็นเยียบราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านหน้าต่างมารยาทอันน้อยนิด ไอรีนรู้สึกได้ถึงกับดักที่กำลังโอบล้อมบีบคั้นเธอไว้ทุกทาง ทว่าในขณะเดียวกัน เธอ กลับไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินหนี หากปฏิเสธ หนี้สินก้อนโตจะยังคงอยู่อย่างไร้ทางออก และเธอไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่า คนระดับอลันจะลงมือทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับเธอและไออุ่นบ้างหากเธอคิดขัดขืน

"ฉัน... พอจะมีเวลาคิดบ้างไหมคะ" เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา

"สามวัน" อลันตอบทันควัน ก่อนจะหยิบนามบัตรแผ่นบางขึ้นมาจากลิ้นชัก นิ้วเรียวยาวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นส่งมาตรงหน้าเธอ

"ถ้าตัดสินใจได้แล้ว ให้โทรหาผมที่เบอร์นี้" ไอรีนเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบนามบัตรขึ้นมา บนกระดาษแผ่นเรียบหรูนั้นมีเพียงแค่ชื่อของเขาและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว... ไม่มีชื่อตำแหน่ง ไม่มีที่อยู่บริษัท ราวกับตัวตนของชายชื่อ อลัน เศรษฐโสภณ นั้น ยิ่งใหญ่และเด่นชัดพอจนไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมอีกแล้ว

เธอลุกขึ้นยืน เตรียมตัวหมุนกายเดินออกจากห้องทึบอึดอัดนี้ แต่ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงเข้มทุ้มของอลันก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจากเบื้องหลัง

"คุณไอรีน" เรือนร่างบางชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับไปมอง

"ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร..." เขาเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงมีรอยแฝงบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง

"ผมก็จะจับตาดูคุณอยู่ดี" ประโยคนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่เข็ญดั่งเช่นในละคร แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงจังที่หนักแน่น ราวกับว่าเขาคือผู้กุมชะตากรรมและเส้นทางชีวิตของเธอไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ

ไอรีนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอเพียงแค่พยักหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หัวใจโหมเต้นรัวแรงจนได้ยินเสียงเลือดยิ่งฉีดก้องในหัว

ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างนุ่มนวล ไอรีนเหม่อมองภาพสะท้อนของตัวเองบนผนังกระจกเงา ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด สองมือยังคงกำนามบัตรแผ่นนั้นไว้แน่นจนขอบกระดาษแข็งบุ๋มลึกลงไปในเนื้อผิว

เธอไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่โลกแบบไหน... โลกไร้สีขาวที่มีกฎเกณฑ์อันโหดร้ายแตกต่างจากโลกที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง โลกที่มีชายคนหนึ่งสามารถมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอันตราย ทว่ากลับทรงอิทธิพลและดึงดูดอย่างน่าประหลาดในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่สุด กลับไม่ใช่คำข่มขู่ หรือหนี้สินสิบสองล้านบาทที่ทับทรวงอกเธออยู่...

หากแต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ซ่านแล่นผ่านร่างกายยามได้สบตากับอลันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากห้อง ความรู้สึกลึกๆ ที่คอยพร่ำเตือนเธอว่า ต่อให้เวลาสามวันข้างหน้าจะผ่านไปอย่างไร และไม่ว่าคำตอบของเธอจะเป็นเช่นไร... ชีวิตของเธอและน้องสาวก็ไม่มีวันกลับไปสงบสุขได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

รถเบนซ์สีดำสนิทคันเดิมยังคงจอดรอคอยอยู่ที่หน้าตึก คนขับเตรียมพร้อมที่จะพาเธอกลับสู่อุ้งมือของความจริง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนที่เริ่มมืดครึ้มด้วยสายฝนที่ก่อตัวขึ้น พลางขบคิดวนเวียนว่า วงจรชีวิตของเธอหลังจากนี้... ได้ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวายอย่างแท้จริง

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

790.7k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

332.6k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักซึมร้าย NC 25++

รักซึมร้าย NC 25++

348k การดู · เสร็จสิ้น · เอลยา
ร่างเพรียววิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลิฟต์หลังจากได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลั่นมาในโทรศัพท์ เจ้าของเสียงกำลังอารมณ์บ่จอยเป็นอย่างยิ่งอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นยี่สิบของโรงแรมห้าดาวที่ตนเป็นเจ้าของ

ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด

39.5k การดู · เสร็จสิ้น · ณดารินทร์
“ถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผมแทนพี่สาวคุณ ก็เตรียมตัวล้มละลายกันได้เลย”
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

20.2k การดู · เสร็จสิ้น · Melyssa
อาชิ ลูกชายคนโตของแทนไท เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้หญิงรุ่นน้อง เพราะเข้าไปช่วยตอนเธอถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีเธอ

เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
คลั่งรักลูกหนี้

คลั่งรักลูกหนี้

40.9k การดู · เสร็จสิ้น · ฟินน่า
เพราะถูกแม่แท้ๆ หลอกมาใช้หนี้ขัดดอก
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

252.3k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
มลทินรักภรรยาไร้ค่า

มลทินรักภรรยาไร้ค่า

361.3k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า

เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…

กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด

จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก

สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
กลรักเมียแต่ง

กลรักเมียแต่ง

10.5k การดู · เสร็จสิ้น · ทิพย์วารี
เป็นการแต่งงานระหว่างพระเอกนางเอกเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่พวกเขาต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้นอกจากพวกเขาทั้งสองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการและมีข้อตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ไม่มีใครได้เปรียบและเสียเปรียบและทำผิดสัญญาและข้อตกลงที่ทำไว้ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิดเพราะและการจะมีทายาทเพื่อจะได้รับมรดกนั้นมันไม่ง่ายเพราะต่างก็ไม่อยากมีพัธะผูกพักกันและกันและพระอกก็มีแฟนแล้วเขาก็ไม่ได้รักเธอและวางแผนไว้จะแต่งงานกันก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน ส่วนนางเอกก็ไม่อยากมีลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรักแต่มีเวลาจำกัดไว้หากถึงเวลาเมื่อไหร่แล้วพระเอกนางเอกยังไม่มีทายาท ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่ตายายสร้างมาก็จะตกเป็นของฝ่ายพระเอกและข้อนี้ที่ทำให้นางเอกยอมไม่ได้ยังไงก็ต้องมีลูกกับพระเอกให้ได้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์

251.5k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
"คุณ! ข่มขืนฉัน!"
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

448.2k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?

439.6k การดู · เสร็จสิ้น · Nanaกะหอยทาก
เมื่อ พฤกษา ต้องแต่งงานกับ น่านบงกช จากเงื่อนไขที่ผู้ใหญ่ตั้งขึ้น และต้องแต่งโดยไม่มีข้อแม้
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?