บทนำ
บท 1
บทนำ
เสียงแก้วไวน์กระทบกันเบา ๆ ภายในห้องรับแขกของท่านเอกอัครราชทูตผู้ทรงอำนาจ ความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่อาจดับความร้อนรุ่มในอกของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย
“เรื่องงานแต่งถือเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองตระกูลได้ทำร่วมกัน ก็เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลให้กลับมาเหมือนเดิม”
เอลิส นั่งหลังตรง มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่บนตัก มันสั่นเทาด้วยความกดดันปะปนกับความเจ็บแค้นที่ถูกยัดเยียดให้ชาที่ไม่เคยเห็นแม้แต่ใบหน้าของเขา ทว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
นั่นก็เพราะคนตรงหน้าเป็นพ่อที่เธอเคารพนับถือนักหนา ทว่าเขากลับไม่เคยแยแสในลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอเลยสักนิด…
เธอเป็นถึงลูกสาวของเอกอัครราชทูตผู้ทรงอำนาจ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ถูกยื่นข้อเสนอให้แต่งงานเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบนี้
ถ้าหากพ่อใช้ความคิดมากกว่านี้ เธอก็คงไม่ต้องเป็นหมากในกระดานให้ใครมาจับเดิน
ง่าย ๆ หรอกนะ…
กอบกู้ชื่อเสียงอย่างนั้นเหรอ ชื่อเสียงตระกูลอื่นน่ะสิไม่ว่า…
“วันนี้พ่อนัดพอร์ชให้เขามาเจอ หวังว่าจะคุยกันถูกคอนะ”
คนที่ยิ้มหน้าระรื่นก็เห็นจะมีเพียงพ่อคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าเธอจะแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนเพียงใดว่าไม่อยากรับข้อเสนอนี้ แต่พ่อก็ไม่สนใจสักนิด
“แต่พ่อคะ พ่อทำแบบนี้ไม่คิดถึงความรู้สึกของเอลิสหน่อยเหรอคะ ว่าได้ต้องการในสิ่งที่พ่อจัดหาไว้ให้หรือเปล่า”
เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ปกติ เพราะหากมันสั่นเครือแม้แต่เล็กน้อย จะโดนหาว่าเป็นคนอ่อนแอไปได้
“ลูกพูดอะไรน่ะ ถ้าไม่แต่งงานกับคนนี้พ่อก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะสมกับตระกูลเราอีก” ผู้เป็นพ่อระบายยิ้มอย่างไม่สนใจไยดี “ลูกไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้นหรอกเอลิส ลูกก็รู้ดี”
คำพูดนั้นทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แม้รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างที่พ่อว่าเมื่อครู่ แต่ที่ผ่านมาพ่อก็ไม่เคยมีคำพูดที่ทำให้เธอดูเป็นคนไร้หนทางออกมาให้ได้ยิน
ต่างจากครั้งนี้ที่พ่อแทบจะไม่รักษาน้ำใจลูกสาวอย่างเธอเลย
และยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบกลับอะไรไป เจ้าของร่างสูงโปร่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้าก็ได้ย่างกายเข้ามาภายในห้องรับแขก โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อของเธอ เขาก็ทำหน้าระรื่นราวกับไม่รู้ร้อนหนาวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องนี้
หากว่าเธอเดาไม่ผิดชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ ดวงตาแข็งกร้าว พร้อมทั้งรอยสักที่อยู่บริเวณต้นคอนั้น เขาก็คือคนที่พ่อของเธอมั่นใจนักหนาว่าจะต้องเป็นเจ้าบ่าวของเธอในเร็ว ๆ นี้
เหอะ! แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียแล้ว ไม่รู้ว่าพ่อดูคนไม่ออกหรืออย่างไรกัน
“สวัสดีครับคุณอา” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบทุ้ม และแน่นอนว่าไม่คิดแม้แต่จะปรายตามองเธอ
แม้จะนั่งลงข้างกันก็ตาม… แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเธอเช่นกัน
เพราะหากเลือกได้ เธอก็ไม่อยากจะมองหน้าคนเย่อหยิ่งแบบนี้สักนิด
“มาเร็วกว่าที่คิดอีกนะ แต่ก็ดีน้องจะได้ไม่เหงา”
น้องที่พ่อหมายถึงก็คือเธอ ทว่าใครจะไปอยากเป็นน้องคนแบบนี้กันล่ะ
แค่ได้ยินพ่อพูดอย่างนั้นเธอถึงกลับเบ้ปากเล็กน้อย ทั้งที่ปกติแล้วเธอแทบจะไม่ทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ต่อหน้าผู้เป็นพ่อสักนิด
“เอลิส” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เป็นการดุเธอเนือง ๆ
“พอดีว่าผมเพิ่งไปส่งคุณพ่อที่สนามบินน่ะครับ เห็นว่าเวลาเหลือเยอะเลยมาที่นี่ก่อน” เขาอธิบาย “เพราะธุระของคุณอาก็สำคัญไม่น้อยเลยนี่ครับ”
ผู้เป็นพ่อยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อมีคนเห็นความสำคัญของเขา ต่างจากเอลิสที่อยากจะออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ เพราะมันทั้งอึดอัดและน่าเบื่อมากสำหรับเธอ
“ดีแล้ว” พ่อพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะหันมามองเธอเพื่อตรวจสอบสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์นัก
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยตักเตือนลูกสาว ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
“แต่ผมเองก็มีเรื่องสำคัญที่อยากมาเรียนให้คุณอาทราบเหมือนกันครับ”
พ่อผายมือเป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายพูด
“ความจริงผมไม่ได้มีความต้องการที่จะแต่งงานกับลูกสาวของคุณอาหรอกนะครับ แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะพ่อมาขอความช่วยเหลือจากคุณอาเอาไว้”
เอลิสกระตุกยิ้มทันทีเมื่อได้ยิน เหมือนภูเขาทั้งลูกได้ยกออกไปจากอกของเธออย่างน่าประหลาด ความรู้สึกราวกับผู้ชนะแบบนี้เธอเพิ่งจะเคยได้รับ มันช่างหอมหวานเหลือเกิน
แต่แทนที่ผู้เป็นพ่อจะเป็นเดือดเป็นร้อน เขากลับระบายยิ้มออกมาในท่าทีที่สบาย
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกอาได้เลยนะยิ่งถ้าเป็นเรื่องของลูกสาวอา เดี๋ยวอาจัดการให้ตอนนี้เลย” เขาปรายตามองเธอเล็กน้อย ก่อนที่เอลิสจะเสียงดังขึ้นมา
“พ่อคะ!” มือเรียวทั้งสองข้างทุบโต๊ะ ก่อนจะหยัดกายยืนขึ้นอย่างหมดความอดทน
“เอลิส นั่งลง อย่าเสียมารยาท” พ่อใช้เพียงน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อหยุดการกระทำของเธอ ทว่าดูเหมือนครั้งนี้เธอจะไม่ยอมเขาง่าย ๆ
แต่ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีเพราะชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอได้เอ่ยพูดออกมาเสียก่อน
“ผมมีคนรักอยู่ที่สิงคโปร์อยู่แล้ว และถ้าหากคุณอายังมั่นใจให้ผมแต่งกับลูกสาวของคุณอา ผมเองก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าลูกสาวของคุณอาจะได้เป็นเพียงภรรยาที่ไม่มีทะเบียนสมรสเท่านั้นครับ”
“เมียน้อยเหรอ!” เอลิสรีบหันขวับไปพูดอย่างโมโห
“ก็ตามที่เธอเข้าใจ” เป็นครั้งแรกที่เขาหันมามองหน้าเธอ แต่ก็ไม่ใช่ความพิศวาสส่วนตัวอะไรทั้งนั้น เพราะแววตาที่แข็งกร้าวมันบ่งบอกได้ชัดเจน ว่าเขาเองก็ไม่ได้ชอบอะไรในตัวเธอเหมือนกัน
หัวใจของเอลิสเย็นสะท้าน ไม่ใช่เพราะเธอผิดหวังแต่เป็นเพราะในตอนนี้เธอกำลังโดนหยามเกียรติอยู่เห็น ๆ
หากจะให้ลูกสาวท่านทูตเป็นเมียน้อยใครล่ะก็ รู้ถึงไหนได้อายถึงนั่น!
“เหอะ เห็นไหมล่ะคะพ่อ อยากจะกอบกู้ตระกูลคนอื่นจนเกือบเอาตระกูลตัวเองไปเสียชื่อซะเอง” เธอหันไปพูดกับผู้เป็นพ่อ แม้ไม่อยากได้ความเห็นอะไรก็ตาม
บรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบลง เอลิสควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เมื่อถูกหยามถึงที่ เลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าว
เอลิสหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง ดวงตาของเธอแข็งกร้าวไม่ต่างจากเขา ทว่าเห็นได้ชัดถึงน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความเจ็บใจ
“คนอย่างฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่เป็นเมียน้อยใครทั้งนั้น โดยเฉพาะตระกูลที่มันหวังแค่ผลประโยชน์อย่างเดียวแบบพวกคุณ!”
แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือแต่เธอก็พูดออกมาชัดเจนทุกถ้อยคำ
เธอกัดฟันกรอด เอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกออกจากห้องไป
“ไม่แปลกใจที่ตระกูลของคุณไม่เหลืออะไร ก็เพราะนิสัยเห็นแก่ตัวแบบนี้ไง ต่อให้มีคนช่วยเป็นร้อย ก็หลุดไม่พ้นความชั่วที่ได้ทำกันไว้หรอก!”
คำพูดของเธอทำให้เกิดเป็นสงครามขนาดย่อม ที่มีผู้รบเป็นเธอและชายหนุ่มคนนั้น คนที่เขาจะไม่มีวันให้อภัยกับคำพูดที่ดูเหมือนไร้การกลั่นกรองของเธอเด็ดขาด
เขามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวไปจนลับสายตา มือทั้งสองข้างกำแน่นข้างลำตัว ประโยคแทงใจดำนั้นทำให้เขาเจ็บแปลบอีกครั้ง นานแล้วที่ไม่เคยมีคนเอ่ยคำนี้…
ความชั่วที่เขาได้ทำงั้นเหรอ คนอย่างเธอจะไปเข้าใจอะไรว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะความโลภของคนคนเดียว…
บทล่าสุด
#51 บทที่ 51 ความร่วมมือ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#50 บทที่ 50 เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#49 บทที่ 49 ปกปิด
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#48 บทที่ 48 อาการผิดปกติ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#47 บทที่ 47 ส่งมอบความเป็นผู้นำ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#46 บทที่ 46 เรือนหอคืนแรก
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#45 บทที่ 45 คืนแสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#44 บทที่ 44 ภรรยาของผม
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#43 บทที่ 43 ความรักของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026#42 บทที่ 42 งานสำคัญที่ใกล้เข้ามา
อัปเดตล่าสุด: 3/17/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













