บทนำ
บท 1
อินทุอรเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน เธออาศัยอยู่กับตาและยายในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ทั้งสองมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษหรือพลาสติก ยายของเธอมีอายุมากกว่าตาถึงหนึ่งรอบ ยายนิ่มอายุ 76 ปี ส่วนตาชิตอายุ 64 ปี ปัจจุบันอินทุอรกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
เด็กสาวอยู่ในวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ความเป็นสาวเริ่มปรากฏชัด ทั้งสะโพกที่ผายออกและหน้าอกที่ขยายใหญ่เกินวัยตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4 วันหนึ่ง ยายนิ่มเห็นความจำเป็นจึงพาหลานสาวไปซื้อชุดชั้นใน แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี เมื่อคนขายแนะนำให้ซื้อไซซ์เล็กที่ราคาประหยัดกว่า ยายจึงตัดสินใจซื้อตามนั้น
“หนูเข้าไปลองชุดสิจ๊ะ” ยายสั่ง
คนขายพาอินทุอรไปยังห้องลองชุด เด็กสาวถอดเสื้อตัวนอกออก เธอต้องใส่เสื้อคลุมทับไว้เสมอเพราะไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็นหน้าอกที่ใหญ่โตผิดปกติ เธอถอดเสื้อกล้ามตัวจิ๋วออกแล้วลองสวมบราตัวใหม่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องลอง มันเป็นบราที่สวยถูกใจ แต่กลับเล็กเกินไปจนไม่สามารถปิดเนินอกของเธอได้หมด หลังจากรอนานเกินไป ยายนิ่มจึงเคาะประตูเรียก
“อร... เป็นไงบ้าง ใส่พอดีไหม?”
หลานสาวรีบเปิดประตูออกมา ยายเห็นขนาดหน้าอกของหลานแล้วถึงกับตกใจจนรีบปิดประตูห้องลองตามเดิม “เดี๋ยวยายไปขอตัวที่ใหญ่กว่านี้มาให้ลองนะ”
หลังจากเปลี่ยนเป็นตัวที่ขนาดพอดี ยายก็เข้ามาชื่นชมหลานสาวในห้องลอง “หลานยายซ่อนรูปจริง ๆ ยายไม่นึกว่าของหลานจะใหญ่โตเกินวัยขนาดนี้”
“มันโตเร็วมากจ้ะยาย” อินทุอรตอบ
เมื่อซื้อเสร็จเรียบร้อย ยายก็พาหลานสาวกลับบ้าน โดยมีตาชิตยืนสูบบุหรี่รออยู่ที่รถ
หลายสัปดาห์ต่อมา อินทุอรหาบราตัวใหม่ที่ซักตากไว้ไม่เจอ เธอจึงเดินหาไปทั่วบ้าน จนกระทั่งพบตาชิตกำลังนอนดมชุดชั้นในของเธออยู่บนที่นอน
ตาชิตกำลังเคล้าคลึงกางเกงในและบราของเธอแนบกับใบหน้าอย่างหลงใหล อินทุอรทำอะไรไม่ถูก เธอทำเป็นมองไม่เห็นและรอจนตาชิตออกจากบ้านไป จึงรีบนำชุดชั้นในไปซักใหม่อีกครั้งเพราะมีกลิ่นเหล้าและคราบน้ำลายติดอยู่
เธออยากฟ้องยายแต่ก็กลัวว่าหากทั้งสองทะเลาะกัน ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอจะลำบากขึ้น จึงเลือกที่จะเก็บเงียบไว้ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อซักชุดชั้นในแห้ง เธอจะรีบเก็บเข้าที่ทันที บางครั้งที่ผ้ายังไม่แห้งสนิทเธอก็จำเป็นต้องเก็บ เพราะมีชุดไม่มากนัก เงินที่ได้จากการรับจ้างล้างจานก็มีจำกัด จึงต้องคอยประหยัดเก็บหอมรอมริบไว้
อินทุอรอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ทุกวันหลังจากเลิกเรียนเธอจะไปรับจ้างล้างจาน และช่วงดึกจะช่วยตาและยายแยกขยะขาย ชีวิตดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยมา
กระทั่งหนึ่งปีผ่านไป...
คืนนี้ฝนตกหนักมาก ทั้งสามคนไม่สามารถออกไปเก็บของเก่าได้ อินทุอรจึงนำเงินที่ได้จากการรับจ้างล้างจานส่งให้ตายายเพื่อเป็นค่าอาหารในวันพรุ่งนี้
“ตากับยายเก็บเงินนี้ไว้นะคะ”
“หลานให้เงินแล้วก็รับไปสิไอ้ชิต แต่อย่าได้เอาไปกินเหล้าจนหมดนะมึง” ยายนิ่มกำชับสามีด้วยความระแวง เพราะทุกครั้งที่ตาชิตมีเงินมักจะหมดไปกับขวดเหล้าเสมอ
หลังจากทานมื้อเย็นที่มีเพียงปลากระป๋อง ทั้งสามก็เตรียมเข้านอน อินทุอรจุดเทียนไขเพื่อใช้เป็นแสงสว่างในการทำการบ้านเช่นทุกวัน บ้านของเธอไม่มีไฟฟ้าใช้ อาศัยเพียงตะเกียงและเทียนไข และเมื่อฝนตกหนัก หลังคาสังกะสีเก่า ๆ ก็เริ่มรั่วซึมลงมา
“ไปเอาขันมารองน้ำฝนสิ” เสียงยายดังมาจากอีกฝากของฉากกั้น
“ไม่ไหวแล้ว! เปียกไปหมดเลยที่นอนฉัน!” ตาชิตบ่นอุบเมื่อน้ำฝนหยดลงมาใส่ฟูกจนเปียกชื้นไปครึ่งค่อน ห้องของพวกเขาเป็นเพียงไม้อัดบาง ๆ กั้นไว้ อินทุอรจึงรีบเดินมาดู
“ที่นอนตาเปียกเหรอจ๊ะ?”
“เปียกหมดเลยจ้ะหนูอร”
“งั้นตามานอนที่นอนของหนูก่อนก็ได้ค่ะ หนูยังไม่นอน เดี๋ยวจะรีบทำการบ้านให้เสร็จก่อน”
ตาชิตยกฟูกที่นอนขึ้นพิงผนังแล้วเดินไปนอนที่ห้องของหลานสาว ฉากกั้นห้องถูกจัดวางไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวและเพื่อไม่ให้แสงเทียนรบกวนการนอนของคนอื่น
อินทุอรไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของตาชิต และพ่อแม่ของเธอก็ทิ้งไปนานแล้ว มีเพียงยายนิ่มและตาชิตที่ดูแลเธอมาตลอด
“หนูอรยังไม่นอนเหรอจ๊ะ?”
“จ้ะตา รอหนูจัดตารางสอนเสร็จก่อนนะ” เมื่อเห็นว่าตาชิตนอนไม่หลับเพราะแสงเทียน อินทุอรจึงรีบจัดการงานจนเสร็จแล้วดับเทียนเข้านอน
เด็กสาวทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ตาชิตโดยมีผ้าห่มผืนเดียวคั่นกลางเพื่อคลายความหนาว แต่เพียงไม่นานหยดน้ำจากหลังคาที่รั่วก็ทำให้เธอต้องขยับที่นอนจนเกือบตกฟูก เธอจึงต้องขยับกลับเข้ามาใกล้ตัวตาชิต กลิ่นเหล้าหึ่งโชยออกมาจากตัวเขาจนเธอรู้สึกอึดอัด
ในความมืด เด็กสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าตาชิตกำลังใช้ของแข็งบางอย่างเบียดชิดเข้ามาที่บั้นท้าย เธอสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อเห็นว่าตายังหลับสนิทจึงพยายามขยับหนี ทว่าพื้นที่ที่จำกัดและน้ำฝนที่รั่วลงมาทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ไม่นาน
ในที่สุดตาชิตก็พาดขามาที่เอวของเธอพร้อมกับการโอบกอดราวกับว่าเธอเป็นหมอนข้าง อินทุอรพยายามแกะมือหนาที่รั้งเอวเธอไว้ แต่แล้วเขากลับเริ่มลวนลามจับต้องร่างกายและหน้าอกของเธอ
เด็กสาวตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เสียงฝนที่ตกหนักกลบทุกสรรพเสียง เธอทำได้เพียงพยายามดึงมือของเขาออก แต่กลับถูกรวบแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ก่อนที่ตาชิตจะขึ้นคร่อมร่างเธอและพยายามดึงเสื้อยืดที่เธอสวมใส่อยู่ออก
บทล่าสุด
#77 บทที่ 77 รักสุดท้ายของอินทุอร (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#76 บทที่ 76 รู้ใจตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#75 บทที่ 75 รสสวาทตอนหึง NC
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#74 บทที่ 74 กลางวันแสก ๆ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#73 บทที่ 73 แผนวัดใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#72 บทที่ 72 ปากแข็ง
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#71 บทที่ 71 แผนดัดนิสัย
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#70 บทที่ 70 ขอรับผิดชอบ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#69 บทที่ 69 สักครั้งจะไม่ลืมพระคุณ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026#68 บทที่ 68 หนีเสือปะจระเข้ NC
อัปเดตล่าสุด: 6/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
สัญญารักประธานร้าย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













