บทนำ
เรื่องราวความรักที่เดินไปพร้อมกับถ่วงทำนอง ของลูกชายคนเล็กตระกูลมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ คิม คิมหันต์ ธีรปัญญากูล และ ปอเช่ พิชญะ กิตติสวัสดิ์
กับความบังเอิญ โลกกลม พรหมลิต ? ไม่รู้ว่าบทเพลงที่ถูกเขียนขึ้นมาจะเป็นจังหวะของเพลงรักหรือเพลงเศร้า แต่ถ้าเชื่อในดนตรี ก็จงมีศรัทธาต่อไป
บท 1
“อย่ารักกูเลย กูไม่ใช่คนแบบที่มึงคิดหรอก”
คำพูดที่ดูไร้เยื่อใยเปล่งออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปที่มีควันจากบุหรี่พ่นออกมาเป็นระยะ ดวงหน้าที่ดูเย็นชาแต่เหมือนเต็มไปด้วยเสน่ห์ ที่มองกี่ทีก็รู้สึกหลงใหล แม้คนรับฟังจะรู้ดีว่าคนคนนี้ต้องการปัดเขาออกไปจากชีวิตแค่ไหน...แต่ด้วยมวลพลังงานบางอย่างจากภายในตัวเขาทำให้ความย่อท้อทุกอย่างเลยมลายหายไปจนหมดสิ้น
“เก่งมากเลยดิ รู้ความคิดคนอื่นด้วย”
“…” ความเงียบได้เข้ามาครอบคลุมพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ แต่ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในใจทำให้มีหนึ่งคนที่มักจะทำให้บรรยากาศที่สุดแสนจะน่าอึดอัดได้คลายลงเสมอ
“มึงจำวันแรกที่เราเจอกันได้ป่ะ...เพลงที่มึงร้อง...วันที่กูตกหลุมรักมึงตั้งแต่แรกพบอ่า” มือข้างนึงของชายวัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่ายื่นแอร์พอดมาเสียบหูให้กับคนตรงหน้า พร้อมกับใบหน้าที่ดูสดใสแววตาเปล่งประกายดูไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
‘มองจันทราเมื่อเวลามันกลบแสงดาว กลัวทุกคราวเพราะว่าฉันนั้นคือก้อนหินกลัวดวงดาวไม่ทอแสงลงกระทบดิน และก้อนหินอย่างฉันคงไม่สวยงาม’ - ก้อนหินละเมอ / Soul After Six
“พอเหอะ” ความตั้งใจทั้งหมดที่ถูกส่งต่อผ่านบทเพลงและหวังจะให้คนตรงหน้าคลายความเครียดไปกับท่วงทำนองที่เป็นจังหวะ แต่ก็ถูกตัดสัมพันธ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะไม่มีครั้งไหนที่จะทำให้ความรักที่มีให้กับคนตรงหน้ามันสั่นคลอนเลย แต่ยอมรับเลยว่าบางครามันก็ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบลงชั่วขณะพร้อมกับความรู้สึก และหูฟังแอร์พอดที่ถูกสบัดร่วงหล่นไปกับพื้นแทบทุกครั้ง
แต่ความรู้สึกที่หนักแน่นมันก็หวั่นไหวไปแค่เสี้ยวนึงเท่านั้น มันไม่ได้บั่นทอนความแน่วแน่และเสมอต้นเสมอปลายที่มีให้กับเขาผู้นี้ได้เลย...มันก็แค่ทำให้ระคาย และยุบยิบหัวใจไปเพียงชั่วครู่ก็เท่านั้นเอง
“มึงทำสันดานแบบนี้คิดว่ากูจะร้องไห้โวยวายแล้ววิ่งหนีออกไปแบบในเอ็มวีเพลงเศร้าเหรอวะ...ต่อให้มึงปฎิเสธกูเป็นพัน ๆ ครั้งกูก็ไม่มีวันให้มึงเขี่ยกูทิ้งได้ง่าย ๆ หรอกเว้ย! มึงเป็นของกูไอ้คิม แล้วมึงก็หนีกูไม่พ้นแล้ว”
“ไอ้เช่...”
ร่างสูงกว่าออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ก่อนปอเช่จะกดไอพอดเล่นเพลงเพลงนึงแล้ววางไว้ข้าง ๆ ตัวของบุคคลที่เค้าสุดแสนจะคลั่งไคล้
“อย่าเสียใจคนเดียว...” ปอเช่ว่าออกมานิ่งๆแต่ก็เป็นชื่อเพลงที่ตอนนี้เขาพยายามเปิดให้คิมฟัง ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้พาดลงบนไหล่แล้วพาตัวเองออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“ไว้เวร! ไหนบอกจะไม่วิ่งโวยวายซมซานออกไปไงวะ”
“กูเดิน! ไอ้สัส!!!”
…
..
.
[วันแรกพบ]
“เดินหายไปไหนแล้ววะเนี่ย ไวฉิบหาย!”
“ทางนั้น”
“ตามไป! เร็ว!!!”
เสียงฝีเท้าวิ่งกันไปจ้าละหวั่นคนละทิศคนละทาง ชายชุดดำที่มีท่าทีเคร่งขรึมทำให้ใครบางคนที่หลบอยู่ที่เสาข้างถังขยะบริเวณตึกหลังคณะที่ร้างผู้คนได้แต่ยืนสงบนิ่งและภาวนาให้คนพวกนั้นไปให้พ้นหูพ้นตาของเขาและเลิกยุ่งให้เร็วที่สุด จนเสียงเอะอะโวยวายของชายฉกรรจ์เหล่านั้นเงียบสงบและตัวเขารู้ดีว่าเป็นอีกครั้งที่รอดพ้นจากเหตุการณ์อันตรายนี้มาได้จึงทำให้นึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย
“ชู้วววว!!~” เค้าชะโงกหน้าไปเช็คสถานการณ์แล้วลอบถอนหายใจออกมา ก่อนที่ตัวเขาเองจะมองสำรวจทางด้านซ้าย ด้านขวาและด้านหลังอีกครั้ง แล้วเตรียมตัวจะก้าวเท้าเดินหน้าออกไปให้ไกลจากบริเวณนี้ แต่แล้ว...
“โคตรน่ารักเลยหว่ะ”
“เห่ยยย!”
ด้วยความไม่ระวังทำให้เค้าที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ชนเข้าให้กับกลุ่มเด็กวัยมัธยมกลุ่มหนึ่งที่เดินคุยเล่นกันเข้ามาอย่างออกรสออกชาติ ทำให้เกิดการปะทะและชนเข้าหากันอย่างไม่ทันตั้งตัว
“โอ๊ยเชี่ย!”
“เช่เป็นไรปะวะ”
รุ่นน้องที่ปะทะเข้าให้กับร่างของเขาเต็ม ๆ สบถออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมกับใบหน้าที่ตะลึงงันชะงักด้วยความช็อคค้าง แล้วทำปากพะงาบ ๆ พูดประโยคนึงออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขั้นสุด
“พี่นักร้อง!!!”
“ห้ะ ?” คนฟังถึงกับขมวดคิ้วงงงวย ด้วยความสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดขึ้นเร็วมากแทบตั้งตัวรับไม่ทันเลย
“พี่ที่ร้องเพลงตรงลานกิจกรรมเมื่อกี้ปะครับ” แววตาวาวโรจน์ของเด็กหนุ่มทำให้รุ่นพี่ที่จ้องมองอยู่ถึงกับเกาคางแก้เก้อแล้วพยักหน้าตอบรับไปอย่างช่วยไม่ได้
“อ๋อ…เออ”
“อ่ะ…” รุ่นน้องที่ดูท่าทางประหลาดดึงแก้วน้ำแดงออกจากมือเพื่อนคนนึงในกลุ่มเขาแล้วส่งให้คนตรงหน้าด้วยความกระตือรือร้น
“อะไร ?” ทุกการกระทำของเขามันช่างแปลกประหลาดไปซะหมด ทั้งท่าทาง พฤติกรรม คำพูด แววตา จะว่าดีก็ดี จะว่า...พิลึกก็ได้เหมือนกัน
“พี่หนีอะไรมาอ่าาา” ใบหน้าที่ดูสดใสร่าเริงมองซ้ายทีขวาทีท่าทางทะเล้นทะลึ่งดูขี้เล่นจนทำให้คนที่มองดูการกระทำนั้นอยู่ตรงหน้าแบบไม่คาดสายตาเผลอกระตุกยิ้มออกมาเบา ๆ “แฟนคลับเหรอ ? ดูเหนื่อย ๆ นะ กินดิ” เขายังคะยั้นคะยอยื่นแก้วน้ำไปให้รุ่นพี่อย่างขยันขันแข็ง
“ไอ้เช่ กูแดกแล้...” ก่อนที่เพื่อนในกลุ่มจะพูดอะไร ปอเช่ก็รีบใช้เท้าลงแรงกระทืบไปบนรองเท้าของเพื่อนเขา เพื่อให้หุบปากไม่พูดสิ่งใดออกไปให้ดูมีพิรุธ
“…อึ้บ!”
“…” ร่างสูงลังเลเล็กน้อย มองทุกอย่างด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะยื่นมือไปรับน้ำใจที่เด็กวัยมัธยมหยิบยื่นให้ เพราะตอนนี้อากาศก็ร้อนแล้วเหงื่อก็ท่วมตัวแถมยังผ่านการหลบหนีคนกลุ่มหนึ่งมาอย่างหวุดหวิดอีกด้วย
“เห้ออ...ขอบใจ” เค้ากระดกดื่มน้ำจนหมดแล้วโยนแก้วทิ้งไปที่ถังขยะข้าง ๆ ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนที่คุ้นเคยอีกครั้งทำให้เค้าต้องรีบเผ่นหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
“พี่ชื่ออะไรอ่ะ...ผมปอเช่นะ พี่นักร้อง!!!!!” แม้จะมีเสียงใสตะโกนไล่หลังมาก็ไม่ได้เรียกความสนใจให้เขาหันไปตอบโต้นักด้วยเพราะตอนนี้เขาไม่สามารถโฟกัสอย่างอื่นได้เลยนอกจาก...หนี หนีไปให้ไกลที่สุด
“ไอ้เช่...เบาเพื่อนเบา”
“มึงว่าเขาชอบกูปะวะ” ปอเช่ยังคงมองแผ่นหลังนั้นอย่างไม่วางตา
“ห้ะ ?” เพื่อนสามคนของเค้าต่างหันมามองเพื่อนรักด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ชอบมั้ย ?” เด็กหนุ่มถามย้ำแล้วยิ้มออกมาด้วยท่าทางมีความสุข
“เอาแบบฉีดยาหรือไม่ฉีดยาวะ...”
“เอาแบบความจริงแต่ฉีดยานิด ๆ”
“ไม่”
“สัส!!!!” เช่หันไปโบกกบาลเพื่อนตัวเองด้วยความหมั้นไส้ก่อนจะลูบหัวตัวเองปรอย ๆ แล้วมองตามสายตาของเพื่อนด้วยความครุ่นคิดกับพฤติกรรมของรุ่นพี่เมื่อครู่นี้ที่ดูลุกลี้ลุกลนผิดปกติ เดินสามก้าวหยุดมองซ้าย มองขวา
ถอยหน้า ถอยหลังจนแก๊งเด็กมัธยมต่างมองหน้ากันด้วยความมึนตึ๊บ!
“เอาจริงเหรอวะ...เค้าดูแปลกๆ...”
“นี่แหละ ลึกลับซับซ้อนสเปคกูสุด ๆ” ปอเช่ยังคงจับตามองเขาด้วยแววตาที่ดูหลงใหลเสียเต็มประดา
“…ไอ้เช่ เดี๋ยวเฮียมึงได้ช็อคตายแน่ ๆ”เพื่อนคนนึงสบถออกมาอย่างเป็นห่วงเพราะรู้ดีว่าพี่ชายปอเช่หวงน้องชายคนเดียวของเขามากแค่ไหน...
“ไอ้โอม โอเพนเฮาส์มีกี่วันวะ” แต่เหมือนสิ่งที่เพื่อนพูดจะไม่เข้าหัวปอเช่เลยแม้แต่น้อย
“เชี่ยแม่ง! เอาจริงเหรอวะ”
“กูว่าเขาตกหลุมรักกูว่ะ” ปอเช่หันไปบอกเพื่อนด้วยอาการละเมอเพ้อพกเข้าขั้นวิกฤตจนเพื่อนต่างถอนหายใจกันเป็นแถว
“เห้อ...โค้ชลงเล่นแล้ว แพทย์สนามเตรียมตัวเลออออ”
บทล่าสุด
#253 บทที่ 253 C.55 [Written By Love] จบ (9)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#252 บทที่ 252 C.55 [Written By Love] จบ (8)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#251 บทที่ 251 C.55 [Written By Love] จบ (7)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#250 บทที่ 250 C.55 [Written By Love] จบ (6)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#249 บทที่ 249 C.55 [Written By Love] จบ (5)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#248 บทที่ 248 C.55 [Written By Love] จบ (4)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#247 บทที่ 247 C.55 [Written By Love] จบ (3)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#246 บทที่ 246 C.55 [Written By Love] จบ (2)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#245 บทที่ 245 C.55 [Written By Love] จบ (1)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#244 บทที่ 244 C.54 [สุดแต่ใจจะไขว่คว้า] (8)
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
![[YAOI] KimChay : รักโคตรร้าย พ่ายเกมรัก](https://oss.novelago.app/prod/jpg/cover/d8ecea29f85a4735832653e2d2cee822.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)












