บทนำ
น้องสาวที่ฉันแทบจะแลกชีวิตเพื่อช่วยเอาไว้ สวมชุดตัวโปรดของฉันและกำลังอิงแอบแนบชิดอยู่กับคนรักในวัยเด็กของฉัน
พ่อแม่แท้ๆ ตราหน้าว่าฉันเป็นความอัปยศ และปิดประตูใส่หน้าฉัน...
บท 1
"เอมิลี วินด์เซอร์ ตอนที่คุณลงมือฆ่าชายคนนั้น เขายังมีทางสู้หรือเปล่า? ชีวิตของคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงใช่ไหม?"
"คุณต้องคิดให้รอบคอบก่อนตอบคำถามพวกนี้ เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดรูปคดี—ว่านี่คือการป้องกันตัว หรือการฆาตกรรม"
ภายในห้องสอบสวน เอมิลี วินด์เซอร์ นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ต้องหา เธอเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟจ้าจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงบนใบหน้าอย่างหมดหนทาง ท่ามกลางสายตาเคร่งเครียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ปลายนิ้วของเธอกระตุกเกร็ง ทว่าการเคลื่อนไหวกลับถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือ ริมฝีปากของเธอแห้งผากและแตกเป็นขุยขณะเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ฉัน..."
เธอไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดมาเนิ่นนาน สภาพจิตใจของเธอแตกร้าวและเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด—เส้นผมเหนียวเหนอะหนะแนบลู่ไปกับใบหน้า เสื้อผ้าหลุดลุ่ยฉีกขาดเป็นริ้วรอย ผิวหนังที่โผล่พ้นร่มผ้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและสะเก็ดแผลทับซ้อนกัน บ่งบอกถึงร่องรอยการถูกทรมานอย่างผิดมนุษย์
หากไม่ถูกกุญแจมือล็อกติดไว้กับเก้าอี้ เธอคงจะหดตัวหนีไปซุกอยู่ตรงมุมห้องนานแล้ว เหมือนกับทุกครั้งที่เธอถูกทุบตีทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วนก่อนหน้านี้
ตำรวจสืบสวนชายหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ผมมีรายงานการชันสูตรศพของชายที่คุณฆ่า สภาพศพของเขาดูไม่ได้เลย ทางเราเอนเอียงไปทางข้อหาป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ และทันทีที่เราระบุรูปคดีได้ คุณก็จะต้องรับโทษตามกฎหมาย"
ทว่าก่อนที่เอมิลีจะได้ตอบอะไร ตำรวจสืบสวนหญิงก็ไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป เธอโพล่งขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
"ไอ้สารเลวนั่นมันก็แค่สัตว์เดรัจฉาน—เป็นปีศาจในคราบมนุษย์! กับเรื่องระยำตำบอนที่มันก่อไว้ ต่อให้ตายเป็นร้อยครั้งก็ยังไม่สาสมด้วยซ้ำ!"
ตำรวจสืบสวนชายปรามเสียงเย็น "ใจเย็นหน่อย เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับคดี"
"จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง! ไอ้สวะนั่นทำร้ายคนบริสุทธิ์ไปตั้งเท่าไหร่ มันสมควรลงไปเน่าตายในขุมนรก!"
การปะทะคารมที่ดุเดือดทำให้เอมิลีเอียงคอเล็กน้อย เธอเหม่อมองคราบเลือดแห้งกรังบนสองมือ พลันหวนนึกถึงผู้หญิงคนนั้น... คนที่สิ้นใจจมกองเลือด
เธอเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวในตอนนั้นออกมาอย่างเชื่องช้า
พวกเธอทุกคนล้วนเป็นนักโทษในห้องใต้ดินแห่งนั้น
หญิงสาวนับร้อยชีวิตถูกจับมายัดรวมกันในพื้นที่คับแคบไร้แสงตะวัน—ทั้งมืดมิด อับชื้น และไร้ซึ่งความหวัง
แก๊งอาชญากรปฏิบัติกับพวกเธอราวกับสิ่งของไร้ค่า ทุบตีและย่ำยีสารพัดตามอำเภอใจ บนผนังมีแส้หนามแขวนเรียงราย เคียงคู่กับกระบองไฟฟ้าอีกนับไม่ถ้วน
ทุกชีวิตที่ถูกจองจำอยู่ที่นั่นต่างมีใบหน้าชาชินและไร้ความรู้สึก แววตาของพวกเธอมีเพียงความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เธอเองก็ถูกขังรวมกับผู้หญิงพวกนั้น
ทุกวี่ทุกวัน พวกเธอจะถูกเฆี่ยนตีจนเนื้อแตกเลือดซิบ พวกมันต้องการบดขยี้จิตวิญญาณของพวกเธอให้แหลกสลาย จนกว่าจะยอมเชื่องเหมือนกับสัตว์เลี้ยง
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใจดีกับเธอ—ผู้หญิงร่างบอบบางที่คอยแอบแบ่งอาหารคำเล็กๆ ไว้ให้เธอในแต่ละวัน หากไม่มีผู้หญิงคนนั้น เอมิลีคงขาดใจตายไปตั้งนานแล้ว
ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับต้องมาตายด้วยคมมีด
แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ? เอมิลีเองก็จำไม่ได้แน่ชัดนัก
เธอจำได้เพียงสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง—กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งเป็น
เมื่อได้สติกลับคืนมา เธอก็เห็นชายคนนั้นถูกแทงนับร้อยแผล นอนตายจมกองเลือดอย่างไม่อาจฟื้นคืน
และมีดที่กำแน่นอยู่ในมือของเธอ ก็คือมีดที่แย่งมาจากเขานั่นเอง
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากของเอมิลี หัวใจของตำรวจสืบสวนหญิงก็ยิ่งหนักอึ้งไปด้วยความโศกเศร้าและเวทนา
"พวกเราทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วล่ะค่ะ คุณกลับบ้านได้แล้วนะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ทางเราจะติดต่อไปเอง"
เอมิลียังคงเงียบงันขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตำรวจสืบสวนหญิงเดินเข้ามาไขกุญแจมือให้เธอ
วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากสถานีตำรวจ แสงแดดสว่างจ้าก็สาดส่องลงมาจากเบื้องบน เอมิลียกมือขึ้นป้องตาตามสัญชาตญาณ
หลังจากถูกจองจำในความมืดมิดมาเนิ่นนาน เธอจึงไม่คุ้นชินกับแสงตะวันอีกต่อไป
เมื่อดวงตาเริ่มปรับสภาพได้ เธอก็ลดมือลง และสังเกตเห็นรถมายบัคคันหนึ่งกำลังขับเคลื่อนออกไปจากสถานีตำรวจ
เธอจำรถคันนั้นได้
คนที่อยู่ในรถคันนั้นคือคนที่ช่วยเธอออกมาจากขุมนรก แล้วพาเธอมาส่งที่สถานีตำรวจ
ตำรวจสืบสวนหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นว่า "ตัวคุณมีคราบเลือดแห้งกรังเต็มไปหมดเลย อยากจะล้างเนื้อล้างตัวหน่อยไหมคะ เดี๋ยวฉันหาห้องน้ำให้"
เอมิลี่ส่ายหน้าช้าๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ฉันอยากกลับไปอาบน้ำที่บ้านค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ตำรวจหญิงพยักหน้า "พ่อแม่ของคุณต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะที่เห็นคุณกลับบ้าน"
ริมฝีปากของเอมิลี่คลี่เป็นรอยยิ้มบางๆ
การได้กลับบ้านคือแรงผลักดันเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เธอหยัดยืนสู้ต่อไปได้
ระหว่างทางกลับไปยังคฤหาสน์วินด์เซอร์ หัวใจของเอมิลี่เบาหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับนกที่ในที่สุดก็ได้โบยบินเป็นอิสระจากกรงขัง
ในที่สุดเธอก็จะได้กลับไปหาครอบครัวเสียที
ทว่าความฝันอันแสนสวยงามของเธอกลับต้องแตกสลายลงในวินาทีที่ได้เห็นบรรยากาศอันครึกครื้นที่คฤหาสน์วินด์เซอร์
ดูเหมือนว่าวันนี้ตระกูลวินด์เซอร์กำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครั้งใหญ่
เธอก้มลงมองรอยแส้ที่ยังคงบวมช้ำบนท่อนแขนของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ที่นี่คือบ้านของเธอแท้ๆ แต่จู่ๆ เอมิลี่กลับไร้ซึ่งความกล้าที่จะก้าวเข้าไป สองเท้าของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
งานเลี้ยงนั้นหรูหราอลังการเป็นอย่างยิ่ง แขกเหรื่อเดินขวักไขว่เข้าออกกันอย่างไม่ขาดสาย
ไม่นานนักก็มีคนสังเกตเห็นเอมิลี่
"ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ นะ... เหมือนลูกสาวคนโตของตระกูลวินด์เซอร์ที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อนเลย!"
"หน้าเหมือนจริงๆ ด้วย แต่เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเธอติดโรคร้ายตายหลังจากถูกพวกแก๊งอาชญากรทรมานนะ"
เสียงซุบซิบนินทาแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
ไม่นาน เวย์น วินด์เซอร์ และ เบียงก้า วินด์เซอร์ ก็เดินออกมาจากตัวบ้าน วินาทีที่ทั้งสองเห็นเอมิลี่ ความตกตะลึงและประหลาดใจก็ฉายชัดบนใบหน้าของพวกเขา
ไม่มีใครก้าวออกมาข้างหน้า ทั้งคู่เพียงแค่ยืนนิ่งงัน จ้องมองเอมิลี่ด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"คุณพ่อ... คุณแม่คะ" เอมิลี่ข่มความเศร้าหมองในใจแล้วเอ่ยเรียกพวกเขาก่อน
เบียงก้าเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้ เธอตอบกลับด้วยท่าทีอึดอัดใจเล็กน้อย "เอมิลี่ ลูกยังมีชีวิตอยู่แล้วก็กลับมาบ้านจริงๆ ด้วย... เรานึกว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกแล้วซะอีก"
แม้เบียงก้าจะพูดเช่นนั้น แต่เธอกลับไม่ยอมก้าวเท้าเข้ามาหาเลยแม้แต่น้อย
ระยะห่างระหว่างเธอและเอมิลี่ดูเหมือนจะห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกราวกับมีหุบเหวที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่
เวย์นมองเอมิลี่ด้วยสายตาที่มีความรู้สึกอันซับซ้อนปะปนกันไป
"กลับมาได้ก็ดีแล้วล่ะ... ดีแล้ว"
คำพูดของเขาดูเป็นทางการ ห่างเหิน และปัดรำคาญ
เอมิลี่คาดหวังว่าจะได้เห็นความปีติยินดีบนใบหน้าของพ่อแม่ แต่เธอกลับเห็นเพียงความรังเกียจที่วาบผ่านแววตาของพวกเขา และความอับอายที่แทบจะปิดบังไว้ไม่มิด
เธอเคยเป็นลูกรัก เป็นแก้วตาดวงใจของพวกเขา
แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นรอยด่างพร้อย... เป็นสิ่งที่จะนำความอัปยศมาสู่ตระกูลวินด์เซอร์
ในตอนนั้นเอง ลอร่า วินด์เซอร์ และ ลูคัส สมิธ ก็เดินตามออกมาจากตัวบ้านเช่นกัน
ลอร่าสวมชุดเดรสทรงเจ้าหญิงแสนสวยราคาแพงระยับ แม้เธอจะเป็นเพียงลูกบุญธรรม แต่เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากลูกสาวสายเลือดแท้ๆ เลยสักนิด
"คุณพ่อคุณแม่คะ ทำไมถึงมายืนอออยู่ตรงหน้าประตูหมดเลยล่ะคะ แขกในงานมีตั้งเยอะ ลูคัสกับหนูรับรองแขกกันแทบไม่ทันแล้วนะคะ"
หลังจากพูดจบ ลอร่าถึงเพิ่งสังเกตเห็นเอมิลี่ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "พี่เอมิลี่เหรอคะ"
เสียงซุบซิบรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
"ตกลงว่าเป็นลูกสาวคนโตที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อนจริงๆ ด้วย โดนจับไปขังตั้งนานขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าผ่านผู้ชายมาแล้วกี่คน"
"ดูผิวพรรณเธอสิ... พวกเราอยู่ห่างๆ เธอไว้ดีกว่า เผลอๆ อาจจะมีโรคติดต่ออะไรติดมาด้วยก็ได้"
"พวกเราแค่มาร่วมงานเลี้ยงนะ ไม่ได้อยากจะมาติดโรคสกปรกๆ กลับไปซะหน่อย"
"มีลูกสาวแบบนี้รอดกลับมาได้ น่าอับอายยิ่งกว่าปล่อยให้ตายๆ ไปอยู่ข้างนอกนั่นซะอีก"
คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นทำให้ใบหน้าของเอมิลี่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
เธอมองไปที่ลูคัสด้วยความหวังเฮือกสุดท้าย พวกเขาเป็นคนรักกันมาตั้งแต่เด็ก... ถึงขั้นเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น
ทว่าลูคัสกลับเบือนหน้าหนี หลบสายตาของเธอ
บทล่าสุด
#267 บทที่ 267
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#266 บทที่ 266
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#265 บทที่ 265
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#264 บทที่ 264
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#263 บทที่ 263
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#262 บทที่ 262
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#261 บทที่ 261
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#260 บทที่ 260
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#259 บทที่ 259
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#258 บทที่ 258
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
สัญญารักประธานร้าย
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ













