บทนำ
บท 1
กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจบนหน้าจอเครื่องมอนิเตอร์แสดงผลตัวเลขชีพจร ค่าความดันและออกซิเจนในเลือดของมินตราที่ดังถี่ขึ้นในขณะที่คนไข้สาวยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด มือข้างหนึ่งของเธอกุมอกซ้ายแน่น มืออีกข้างกำกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความด้วยลายมือไว้จนยับย่น ที่ปลายเท้ามีแฟ้มสีน้ำตาลหล่นอยู่บนพื้น เอกสารในนั้นกระจายออกมาเกลื่อน เป็นสำเนาเวชระเบียนเมื่อสิบสองปีก่อน รายชื่อผู้รอปลูกถ่ายหัวใจกับภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญา
‘หัวใจดวงนั้นควรเป็นของเจน ไม่ใช่มินตรา’
ข้อความที่มินตราอ่านซ้ำ ๆ อย่างปวดร้าว ความเจ็บปวดจู่โจมเสียดลึกจนตัวของเธอชาไปหมด ขณะที่อรัณย์ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นนิ่งราวแท่งหินสลักเหมือนเดิม แต่มินตราเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ความนิ่งของเขาไม่ใช่ความสุขุมในแบบของคนที่กุมความเป็นความตายของคนไข้ แต่มันคือความเย็นชาของคนที่วางแผนทำร้ายเธอมาอย่างเนิ่นนาน
“มินตรา” เขาเรียกเสียงต่ำ “ใจเย็นก่อนนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ให้โอกาสผมอธิบายทำความเข้าใจกันก่อนเถอะนะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย ความเศร้าและเจ็บปวดกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำที่ขังคลออยู่ในดวงตาแดงช้ำของมินตรา เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างตั้งใจจะค้นหาความจริงใจที่อาจจะไม่เคยมีอยู่เลยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อธิบาย?...หรือจะหาคำพูดอะไรมาหลอกลวงให้ฉันเชื่ออีก ในเมื่อความจริงมันอยู่ในเอกสารพวกนี้หมดแล้ว” เธอมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย “คุณคิดว่าฉันขโมยชีวิตที่ควรเป็นของคุณเจติญา ผู้หญิงที่คุณรักมา…เพราะหัวใจดวงนี้อย่างนั้นสินะ”
อรัณย์นิ่งไปและความเงียบของเขากรีดลึกเข้าไปทำร้ายจิตวิญญาณของเธอมากกว่าคำตอบเสียอีก มินตราหัวเราะหยันตัวเองเสียงสั่นเครือ ปล่อยน้ำตาไหลเป็นทางผ่านแก้มนวลอย่างไม่ใยดี
“คุณคิดว่ามันไม่ควรเป็นของฉันตั้งแต่แรก”
เครื่องมอนิเตอร์หัวใจส่งเสียงถี่ขึ้น อรัณย์เหลือบมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาทีพร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างตั้งใจจะเข้าไปคว้าร่างสะท้านเพราะแรงสะอื้นของหญิงสาว
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย หัวใจของคุณ...”
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว” เธอตวาดสั่งเสียงเครือพลางถอยหลังไปครึ่งก้าว
อรัณย์หยุดยืนมองหญิงสาวที่ก้าวถอยหลังพลางยกมือที่สั่นจนเขาเห็นชัดขึ้นกุมที่อกซ้าย
“ทุกอย่างที่คุณทำ…” เธอกลืนสะอื้นลงคอ “เพื่อให้หัวใจดวงนี้...รักคุณอย่างนั้นเหรอคะ คุณเสแสร้งเพื่อทำให้ฉันรักคุณมากพอที่จะเจ็บปวดเจียนตายในวันที่ฉันจะได้รู้ความจริงอย่างนั้นใช่ไหมคะ”
กรามของอรัณย์ขบแน่นมองสบสายตาที่เปิดเผยความปวดร้าวของคนตรงหน้าแต่ไร้คำพูด
“คุณตั้งใจเข้ามาเพื่อทำลายมัน” เธอยกมือชี้ไปที่จอมอนิเตอร์ ทั้งที่ปลายนิ้วสั่นระริก “ฟังสิ!” เสียงเต้นของหัวใจที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอดังไม่สม่ำเสมอ“คุณฟังเสียงมันให้ชัด ๆ” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มของเธอ “สะใจซะให้พอ กับสิ่งที่คุณอยากเห็น ความเจ็บปวดของฉันคนที่ไม่คู่ควรกับหัวใจดวงนี้”
อรัณย์ไม่ตอบแต่มือข้างหนึ่งของเขากำแน่นอยู่ข้างลำตัวในขณะที่มินตรามองเขาด้วยแววตาของคนหัวใจแตกสลาย
“ฉันนึกว่า…อย่างน้อยก็คงจะมีสักครั้งหนึ่ง ที่คุณจะหวังดีกับฉันจริง ๆ”เสียงของเธอเบาลง “แค่ในฐานะที่ฉันเป็นคนไข้คนหนึ่งของคุณก็ยังดี”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของอรัณย์ไหววูบ แต่เขากดมันไว้ทันที “มินตรา ผมขอร้องกลับไปนั่งที่เตียงก่อนเถอะนะแล้วเราจะค่อย ๆ มานั่งเคลียร์เรื่องนี้กัน”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า น้ำตาร่วงลงบนเอกสารในมือ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับคุณ แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณไว้อย่างนึงว่าคนอย่างฉันไม่เคยคิดจะแย่งของของใครแต่ฉันย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ในวันนั้นฉันไม่มีอำนาจตัดสินความเป็นความตายของตัวเองเสียด้วยซ้ำ และฉันไม่สามารถปฏิเสธหัวใจดวงนี้ในวันที่คนรักของคุณต้องการมันเพราะถ้าฉันมีสิทธิ์เลือก ฉันจะไม่ยอมให้หัวใจดวงนี้เข้ามาอยู่ในตัวฉันเลย”
ใบหน้าของอรัณย์ซีดลงเล็กน้อย “หยุดพูดแบบนั้น”
“คุณคงจะเกลียดฉันมากสินะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา “ต้องอดทนดูแลผู้หญิงที่คุณอยากให้ตายไปตั้งแต่สิบสองปีก่อน ต้องทนเห็นหน้าคนที่คิดว่าแย่งโอกาสรอดชีวิตไปจากคนที่คุณรักมันคงจะทรมานหัวใจของคุณมากเลยสินะ”
เสียงเตือนจากเครื่องมอนิเตอร์ดังแหลมขึ้น ร่างของมินตราเซไปด้านข้างและก่อนที่เธอจะทรุดลงเขาพุ่งตัวเข้ามารับร่างอ่อนแรงของเธอไว้ได้ทันท่วงที
“มิ้นต์! มินตรา!”เขาประคองเธอไว้ในอ้อมแขน มือแตะชีพจรที่ลำคออย่างรวดเร็ว ความนิ่งของศัลยแพทย์ยังอยู่ครบ แต่ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ
มินตราฝืนลืมตาขึ้นมองเขา “ไม่ต้องมาช่วยฉัน...ถ้าคุณอยากได้หัวใจดวงนี้คืน…” ลมหายใจของเธอขาดห้วง “ก็เอาคืนไปเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการเจ็บปวดเพราะมันอีกแล้ว”
จอมอนิเตอร์กระตุกผิดจังหวะ อรัณย์กดอินเตอร์คอมทันที เสียงของเขาเฉียบขาดจนแทบไร้อารมณ์
“ทีมฉุกเฉินเข้ามาเดี๋ยวนี้ เตรียมยา เตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจ แจ้งไอซียู” เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงดวงตาเย็นชาคู่นั้นที่แตกร้าวลงอย่างเงียบงัน
“คุณยังตายไม่ได้” เขาพูดเสียงต่ำ “ผมยังไม่อนุญาต” แต่มินตราไม่ได้ยินเขาแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออก ทีมแพทย์และพยาบาลกรูกันเข้ามา อรัณย์ส่งร่างเธอขึ้นเตียงด้วยมือที่กลับมานิ่งสนิทอีกครั้งเขาก้มลงทำหน้าที่หมอราวกับถ้าเขาหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างที่เขาซ่อนไว้จะพังลงต่อหน้าทุกคน
สิบสองเดือนก่อนหน้านั้น
ห้องครัวเป็นที่เดียวภายในบ้านที่มินตรารู้สึกว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรได้บ้าง เธอสามารถเลือกได้ว่าจะใส่น้ำผึ้งกี่ช้อน หรือจะใช้เวลาอบขนมปังให้นานอีกกี่นาที และเลือกได้ว่าจะวางจานไม้ไว้ตรงมุมไหนของโต๊ะที่ได้แสงแดดยามเช้าตกกระทบพอดีเพื่อการถ่ายภาพให้ออกมาสวย แต่นอกเหนือจากนั้น ชีวิตของเธอแทบไม่เคยเป็นของเธอเลย
กลิ่นขนมปังโฮลวีตที่เพิ่งออกจากเตาอบลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นธัญพืชคั่วและน้ำผึ้งอุ่น ๆ มินตราสวมผ้ากันเปื้อนสีครีม ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน มือทั้งสองประคองแม่พิมพ์อย่างระมัดระวัง
“อื้ม...มุมนี้แสงสวยจัง” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาจัดมุมถ่ายรูป
บนหน้าจอปรากฏชื่อเพจ “หัวใจตัวดีกับพี่มินตรา” พร้อมยอดผู้ติดตามหลักแสน คนส่วนใหญ่รู้จักเธอในฐานะหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใส ผู้ทำขนมสุขภาพ แจกสูตรอาหาร และคอยให้กำลังใจผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยถ้อยคำอบอุ่น ไม่มีใครในเพจรู้ว่าเบื้องหลังรูปขนมปังสวย ๆ นั้น เจ้าของเพจแทบไม่ได้ออกไปไหนโดยไม่มีคนตาม ไม่มีใครรู้ว่าเธอมีตารางกินยาที่ละเอียดกว่าตารางงาน และไม่มีใครรู้ว่าเธอเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนอายุสิบสาม
“คุณมิ้นต์คะ อย่าก้มใกล้เตาอบนานนะคะ เดี๋ยวหน้ามืด” เสียงของนงลักษณ์ พี่เลี้ยงคนสนิทดังมาจากด้านหลัง
มินตรากลั้นยิ้ม “ค่ะ แต่มิ้นต์ปิดเตาอบแล้วค่ะ”
“ปิดแล้วก็ร้อนอยู่ดีค่ะ คุณมิ้นต์เพิ่งวูบไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะคะ”
คำว่า ‘วูบ’ ทำให้รอยยิ้มของมินตราจางลงเล็กน้อย แต่เธอรีบกลบด้วยการหยิบจานใบเล็กมาวางขนมปัง “วันนี้มิ้นจะเอาไปฝากน้องกราฟด้วยค่ะ เขาบอกว่าอยากกินขนมปังที่ไม่หวานมาก”
“วันนี้คุณมิ้นต์มีนัดพบคุณหมอนะคะ”
มินตราชะงัก ความสุขเล็ก ๆ ในห้องครัวเหมือนถูกใครบางคนพับเก็บลงกล่อง ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ เสียงบิดาก็ดังมาจากหน้าประตู
“มิ้นต์ สายแล้วลูก วันนี้มีนัดสำคัญกับอาจารย์หมอเกริกเกียรติ พ่อให้คนเตรียมรถไว้แล้ว”
มินตราหันไปมองชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบร้อย ใบหน้าของบิดาอ่อนโยนเสมอเวลามองเธอ แต่อ่อนโยนนั้นมักมาพร้อมคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้ “ค่ะพ่อ มิ้นต์ขออีกสิบห้านาทีนะคะ”
“สิบนาทีก็พอแล้วลูก เดี๋ยวรถติด”
เธอยิ้มรับ ทั้งที่ในอกเริ่มหนักขึ้น “ค่ะ”
เมื่อบิดาเดินออกไป มินตราถอดผ้ากันเปื้อนช้า ๆ แขวนมันไว้ข้างตู้เหมือนวางส่วนหนึ่งของตัวเองทิ้งไว้ในห้องครัว
นงลักษณ์เดินเข้ามาพร้อมตลับยาใบเล็ก “กินยาก่อนออกจากบ้านนะคะ”
มินตรารับมา เปิดฝาออก ยาหลากสีเรียงอยู่ในช่องเล็ก ๆ ตามเวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ยากดภูมิ คำเรียกสั้น ๆ ที่ฟังเหมือนเรื่องทางการแพทย์ธรรมดา แต่สำหรับเธอมันคือโซ่เส้นบางที่ผูกเธอไว้กับหัวใจดวงนี้มาตลอดสิบสองปี หัวใจที่ไม่ใช่ของเธอ ร่างกายของเธอไม่เคยยอมรับมันอย่างแท้จริง มันเพียงถูกบังคับให้สงบ ถูกกดให้เชื่อฟัง ด้วยยาที่ต้องกินตรงเวลาอย่างเคร่งครัด มินตรากลืนยาพร้อมน้ำหนึ่งอึก รสขมติดอยู่ปลายลิ้นนานกว่าปกติ
“ช่วงนี้คุณมิ้นต์ยังเจ็บจี๊ดที่หน้าอกอยู่ไหมคะ” นงลักษณ์ถามเบา ๆ
มินตราปิดตลับยา “นิดหน่อยค่ะ”
“นิดหน่อยของคุณมิ้นต์ทำให้พี่นอนไม่หลับทั้งคืนเลยนะคะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ “พี่นงขี้กังวลเหมือนพ่อเลย”
“ก็พี่ดูแลคุณมิ้นต์มาเป็นสิบปีแล้ว รู้ว่าคุณมิ้นต์น่ะดื้อแค่ไหนแล้วจะไม่ให้พี่ห่วงได้ยังไงล่ะคะ” นงลักษณ์ปรายตามองค้อนคนข้าง ๆ
มินตรายิ้ม แต่ไม่แก้ตัวเพราะเธอรู้ดีว่าความห่วงใยในบ้านหลังนี้มีน้ำหนักมากแค่ไหน มันอุ่นแต่ก็หนักจนบางครั้งเธอแทบหายใจไม่ออก ไม่นานหลังจากนั้น รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ มินตรานั่งอยู่เบาะหลัง ข้างกายมีนงลักษณ์ ส่วนด้านหน้ามีคนขับรถที่พ่อเลือกเอง เธอเปิดโทรศัพท์ดูคลิปขนมปังที่ถ่ายไว้เมื่อเช้า พยายามตัดต่อคำบรรยายให้สดใสเหมือนทุกครั้ง
‘วันนี้พี่มิ้นต์มีเมนูขนมปังโฮลวีตน้ำผึ้งสำหรับคนอยากดูแลหัวใจค่ะ’ นิ้วของเธอหยุดอยู่บนหน้าจอ
ดูแลหัวใจ เธอวางโทรศัพท์ลงโดยไม่กดโพสต์ มือข้างหนึ่งเผลอแตะหน้าอกซ้าย ในความเงียบของรถ เธอได้ยินเสียงจังหวะบางอย่างอยู่ข้างใน
ตึก ตึก ตึก
มันเป็นจังหวะเต้นของหัวใจที่เธอคุ้นเคยที่สุด บางวันมันเต้นสม่ำเสมอราวกับเป็นของเธอมาแต่เกิด บางวันกลับสะดุดแผ่วเบาเหมือนกำลังเตือนว่าหัวใจดวงนี้อ่อนแอเกินกว่าจะอยู่กับเธอได้ตลอดไป
“คุณมิ้นต์คะ”
“คะ?”
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ ทำไมสีหน้าดูเครียด ๆ”
มินตราลดมือลงจากหน้าอกทันที “มิ้นต์แค่คิดอะไรเพลิน ๆ ไม่ได้มีเรื่องไม่สบายใจอะไรเลยค่ะพี่นง”
นงลักษณ์มองเธออย่างไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ซักต่อ กระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่เขตโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ อาคารกระจกสูงสะท้อนแสงแดดจนดูสะอาดเกินจริง มินตรามองมันผ่านกระจกหน้าต่าง สถานที่แห่งนี้เคยคืนชีวิตให้เธอและตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของเธอก็ไม่เคยเป็นของเธอเต็มร้อยอีกเลย
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเจือจางในอากาศก็แตะปลายจมูก มินตรายกมือขึ้นจัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้ม สูดลมหายใจลึก แล้วเดินเข้าไปในอาคารด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่ฝึกมาตลอดสิบสองปีแผนกโรคหัวใจอยู่ชั้นเดิม ทางเดินเดิม สีผนังเดิม เก้าอี้พักคอยสีเดิม ทุกอย่างคุ้นเคยจนน่าอึดอัด เจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เปิดยิ้มให้เธอ
บทล่าสุด
#51 บทที่ 51 Ep.51เมื่อไหร่จะรัก
อัปเดตล่าสุด: 6/8/2026#50 บทที่ 50 Ep.50 ตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#49 บทที่ 49 Ep.49 เพราะรักและห่วงใย
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#48 บทที่ 48 Ep.48 สาวปริศนา
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#47 บทที่ 47 Ep.47 จุดใต้ตำตอ
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#46 บทที่ 46 Ep.46 รอยจำในดวงใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#45 บทที่ 45 Ep.45 ตกหลุมรัก
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#44 บทที่ 44 Ep.44เงาอดีต
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#43 บทที่ 43 Ep.43 น้ำตาลใกล้มด
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#42 บทที่ 42 Ep.42 เกินต้านทาน
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน













