บทนำ
บท 1
๒๐ ปีก่อนหน้า พุทธศักราช ๒๔๖๕
หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง บ้านเมืองขาดสมดุลทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านอยู่อย่างทุกข์ร้อนและขัดสน รัฐบาลใช้จ่ายเงินอย่างมากในโครงการราชการ
ชาวบ้านถูกเรียกให้เสียภาษีเพิ่มมากขึ้น จากที่ไม่คล่องตัวกลับย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม จนเกิดภาวะเงินเฟ้อ คนที่เคยมีงานทำกลับตกงาน บรรดาเศรษฐีที่เคยรุ่งโรจน์กลับเสื่อมถอย ชาวบ้านที่ขัดสนเริ่มผันตัวเป็นโจรเพื่อปล้นชิง มีเพียงคนที่มีอำนาจต่อรองเท่านั้นถึงจะอยู่รอด
ซ่าาาา
สายฝนโรยตัวลงมาเป็นเม็ดเปาะแปะ ในยามกลางคืน เมฆดำทะมึนจับตัวกันแน่นก่อนปลดปล่อยสายฝนให้กระหน่ำลงสู่พื้นดิน ลมกระโชกแรงพัดผ่านหลังคาสังกะสีจนสั่นสะเทือน
เสียงหยาดฝนร่วงหล่นต่อเนื่องไม่ขาดสายคล้ายเสียงขับกล่อมจากธรรมชาติที่ปลอบประโลมจิตใจ ทว่า..มันกลับไม่ใช่สำหรับทุกคน
“แค่ก ๆ”
เสียงไอ อะค่อกอะแค่ก สะท้านแข่งกับเสียงฝน ดังมาจากบ้านไม้หลัง
เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกลับชายแดนประเทศ ยิ่งฝนพัดลงมาเท่าไร ก็พาลทำให้คนป่วยรู้สึกทุกข์ทรมานมากเท่านั้น
บนพื้นไม้เก่าถูกปูด้วยฟูกผืนบาง ร่างของหญิงวัยกลางคนนอนกระสับ กระส่ายเหงื่อแตกพลั่กเพราะพิษไข้ ดวงหน้าอิดโรย เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้า
“แม่จ๋า”
เสียงเด็กชายร้องเรียกคนเป็นแม่เสียงแผ่ว ข้างกายของผู้เป็นแม่มีเด็กชายวัยแปดปีที่มีใบหน้าเหมือนกันทั้งสามคน นั่งอยู่เคียงข้าง คนหนึ่งคอยประคองแม่ให้พลิกตัว อีกคนใช้ผ้าขนหนูผืนเก่าคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว ส่วนอีกคนคอยเป็นลูกมือช่วยหยิบจับของใช้ต่าง ๆ
เด็กชายทั้งสามพยายามดูแลแม่ที่นอนป่วยอย่างเต็มที่ แม้จะทำได้แค่เล็กน้อย
“เมื่อไหร่พ่อจะมา แม่ยังไม่ได้กินอะไรเลย”
แฝดน้องคนที่สาม ทองคำ พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า แฝงไปด้วยความสงสาร
ที่บ้านเวลานี้ไม่มีอะไรที่จะทำอาหารประทังชีวิตให้แม่ได้เลย มีเพียงน้ำฝนที่อยู่ในตุ่ม เพียงแค่จิบก็อาจทุเลาความหิวได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจทำให้ท้องหายกิ่วได้
“เดี๋ยวพี่จะไปหากล้วยในสวน”
เหล็ก แฝดผู้พี่คนโตอาสาเป็นคนไปหากล้วยในสวน แม้จะเป็นแฝดกันแต่ด้วยความเป็นพี่ทำให้เหล็กไม่อาจละทิ้งคนในครอบครัวได้ ร่างเล็กของเด็กชายค่อย ๆ ยันตัวขึ้นจากพื้นบ้านที่ทำจากไม้ มือเล็กยื่นผ้าเช็ดตัวให้น้องชายคนกลางอย่าง นิล รับหน้าที่ดูแลต่อ
ไม่ทันที่เด็กชายจะได้ลุกเดินออกจากบ้าน เสียงย่ำเท้าเฉอะแฉะดังขึ้นที่หน้าบ้านสลับกับเสียงฝน
เด็กชายรีบวิ่งไปดูที่หน้าบ้าน เห็นผู้เป็นพ่อกลับมาในสภาพเปียกปอน
“พ่อ!”
เหล็กรีบวิ่งไปกอดผู้เป็นพ่ออย่างไม่รังเกียจแม้ว่าร่างกายจะเปียกชุ่ม
ร่างเล็กเมื่อผละออกจากอ้อมกอดก็เข้าไปช่วยพ่อถือห่อผ้าที่ภายในบรรจุอาหารเหมือนเช่นเคย
ทว่าทันทีที่สองพ่อลูกเดินเข้ามาในที่ที่ไฟส่องถึงก็แกะห่อผ้าออก ของที่พ่อหามาได้มีเพียงข้าวหนึ่งห่อและกล้วยหนึ่งหวีเท่านั้น
คนเป็นพ่อโผเข้ากอดลูกชายทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกผิด
“พ่อขอโทษนะลูกที่หามาได้แค่นี้”
“ไม่เป็นไรครับพ่อ”
“แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง”
“แม่ยังไม่หายเลยครับ พ่อไปดูแม่เถอะครับ”
ไม่รอช้า คนเป็นพ่อรีบวิ่งไปดูเมียที่นอนป่วยทันที ยามที่เห็นร่างของเมียที่ซูบผอมลงไปทุกวันก็หลั่งน้ำตาออกมา
“พ่อขอโทษที่ดูแลแม่ไม่ดี”
มือหยาบกร้านจับมือเมียขึ้นมาแนบใบหน้า ผู้กองบุญนาก ขอโทษออก มาอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้เมียและลูก ๆ ต้องมาตกระกำลำบาก
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นถึงผู้กอง แต่ก็เป็นแค่อดีตเท่านั้น
“พ่ออย่าพูดแบบนั้น แค่ก ๆ เป็นแม่ที่อ่อนแอเอง” ชมพูนุช ปรือตามองผู้เป็นสามีด้วยความสงสารและรู้สึกผิด
เป็นเธอเองที่อ่อนแอ ถ้าเธอแข็งแรงคงไม่เป็นภาระให้สามีและลูกชาย
ชมพูนุชมีโรคประจำตัวรุมเร้า ทำให้เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ บ่อย ครั้งนี้แม้จะเป็นไข้หวัด แต่อาการก็หนักกว่าคนทั่วไป
“พ่อครับ ยาหมดแล้ว”
นิล แฝดน้องคนกลางเดินมาบอกผู้เป็นพ่อเสียงแผ่ว มือหยาบกร้านรีบเช็ดน้ำตาที่ร้อนผ่าวผินหน้ามองลูกชายด้วยแววตาที่อ่อนโยน
“หมดแล้วเหรอ”
“ครับ”
“เดี๋ยวพ่อไปซื้อยาให้นะ”
บุญนากพูดเสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปหยิบหมวกสานขึ้นมาสวมใส่ เดินออกจากบ้านตรงดิ่งไปยังร้านขายยาที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าปิดแล้วหรือยัง มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเก่าขึ้นมาเปิดดู
เห็นเศษเงินที่ร่อยหรอในกระเป๋าก็ใจหาย แม้จะไม่มีเงินเหมือนเช่นเคยแต่ก็ไม่อาจละทิ้งคนที่รักได้
โชคชะตาช่างเล่นตลกเสียจริง
บุญนากเดินฝ่าฝนกระทั่งจนมาถึงร้านยาที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน แสงไฟจากบ้านเรือนถูกดับจนมืด มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ จากเสาไฟเท่านั้นที่คอยนำทาง
ร้านยาเก่าแก่ของหมอเฮ้งถูกปิดประตูอย่างแน่นหนา แม้จะเกรงใจที่จะต้องตะโกนเรียกแต่บุญนากก็ไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ได้ยากลับไป เมียของเขาอาจมีอาการทรุดยิ่งกว่าเดิม
ก๊อก ก๊อก
“หมอ! หมอ!”
บุญนากตะโกนเรียกพลางเคาะประตู เขาเคาะประตูครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีท่าทีที่เจ้าของร้านจะออกมาเปิดประตูให้
ชายวัยกลางคนยืนอยู่ที่หน้าร้านยาด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี สายตาคมเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษที่ถูกเขียนไว้ว่า ‘ปิด ไปต่างจังหวัด’ จึงเริ่มถอดใจ
ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำยังไง เสียงแหบพร่าที่ไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“ซื้อยาเหรอ” บุญนากหันไปยังต้นเสียงเป็นชายชราที่ทักเขา
“ครับ”
บุญนากประหม่า เขาไม่รู้จักชายชราตรงหน้า ไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายมาก่อน ชายวัยชราสวมใส่เสือคอจีนกางเกงขาก๊วย ในมือถือตะเกียงเจ้าพายุ บางทีชายชราคนนี้อาจเป็นญาติกับหมอเฮ้งก็เป็นได้ เสือบุญนากคิดในใจ
“ตามมาสิ ที่บ้านอั๊วมียา”
ทันทีที่ได้ยินคำว่ายาบุญนากก็ตาลุกวาว เปล่งประกายด้วยความดีใจ รีบพยักหน้าขอบคุณ ในที่สุดสวรรค์ก็ประทานโชคให้เขาสักที
บุญนากไม่รอช้ารีบเดินตามชายชราคนนั้นเข้าไปในตรอกซอยข้าง ๆ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกกลัวหรือกังวล ละทิ้งทุกสัญชาตญาณของอดีตนายตำรวจ เวลานี้ใครมียาเขาก็พร้อมจะตามไป
เบื้องหน้าคือตึกคูหาเก่าคร่ำครึ บุญนากยืนอยู่หน้าประตูเก้ ๆ กัง ๆ ขณะ ที่ชายชรากำลังไขประตู
“เข้ามาสิ”
“ครับ”
เดินตามเข้าไปในตึกอย่างว่าง่าย เพราะกลัวจะไม่ได้ยา ทันทีที่สองขาย่างเท้าเข้าไปในตัวอาคาร กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นอับก็ลอยเข้ามาเตะจมูกจนต้องยกมือขึ้นปิด
“รอตรงนี้แป๊บหนึ่ง เดี๋ยวอั๊วไปเอายามาให้”
“ขอบคุณครับ”
ชายชราเดินตรงไปยังตู้ไม้เก่า ๆ ภายในอาคารถูกปิดไฟจนมองไม่เห็นทาง โชคดีที่มีไฟจากตะเกียงเจ้าพายุที่ทำให้มองเห็นอะไรได้บ้าง แม้จะเลือนรางก็ตาม
“ลื้อจะเอายาอะไร”
“ผมขอยาลดไข้และแก้ปวดก็พอครับ”
ชายชราพยักหน้า มือเหี่ยวย่นถือตะเกียงวางไว้แถวนั้น ค้นหาห่อยาในตู้ ไม่นานก็เดินกลับมาที่บุญนากคอยอยู่พร้อมกับห่อยาในมือ
“ถึงบ้านก็ต้มให้คนป่วยกินเลยนะ”
“ขอบคุณนะครับ เท่าไรครับ” บุญนากโค้งตัวขอบคุณ มือหนาล้วง กระเป๋าสตางค์ขึ้นมาหวังจะจ่ายเงิน ทันทีที่ล้วงกระเป๋ากางเกงก็พบแต่ความว่างเปล่า
กระเป๋าเงินของเขาหายไป!
“คือ...”
ฉึบ!
บุญนากที่กำลังก้มหากระเป๋า แหงนหน้าขึ้นมาหวังจะบอกว่ากระเป๋าสตางค์หายไป แต่ชายชราตรงหน้ากลับจี้มีดพกมาที่คอของเขา
“ลื้อคงจะไม่ได้ยากลับบ้านแล้วละ”
“หมายความว่าไง”
บุญนากถอยหลังหนี มือยกขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง ทว่าชายชราตรงหน้าเลือกที่จะไม่ตอบ กลับส่งยิ้มมาอย่างเจ้าเล่ห์
ความรู้สึกสับสนเริ่มตีรวน จะว่าชายตรงหน้าเป็นโจรก็ไม่น่าใช่ เพราะสภาพของบุญนากในเวลานี้มันไม่มีอะไรน่าปล้นเลยสักนิด...หรือว่าจะมีคนสั่งการมา
“ใครส่งมึงมา!”
บุญนากถามเสียงแข็ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชราตรงหน้าพุ่งมีดมาที่เขา ด้วยความที่ว่องไวกว่าทำให้หลบหลีกคมมีดได้อย่างรวดเร็ว เข้าไปประชิดตัวยื้อแย่งมีด
ในช่วงเวลาที่ทั้งสองมือยื้อแย่งมีดกันอย่างสุดชีวิต ท่ามกลางความมืดและความวุ่นวาย มีดที่เคยถูกจับไว้ในมือของชายชราถูกกระชากออกไป มือที่จับมีดพลันสะดุดทำให้ปลายมีดพุ่งไปแทงเข้าไปที่ท้องของผู้ร้าย ร่างนั้นค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นและหมดลมหายใจไปในที่สุด
บุญนากล้มตัวนั่งลงข้างศพอย่างหมดแรง
หลังจากที่โดนไล่ออกจากราชการ ฝีมือของเขาก็ตกไปมาก
มือหนากระชากหน้ากากของชายวัยออก ปรากฏว่าร่างที่แน่นิ่งเป็นร่างของชายหนุ่มที่ปลอมเป็นชายชรา แต่เขาไม่รู้จักชายคนนี้มาก่อน จึงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าใครเป็นคนส่งมา
สองขาค่อย ๆ หยันตัวลุกขึ้นเดินออกจากอาคารมาพร้อมกับถือตะเกียงเจ้าพายุ สายตาคมทอดมองไปยังอาคารตรงหน้าก่อนที่โยนตะเกียงพายุเข้าไปในอาคารจนเกิดเสียงดังเพล้ง ไม่นานทั่วทั้งอาคารก็ลุกไหม้ไปด้วยเพลิงไฟ
นัยน์ตาอาบไปด้วยน้ำตาสีใส
ถ้าเป็นคนดีแล้วมันลำบาก เขาก็จะเป็นคนเลวให้สาแก่ใจพวกมันแล้วกัน
สองปีก่อน... บุญนาก ดำรงตำแหน่ง ร้อยตำรวจเอกของกองปราบปราม มีฉายาว่าผู้กองอัศวิน เขาปราบคนร้ายมานักต่อนัก จนกระทั่งวันที่เขาได้เข้าไปยุ่งกับผู้มีอิทธิพลอย่างไม่รู้ตัว
บุญนากถูกใส่ร้ายว่ารับสินบนจากนักโทษ หลักฐานหรือก็ไม่มีแก้ตัว เพราะทุกอย่างมันคือแผนการที่ต้องการจะปลดเขาออกจากหน้าที่ บุญนากถูกไล่ออกจากราชการ แม้จะไปทวงความยุติธรรมให้ตัวเองหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เขาไม่มีอำนาจที่จะต่อรอง และกลายเป็นคนร้ายในที่สุด
จากลูกเมียที่อยู่อย่างสุขสบายก็พลอยลำบากไปด้วย โดนทางการไล่ล่า อยู่ไม่เป็นสุข ไปของานทำที่ไหนก็ไม่มีใครจ้าง ไม่มีแม้แต่เงินส่งลูกเรียนหนังสือ แม้แต่เงินที่จะใช้กินข้าวก็ไม่มี
บุญนากเดินกลับมาถึงบ้านในช่วงเวลาดึก เห็นลูกชายทั้งสามคนนั่งคอยอยู่ที่บันไดก็บีบหัวใจของคนเป็นพ่อ ลูกชายทั้งสามผอมกร่องเพราะไม่ค่อยได้กินอะไรดี ๆ มีเพียงแต่กล้วยและน้ำฝนที่ช่วยประทังชีวิตเท่านั้น
“พ่อกลับมาแล้ว”
เด็กชายทั้งสามโผเข้ากอดพ่อแน่น มือหนาโอบกอดลูกชายเสร็จก็เปลี่ยนมาลูบหัวอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาวูบไหวซ่อนความรู้สึกหลากหลายที่เพิ่งเผชิญมา
“แม่ล่ะลูก”
“หลับไปแล้วครับ”
“งั้นฝากนิลช่วยไปต้มยาให้แม่ทีนะ”
“ครับพ่อ”
เด็กชายนามว่านิลพูดจาว่าง่าย รับห่อยาจากพ่อและตรงดิ่งเข้าไปในครัวทันที ทองคำก็เดินตามพี่ชายคนกลางไปติด ๆ มีเพียงเหล็กเท่านั้นที่ยืนอยู่กับพ่อ
“ทำไมตัวพ่อถึงได้มีกลิ่นควันไฟล่ะครับ” บุญนากชะงัก เขาก้มลงดมกลิ่นเสื้อผ้าของตัวเองก็เหม็นกลิ่นควันไฟจริง ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกลูก เหล็กไปดูแม่เถอะ เดี๋ยวพ่อขออยู่คนเดียวสักพัก”
“ครับพ่อ”
บุญนากเดินมานั่งที่ชานเรือนเพียงลำพัง เสื้อผ้ายังคงเปียกชื้นจากการโดนฝนและเหม็นไปด้วยกลิ่นควัน
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกที่คับแค้นใจ คิดถึงอดีตตั้งแต่วันแรกที่รับราชการ จนถึงวันที่ถูกไล่ออก
ต้องมาลำบาก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำความผิดอย่างที่ถูกใส่ร้าย
ไหนจะเรื่องที่บุญนากเพิ่งฆ่าชายคนนั้นไป ไม่นานทางการก็คงสืบจนรู้ว่าเป็นฝีมือใคร บุญนากรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว
ในเมื่ออยากให้เขาเลวนัก ก็จะเลวให้ดู
ตุ้บ!
กำปั้นทุบลงผนังไม้ด้วยความเจ็บใจ จะต้องล้างแค้นและทวงทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมาให้ได้ หากไม่ได้ ไม่มึงก็กูที่ต้องตายกันไปข้าง
๑ ปีต่อมา…
จากอดีตนายตำรวจกลายเป็นจอมโจรที่ทางการล่าค่าหัว
เสือบุญนาก ชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วจังหวัด เขาปล้นคนรวยช่วยเหลือ
คนจน เสือบุญนากกลายเป็นความหวังของชาวบ้าน จุดประกายให้พวกเขากล้าลุกขึ้นต่อต้านผู้มีอำนาจ อิทธิพลของเสือบุญนากขจรขจายไปไกล จนทางการต้องออกหมายจับ...
ฮี่ ~
เสียงฝีเท้าของม้าอาชา ดัง กุมกับ เป็นเนือง ๆ ม้าตัวใหญ่สีน้ำตาลขลับวิ่งมาตามถนนในหมู่บ้าน มีเสือร้ายอย่างเสือนากเป็นผู้กุมบังเหียน มือหนาคว้านเอาธนบัตรหลากสีในถุงที่ปล้นมาโปรยไปตามท้องถนนที่มีชาวบ้านเดินผ่าน ชาวบ้านที่เห็นเงินปลิวว่อนก็กุลีกุจอเข้าไปกอบโกย
“เอาไปเลี้ยงครอบครัว อย่าเอาไปเล่นพนันละ ถ้ากูรู้กูยิงเป่าหัวพวกมึงแน่”
เสือบุญนากป่าวประกาศออกไปโพล่ง ๆ ไม่ได้ระบุตัวว่าหมายถึงผู้ใด ชาวบ้านที่รับเงินไปก็ก้มหัวขอบคุณกันยกใหญ่ ก่อนที่เสือบุญนากจะจากไป
ใบหน้าคมคายซ่อนอยู่ใต้ผ้าโพกสีดำอย่างมิดชิด นับตั้งแต่วันนั้น อดีตนายตำรวจหนุ่มก็กลายเป็นโจรร้ายโดยที่ไม่อาจหวนกลับได้
และวันนี้เสือบุญนากก็ปล้นคหบดีใหญ่ที่คดโกงเอาเปรียบชาวบ้านได้สำเร็จ เขาแบ่งเงินเอาไว้ให้ลูกเมีย ที่เหลือเกินกำลังก็แจกจ่ายชาวบ้านที่ทุกข์ร้อน บนหลังม้ามีกระสอบขนาดกลางที่บรรจุข้าวสาร หวังจะเอาข้าวกระสอบนี้ไปให้เมียและลูกที่บ้าน
ปัง! ปัง!
ฮี่ ~
ยังไม่ทันจะข้ามพ้นหมู่บ้าน เสียงปืนก็ดังสนั่นทั่วทุกสารทิศ เหล่าตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้จับตายเสือบุญนากก็กรู่เข้ามาล้อมวงจนม้าเริ่มพยศ
ปัง! ปัง!
เวลาหนึ่งปีเสือนากฝึกปรือฝีมือจนกลับมาฉมังอีกครั้ง มือลูกโม่ขนาด
เก้า มม.ยิงกระสุนทะลุร่างนายตำรวจเหล่านั้นจนฟุบลงกับพื้นคนแล้วคนเล่า
ฮี่ ~
“ท่าไม่ดีแล้ว”
เสือบุญนากพึมพำ ปรายตามองร่างไร้วิญญาณของนายตำรวจตรงหน้าด้วยความฉงน
พวกมันต้องได้รับคำสั่งมาแน่ ถึงได้มาไล่ล่าเขาแบบนี้ เมื่อทุกอย่างนิ่งไป สัญชาตญาณของเสือร้ายบอก มันจะไม่จบแค่นี้แน่
ยังไงทางการก็ต้องส่งคนมาเก็บเขา เวลานี้บุญนากเป็นเพียงโจรธรรมดาที่มีชื่อเสียง แต่ก็ไม่มีลูกน้อง ยังไงก็ไม่สามารถสู้คนหมู่มากได้
สิ่งที่เสือบุญนากคิดได้เวลานี้คือต้องพาลูกและเมียหนี
เสือบุญนากกลับมาที่บ้าน เห็นลูกและเมียนั่งคอยท่าอยู่ก็ใจไม่ดี เขารีบลงจากหลังม้าและตรงดิ่งมาหาผู้เป็นเมียทันที
มือหนาจับมือเมียรักไว้แน่น พลางหันไปสั่งลูกชายทั้งสามที่ตอนนี้กำลังยืนมองยังเสือบุญนากด้วยความรู้สึกสงสัยในท่าทีร้อนรนของคนเป็นพ่อ
“เหล็ก นิล ทองคำ พาแม่หนีไปนะลูก”
บุญนากกำชับลูกชายด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้นพ่อ”
ชมพูนุชใจคอไม่ดี ไม่รู้สามีเธอไปเจออะไรมาถึงได้มีท่าทีเช่นนี้
“ทางการส่งคนมาตามผม คุณหนีไปกับลูกนะ”
พูดจบเสือบุญนากก็ผลักลูกชายและเมียสุดที่รักไปยังด้านหลังบ้าน ที่เป็นทางเชื่อมต่อไปชายแดน
หากข้ามเขาลูกนี้ไปได้ ทุกคนจะปลอดภัย
“ไม่ แม่ไม่ไปนะพ่อ” ชมพูนุชพูดทั้งน้ำตา เธอไม่อาจละทิ้งสามีได้
เด็กชายทั้งสามร้องไห้ออกมาจนน้ำตานองหน้า
“เหล็กจะอยู่กับพ่อ”
ลูกชายคนโตเดินเข้ามาสวมกอดพ่อแน่น เสือบุญนากคุกเข่าต่อหน้า
ลูกชาย พลางจับบ่าลูกชายแน่น
“เหล็กต้องพาแม่และน้องหนีไปนะลูก พ่อเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะตามไป”
“พ่อสัญญานะครับ”
“พ่อสัญญา”
มือหนาลูบหัวลูกชายทั้งสามอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายระบายยิ้มบางหวังให้ลูกและเมียเชื่อใจ
“พ่อต้องตามมานะ”
เสือบุญนากพยักหน้า เมื่อร่ำลากันเสร็จ เด็กชายทั้งสามก็จับมือผู้เป็นแม่วิ่งหนีไปยังป่าชายแดน
เสือบุญนากยืนขึ้นเต็มความสูง มือหนาควงปืนคู่ รอให้ใครบางคนที่เขารอคอยมาหา
ครู่เดียวที่ร่างของภรรยาและลูกชายหายลับไปในความมืด เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“สวัสดีเพื่อนรัก”
เสือบุญนากหันกลับมาเผชิญกับต้นเสียง ปรากฏร่างของชายหนุ่มรุ่นเดียวกับเขาที่สวมใส่เครื่องแบบเต็มยศ เดิมทีอีกฝ่ายมียศร้อยตำรวจเอกเท่ากับ
บุญนาก แต่เวลานี้อีกฝ่ายได้ขึ้นเป็นรองสารวัตรแล้วในระยะเวลาแค่หนึ่งปี
“กว่ากูจะหามึงเจอ ใช้เวลาไปเป็นปี”
รองสารวัตรดิเรก มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างราวกับไม่สะทกสะท้านกับอันตรายตรงหน้า
“มึงทำกับกูแบบนี้ทำไมวะ”
เสือบุญนากถามด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง ปืนลูกโม่คู่ใจจ่อไปยังเพื่อนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“อำนาจไง”
พูดจบ เสือบุญนากก็ลั่นไกปืน ทันทีที่ลูกกระสุนฝ่าออกไปในอากาศ ร่างของรองสารวัตรดิเรกก็เลือนหายไป
เสือบุญนากตกใจหันซ้ายหันขวา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนของตัวเองมีวิชาอาคม ทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีวิชา เสือบุญนากก็รับรู้โชคชะตาของตัวเองได้ทันทีว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายในชีวิตเขา…เพราะเขาไม่อาจสู้กับคนมีของได้
ปัง!
ไวกว่าความคิด เสียงปืนก็ดังลั่นสนั่น พร้อมกับแรงกระแทกที่อัดแน่นเข้ากลางอกจากทางด้านหลัง ความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้สติที่มีเริ่มเลือนราง เสียง
วิ้งกรีดร้องอยู่ในหู เสือบุญนากล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลง
“อึก ใครสั่งให้มึงทำแบบนี้วะไอ้ดล”
พยายามใช้แรงที่เหลืออยู่เค้นถาม อย่างน้อยก็อยากรู้ว่าใครที่ทำกับครอบครัวเขาแบบนี้ เสือบุญนากสืบจนรู้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีว่าแท้จริงแล้วเพื่อนสนิทของเขาส่งคนมาเก็บเขา แต่ก็ไม่อาจล่วงรู้ว่าใครเป็นคนหนุนหลัง
แค่คนคนเดียว ไม่อาจขึ้นมามีอำนาจได้ จะต้องมีผู้ใหญ่หนุนหลังเป็นแน่
“กูขอโทษว่ะเพื่อน แต่กูบอกไม่ได้”
ปัง!
ทันทีที่พูดจบรองสารวัตรดิเรกก็ลั่นไกปืนอีกครั้งแสกกลางกระหม่อมของเสือบุญนากจนสิ้นใจในที่สุด ดวงตาของร่างไร้วิญญาณเบิกกว้างเพราะยังไม่หมดห่วง ก่อนที่เสือบุญนากจะตายภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือใบหน้าของเมียสุดที่รักและลูกชาย
เท้าหนาเขี่ยร่างไร้วิญญาณของเพื่อนสนิทอย่างไม่ให้เกียรติ
“ผมเก็บเมียมันแล้วครับนาย”
ลูกน้องของรองสารวัตรดิเรกรีบวิ่งมารายงาน ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความพอใจ รอยยิ้มร้ายประดับบนใบหน้า
โดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์อันโหดร้ายตรงหน้าล้วนอยู่ในสายตาของเด็กชายทั้งสามที่แอบอยู่ในเงามืด ภาพที่เห็นทำให้เด็กน้อยวัยเก้าปีช็อกจนตาค้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น และจากวินาทีนั้น รอยแผลเป็นลึกและเจ็บปวดที่สุดก็ถูกสลักลงในความทรงจำของเด็กชายทั้งสามตลอดกาล
บทล่าสุด
#52 บทที่ 52 บทพิเศษ จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#51 บทที่ 51 บทพิเศษ "10"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#50 บทที่ 50 บทพิเศษ "9"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#49 บทที่ 49 บทพิเศษ "8"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#48 บทที่ 48 บทพิเศษ "7"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#47 บทที่ 47 บทพิเศษ "6"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#46 บทที่ 46 บทพิเศษ "5"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#45 บทที่ 45 บทพิเศษ "4"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#44 บทที่ 44 บทพิเศษ "3"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#43 บทที่ 43 บทพิเศษ "2"
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
สัญญารักประธานร้าย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมียเด็กของภาคินทร์
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













