บทนำ
บท 1
“แก” ฉันเรียก เพื่อนรัก เบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเครียดและกังวล
“ว่า”
“คือ...”
“เป็นอะไรแยม” ปั้นชา เพื่อนสนิท เพื่อนรักแค่คนเดียวของฉันถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“แกกับพี่เซตัสเป็นยังไงบ้างเหรอ”
“ทำไมถามถึงเรื่องนี้ เป็นอะไรจ้ะ” ปั้นชาถามกลับ ถามด้วยรอยยิ้มจนตาหยีแล้วขยับปากเพื่อตอบคำถามของฉัน
“ตอน... / ฉันอยากรู้ว่าแกโอเคกับเรื่องพี่ตัสรึยังเพราะว่า...ฉันต้องหมั้นกับพี่เขา”
-เวลาต่อมา-
“ไม่ไปส่งเพื่อนเหรอครับคุณหนู”
“ไม่” ฉันตอบออกไปแล้วมองตรงไปข้างหน้า สายตาฉันมองไปแค่ข้างหน้าไม่สนใจใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างรถที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวหรือคนขับรถที่นั่งประจำตำแหน่งข้างหน้าและเพิ่งถามฉันออกมา
“เพื่อนจะกลับยังไง”
“...” คนขับรถของฉันยังถามต่อแต่ฉันก็ไม่คิดที่จะตอบ
“ทางผ่านอยู่แล้วนะครับ ให้ผมถอยกลับไปรับไหม”
“...” ฉันยังเงียบไม่คิดจะตอบหรือคุยอะไรทั้งนั้น
“น่าจะมีน้ำใจบ้าง อย่างน้อยก็ในฐานะที่...กำลังจะแย่งผัวเขามา”
“หุบปาก!!!”
“ฮึ!”
“ไปโรงพยาบาล” ฉันกำหมัดแน่นเพราะการแค่นเสียงเยาะเย้ยที่ได้ยินแต่ไม่อยากระเบิดอารมณ์อีกเลยบอกออกไปสั้น ๆ เพราะชีวิตยังมีเรื่องที่สำคัญกว่านี้ให้ทำ
“เขาไม่ให้เข้าเยี่ยม”
“ไปโรงพยาบาล” ฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังเอ่ยคำเดิม ช้า ๆ และ ชัดเจน เพื่อเป็นการ สั่ง คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยให้ทำตามโดยที่ไม่ต้องอ้าปากออกความคิดเห็น และมันก็ดีที่ได้ผล ดีที่คนข้างหน้าไม่พูดจาโง่ ๆ ทำตัวถือดีแค่เพราะตัวเองเป็นคนสนิทของพ่ออีกครั้ง
ฉันจะไปโรงพยาบาล ต่อให้คุณหมอจะสั่งงดเยี่ยมไปอีกสามวัน เจ็ดวัน หนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน จะกี่เดือนหรือเป็นปีก็ตามฉันก็จะไป ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไปต่อให้ฉันจะไม่ได้เข้าไปหา คุณแม่ เลยก็ตาม...
-เวลาต่อมา-
“มาแล้วเหรอลูกรัก ทำไมวันนี้กลับช้าอีกแล้วคะ”
“...ไปเยี่ยมคุณแม่มาค่ะ” ฉันตอบช้า ๆ เพราะสายตากำลังมองตามหลังผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินขึ้นไปชั้นบน เห็นแค่หลังแต่ก็รู้ดีว่าผู้หญิงที่อยู่ในชุดนอนตัวบางคนนั้นกำลังจะเดินไปที่ไหน
...ไปที่ห้องนอนของคุณพ่อกับคุณแม่ไง
“ไปเยี่ยมทำไมล่ะลูก คุณหมอเขาสั่งห้ามเยี่ยมหนูไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ พ่อว่าสู้หนูเอาเวลากลับมากินข้าวกับพ่อแล้วคุยกันเรื่อง... / จะผ่าตัดให้คุณแม่ให้ได้ใช่ไหมคะ” ฉันรู้ว่าคุณพ่อจะพูดเรื่องอะไรเลยถามแทรกในเรื่องที่ฉันอยากรู้มากกว่า แถมยังเป็นเรื่องที่ฉันถามคุณพ่อแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากันด้วยซ้ำ พอถามคุณพ่อก็ยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มเดิมรอยยิ้มเดียวที่ฉันเห็นมาตั้งแต่เล็กจนโต รอยยิ้มที่ฉันชอบมองที่สุดพอ ๆ กับรอยยิ้มของคุณแม่ แต่ตอนนี้ฉันกลับกลัวรอยยิ้มนี้ที่สุดเลย
“มีเหตุผลอะไรที่พ่อจะไม่ผ่าตัดภรรยาของพ่อล่ะคะลูกสาว”
“แล้วทำไมต้องบังคับให้... / พ่อไม่มีเงินมากพอที่จะผ่าตัดคุณแม่ของหนูหรอกนะแยมโรล พ่อบอกหนูไปแล้วว่าตอนนี้ครอบครัวเรากำลังแย่”
“ขายสมบัติของหนูสิ ขายที่ดินส่วนที่มันเป็นของหนูไปเลยแล้วเอาเงินไปรักษาคุณแม่หนูขอร้อง~” ฉันร้องขอให้ใช้วิธีนี้มาสามครั้งแล้วแต่คุณพ่อก็ปฏิเสธมันทุกครั้ง
“...”
“ว่าไงคะ ขายสิคะคุณพ่อ ทรัพย์สินที่เป็นของหนู หนูจำได้ว่ามีที่ดินที่คุณตาคุณยายยกให้เป็นชื่อหนู คุณพ่อขายให้หนูได้ไหม จะได้เงินเท่าไหร่หนูไม่เอาค่ะหนูขอแค่เงินมารักษาคุณแม่ให้หายส่วนที่เหลือคุณพ่อเอาไปได้เลย”
“ถ้ามีให้ขายพ่อขายให้หนูไปแล้วแยมโรล”
“...” ฉันยืนนิ่งมองสามีของคุณแม่ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือคุณพ่อของฉันเองที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงใจเย็นในขณะที่คนฟังอย่างฉันใจแทบขาดกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้
“ถ้ามีให้ขายพ่อขายให้หนูไปแล้วแยมโรล”
หมายความว่า...แม้แต่ที่ดินมรดกที่ฉันได้รับมาก็ไม่เหลือเหรอ? ไม่เหลืออะไรเลย ไม่เลยใช่ไหม ไม่เหลือแล้วจริง ๆ สินะแยมโรล แม้แต่...ความเป็นคนก็คงใกล้จะไม่เหลือเต็มทีแล้วเหมือนกัน
“รู้แล้วก็จัดการในสิ่งที่ลูกควรทำซะ เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่เราสองคนจะช่วยแม่ของลูกได้”
“...” คุณพ่อบอกฉันแล้วเดินจากไปในขณะที่สมองของฉันมันกำลังรู้สึกหนักอึ้งไปหมดก่อนจะบอกให้สองขาพาตัวเองไปจากตรงนี้ให้เร็วเพราะได้ยินเสียงของบุคคลที่สามดังแว่วมา
กริ๊ก~
ทันทีที่พาตัวเองหนีมาอยู่ในพื้นที่เดียวที่เกือบจะปลอดภัยที่สุดสำหรับฉันในบ้านหลังนี้ฉันก็ทรุดตัวนั่งลงที่พื้น เอาหลังพิงประตูแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมา สองมือก็ขยุ้มผมจากเบาก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะวันนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้ฉันไม่รู้ว่าจะระบายความเจ็บปวดในหัวใจทางไหนดี
“ฮึก! หนูจะทำยังไงคะคุณแม่~ หนูจะทำยังไงถึงจะมีเงินมารักษาคุณแม่โดยที่หนูยังเหลือความเป็นคน~”
-สามวันต่อมา-
สามวันแล้วที่ปั้นชาไม่มาเรียน ฉันเองก็ไม่ได้ติดต่อไปเพราะ...ละอายใจ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องติดต่อเพื่อนของฉันที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันยังเป็นเพื่อนของปั้นชาอยู่ไหม ติดต่อหาเพื่อนเพื่อที่ตัวเองจะได้ทำเรื่องที่...โคตรน่าสมเพช
เรื่องน่าสมเพชที่น่าสมเพชพอ ๆ กับชีวิตตัวเอง มีอะไรแย่กว่านี้อีกไหมซัดเข้ามาทีเดียวเลยก็ได้นะ อยากรับทีเดียวไม่อยากรับเรื่อย ๆ แต่ต้องรับตลอดไปมันเหนื่อย
“...” ฉันเดินออกมาจากตึกหอพักของปั้นชาด้วยอาการเหม่อลอย อยากร้องไห้ตั้งแต่หันหลังให้เพื่อนด้วยซ้ำแต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าทำละครฉากนี้ของฉันก็ต้องจบลง
“ไปโรงพยาบาลใช่ไหม”
“รู้แล้วจะถามทำไม?” เสียงฉันแข็งขึ้นมาทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถแล้วถูกถาม ทำไมต้องถามไม่ได้อยากคุยด้วย
“ก็แค่ถามเผื่ออยากไปทำอย่างอื่นก่อนไปโรงพยาบาล”
“ทำอะไร? พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?” เสียงฉันยังแข็งต่อเนื่อง จะพูดอะไรให้หงุดหงิดอีกช่วงนี้ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย
“ก็เผื่อ...อยากไปไล่จับไอ้ตัสให้เรียบร้อย”
“...” เสียงแอบเยาะเย้ยดูถูกทำให้ฉันกัดฟันและกำมือตัวเองแน่นจนมือสั่น
“ไงครับ คุณหนูสนใจไปทำธุ... / อย่ามาล้ำเส้น ถ้าไม่มีปัญญาช่วยจับก็หุบปาก”
“หึ ๆ ๆ โอเค...ครับ”
ฉัน...เกลียดไอ้บ้านี่ที่สุดเลย
เกลียดความจองหอง ถือดี อวดดี เกลียดทุกอย่างที่เป็นเขา!
“ก็เผื่อ...อยากไปไล่จับไอ้ตัสให้เรียบร้อย”
ถ้าไม่เคยถูกคุณแม่สอนให้รู้จักควบคุมอารมณ์สาบานเลยว่าฉันจะเอากระเป๋าในมือฟาดหัวเขาไม่ยั้งเลย
ไล่จับพี่เซตัสเหรอ? ใครอยากจับพี่เขา? ฉันนี่นะ? นั่นแฟนเพื่อนรักของฉันนะถ้าความเฮงซวยของชีวิตไม่บีบบังคับจนหาทางอื่นไม่ได้ฉันไม่มีทางทำเรื่องบ้า ๆ พวกนี้หรอก
“เอาเช็คไปให้เพื่อนของลูกซะ” ฉันยื่นมือรับเช็คจากคุณพ่อ พอเห็นจำนวนในกระดาษสีขาวใบหน้าฉันก็มองท่านด้วยความไม่เข้าใจ
“สิบล้าน?”
“ใช่ เอาไปให้ปั้นชาแลกกับการออกไปจากชีวิตเซตัสทันที”
“คุณพ่อมีเงินให้ปั้นชาขนาดนี้แล้วทำไมไม่เอามาผ่าตัดให้คุณมะ... / เพราะมันเป็นก้อนสุดท้ายที่จะต่อลมหายใจเราทุกคนได้ไม่ใช่แค่เอาไปจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ของลูกเรื่องเดียว”
“หนูลำบากได้นะคะคุณพ่อ”
“แต่พ่อลำบากไม่ได้”
“...คุณพ่อเห็นแก่ตัว” ฉันแทบจะไม่เคยว่าคุณพ่อด้วยคำพูดรุนแรงแบบนี้เลยนะ แต่ครั้งนี้ฉันสุดจะทนแล้วจริง ๆ
“แล้วถ้าผ่าตัดเสร็จแม่หนูเป็นเจ้าหญิงนิทราล่ะ”
“...”
“ไหนบอกพ่อมาซิว่าเราจะเอาเงินที่ไหนมาดูแลแม่ระยะยาว?”
“...”
“หนูไม่ใช่คนไม่ฉลาด เอาไปจัดการให้เรียบร้อยซะแยมโรล อย่าช้าเพราะหนูรู้ดีว่ายิ่งช้าลมหายใจของแม่ก็ยิ่งลดน้อยลง”
ฉันจำได้ว่าฉันยืนมองคุณพ่อที่พูดจบก็หันหลังให้แล้วเดินจากไปโดยที่ฉันไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เจ็บปวดนะไม่ใช่ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่มันคงเป็นเพราะเจ็บจนด้านชากับความใจร้ายและเห็นแก่ตัวของคุณพ่อมามากแล้วน้ำตาถึงไม่สามารถไหลออกมาได้ต่อให้ในใจจะไหลออกมาเป็นสายเลือดแล้วก็ตาม...
ให้ไปไล่จับพี่เซตัสให้เรียบร้อยงั้นเหรอ?
หึ! แค่สิ่งที่ฉันทำวันนี้ก็เลวเกินทนแล้ว ฉันกำลังทำสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ทำให้สิ่งที่ฉันต้องพบเจอบ่อยที่สุด นั่นคืออะไรรู้ไหมคะ มันคือการที่ฉันทำสิ่งที่เรียกว่าเห็นแก่ตัวไม่ต่างจากที่คุณพ่อทำกับฉันและคุณแม่เลยไง
...ขอโทษนะปั้นชา ฉันขอโทษแกจริง ๆ
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 EPISODE 90 : ข้างกันตลอดไป...END
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#89 บทที่ 89 EPISODE 89 : มาแบบไหนให้แบบนั้น
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#88 บทที่ 88 EPISODE 88 : ไม่สำนึก
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#87 บทที่ 87 EPISODE 87 : ต้อน
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#86 บทที่ 86 EPISODE 86 : ไปน่าน / ไปสวรรค์?
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#85 บทที่ 85 EPISODE 85 : เรื่องของคุณอิ้งค์
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#84 บทที่ 84 EPISODE 84 : อยากเลิก?
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#83 บทที่ 83 EPISODE 83 : พอแค่นี้ดีกว่า
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#82 บทที่ 82 EPISODE 82 : ขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#81 บทที่ 81 EPISODE 81 : ทำยังไงดี
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
สัญญารักประธานร้าย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













