บทนำ
เขาไม่รู้ว่าตนเองเสียชีวิตได้อย่างไร และไม่รู้เช่นกันว่าทำไมดวงจิตหลังความตายของเขาถึงมุ่งมั่นพาเขามาเกี่ยวข้องกับหมอพร้อม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชของโรงพยาบาลชื่อดัง
จากจุดเริ่มต้นที่ดวงจิตมุ่งมั่นเกี่ยวพันธ์เข้าหาก็กลับกลายเป็นความผูกพันธ์เกี่ยวข้อง จนหมอพร้อมเริ่มถลำก้าวข้ามเส้นระหว่างสองโลกไปทุกที...
กว่าจะรู้สึกตัวว่าทุกเรื่องราวที่ดูเหมือนไร้ที่มาทางไปมันเริ่มแปลกขึ้นทุกที ก็ตอนที่ตัวเองยั้งทุกความรู้สึกที่มีไม่ทันแล้ว ทุกอย่างช้าไปหมดจนไม่อาจถอยหลังกลับ!
"ถ้าคุณจะเก่งและวินิจฉัยถูกต้องแม่นยำขนาดนี้ทำไมถึงตอบผมไม่ได้สักทีว่าคุณเสียชีวิตได้ยังไง"
"ใครว่าปัญหามันอยู่ที่ผมตอบตัวเองไม่ได้กันล่ะครับ มันอยู่ที่ว่า... ตอนนี้ร่างของผมอยู่ที่ไหนต่างหาก"
บท 1
ผมชื่อพร้อม พร้อมมานะ อัศวเรืองติกุล ที่มีความมานะพากเพียรสมชื่อที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งให้ ด้วยการเรียนจบแพทย์เฉพาะทางด้านนิติเวชมาด้วยอายุที่น้อยกว่าคุณหมอหลายท่านมากๆ ผมจึงเป็นคุณหมอวัย30ต้นๆ ที่ใช้ชีวิตเต็มที่ในทุกๆ วันไม่ว่าจะเรื่องเที่ยวหรือว่าเรื่องงานก็ตามที
ผมมักจะทุ่มเทให้กับมันทุกๆ อย่างจนบรรดาเพื่อนและพยาบาลสาวๆ ต่างก็ออกปากแซวไปในทิศทางเดียวกันหมด ว่าถ้าผมไม่อยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตก็คงต้องแต่งงานกับร่างไร้วิญญาณที่ตัวเองชันสูตรแน่ๆ
ทว่าผมหัวเราะให้กับมันทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผมไม่เชื่อเรื่องโลกคู่ขนานหรือเรื่องลี้ลับที่หลายคนงมงายบูชากราบไหว้นับถือ หรือแม้แต่สิ่งที่คนเรามักจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและให้คำนิยามสิ่งนั้นว่า...ผี
จนกระทั่งวันที่ผมได้พบกับเขา ‘จุล หรือ จุลติภัทร’
“…..”
“เมื่อวานวันหยุดคุณหมอเหรอครับ ผมนั่งรอคุณหมอที่หน้าโรงพยาบาลตั้งนานแหนะ ทำไมจะหยุดไม่บอกผมล่วงหน้าเลยสักนิดล่ะครับ คุณหมอไม่รู้เหรอว่าผมรอ”
เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังของจุลติภัทรเฝ้าถามผมไม่หยุดตั้งแต่ผมก้าวเท้าลงจากรถ แม้ว่าผมจะปิดปากเงียบไม่ตอบโต้อะไรเขาสักคำ แต่เขาก็ยังคงมีความมานะอดทนเดินตามมาถามผมไม่หยุด จนผมต้องตวัดสายตาไม่พอใจใส่พฤติกรรมพูดมากเกินความจำเป็นของเขานั่นแหละ จุลถึงได้ปิดปากเงียบเสียงแล้วค่อยๆ สลายเรือนร่างของเขาหายไป....
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องมองเห็นจุล ไม่รู้ด้วยว่าทำไมจุลถึงได้มาตามติดผมเป็นดั่งเงาตามตัวแบบนี้ ผมไม่เคยเห็นวิญญาณและไม่ได้มีสัมผัสพิเศษดวงตาที่สามติดตัวมาแต่เกิดด้วย ผมออกจะลบหลู่สิ่งที่ตามองไม่เห็นซะด้วยซ้ำ
เพราะผมเป็นหมอคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเชื่อในสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้เช่นกัน แต่แล้ววันหนึ่งชายผู้นี้ก็ปรากฏตัวต่อหน้าผม เขาตอกย้ำความมั่นหน้าของผมว่าผีไม่มีจริงด้วยการหายตัวแวบไปแวบมาให้ผมใจระทึกเล่น แบบที่เขาทำมันเมื่อครู่นี่แหละ คิดจะหายไปก็หายไป คิดจะมาเขาก็มา...
"......"
ผมไม่รู้ที่มาที่ไปของเขาพอๆ กับที่ผมไม่รู้สาเหตุว่าทำไมผมต้องมองเห็นเขานั่นแหละ จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่โรงพยาบาลที่ผมทำงานทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย และนับตั้งแต่วันที่ผมได้เจอกับเขาชีวิตการทำงานของผมมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป....
“สวัสดีค่ะหมอพร้อม วันนี้มีงานแต่เช้าเลยนะคะ”
“สวัสดีครับ ผมรู้สึกเหมือนว่ายังไม่ได้หยุดเลยเหมือนกันครับ” ผมตอบคุณพยาบาลในแผนกใกล้เคียงด้วยรอยยิ้มเมื่อเธอส่งเสียงทักทาย ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเอาหูฟังขึ้นมาสวมไว้ที่หูทั้งสองข้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่มันกำลังก่อตัวอยู่ด้านหลัง
“เห้อ...” ผมถอนหายใจให้กับพฤติกรรมที่ตัวผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไรแต่จุลติภัทรก็ดันชอบทำมันใส่ผมอยู่บ่อยๆ
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมจุลว่าอย่าหายไปหายมาแบบนี้อีก ผมไม่โอเค ผมไม่ชอบ”
“ก็ผมถามหมอแล้วหมอไม่ตอบผมหนิ” เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกในน้ำเสียงเอ่ยตอบกลับจากด้านหลัง จุลติภัทรไม่ยอมขยับมายืนด้านหน้าให้ผมได้มองหน้าเขาได้ง่ายๆ ทำราวกับว่ากำลังงอนเรื่องที่ผมเงียบใส่เขาอยู่อย่างนั้นแหละ
“เห้อ....” ได้ยินคำตอบของเขาแล้วผมก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในลิฟท์เพื่อขึ้นไปทำงานที่ผมรักและทุ่มเทให้กับมัน “จะให้ผมตอบคุณทุกที่ทุกเวลาไม่ได้หรอกนะจุล จะให้คนอื่นคิดว่าผมเป็นบ้าคุยคนเดียวยังไงกันล่ะ”
“แล้วคุณหมอรู้ได้ไงว่าตอนนี้คุณหมอไม่ได้บ้า” นั่นไง ดูคำตอบที่แสนจะยอกย้อนของจุลนั่นสิ มันน่าโมโหเสียยิ่งกว่าอ่ะไรดี
เพราะเขามันยอกย้อนและทำตัวย้อนแย้งเก่งแบบนี้ไง ครั้งหนึ่งผมถึงได้คิดว่าตัวเองอาจจะบ้าจนถึงขั้นรีบบึ่งรถไปหาเพื่อนที่เป็นหมอจิตเวชให้มันตรวจให้อย่างละเอียด ว่าตอนนี้ผมได้ทำงานหนักจนสมองเพี้ยนสร้างภาพหลอนขึ้นมาเองหรือเปล่า
แต่ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่ผมไม่ได้ทำงานหักโหมจนสร้างภาพหลอนขึ้นมาเอง ผมยังปกติดีทั้งร่างกายจิตใจและสมอง แต่ทว่า....ผมกลับสามารถมองเห็นวิญญาณของจุลได้อย่างคมชัดระดับHDเลยนี่น่ะสิ
“ถ้าผมจะบ้าก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละ ที่ทำผมบ้า”
“หึหึ คุณหมอเป็นคนตลกจังเลยนะครับ” จุลติภัทรก็ยังคงเป็นจุลติภัทรตนเดิม ยังคงทำเป็นไม่สนใจคำพูดประชดประชันของผมเช่นเคย หนำซ้ำยังทำเป็นหัวเราะขบขันใส่ผมอีกต่างหาก
“…..”
“วันนี้คุณหมอมีงานยาก ผมสปอยให้ฟังเอาไหมครับ”
เขาเริ่มชวนผมคุยถึงเรื่องงานที่ผมต้องเจอในวันนี้ ถ้าให้เดาก็คงไม่แคล้วว่าจุลแอบไปดูเคสชันสูตรพลิกศพวันนี้มาแล้วแน่ๆ แล้วก็คงไม่แคล้วไปพูดคุยกับวิญญาณเจ้าของร่างมาแล้วด้วยแหง๋ๆ เขาถึงได้มายิ้มหน้าระรื่นชวนผมคุยออกหน้าออกตาดี๊ด๊าแบบนี้นี่ไง
ความเป็นจุลบางครั้งเขาก็ช่วยผมทำงานได้อย่างราบรื่นและง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แต่บางครั้งเขาก็ทำให้ผมทำยากมากขึ้นจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ ก็มี แต่ส่วนมากเขาก็ทำให้ผมทำงานง่ายขึ้นและส่งสารที่เป็นความจริงจากร่างไร้วิญาณไปถึงเจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จนผมกลายเป็นคุณหมออัจฉริยะในสายตาหมอรุ่นน้องและพยาบาลเจ้าหน้าที่ในแผนกไปแล้วก็ว่าได้
หึ! นี่สินะครับ ข้อดีของการที่เป็นหมอนิติเวชแล้วมองเห็นวิญญาณได้
บทล่าสุด
#34 บทที่ 34 จุลติสัจ 2
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#33 บทที่ 33 จุลติสัจ
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#32 บทที่ 32 จุลติพิชาน 2
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#31 บทที่ 31 จุลติพิชาน
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#30 บทที่ 30 จุลติกษัย 3
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#29 บทที่ 29 จุลติกษัย 2
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#28 บทที่ 28 จุลติกษัย
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#27 บทที่ 27 จุลติสูญ 2
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#26 บทที่ 26 จุลติสญ
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026#25 บทที่ 25 จุลติสูญ
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













