บทนำ
“หลินคุณไว้ใจผมไหม”
“ไว้ใจสิคะ...แต่ว่าหลินไม่ไว้ใจยัยเมย์”
“เรื่องที่พี่ปริ้นซ์จูบเมย์...เมย์จะฟ้องน้าหลิน”
ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเจ้านายและเลขาสาวผู้เก็บงำความลับ ขณะไฟรักที่กำลังลุกโชนรินลดากลับถูกคุกคามด้วยเงาของเสี่ยสมาน ผู้ที่ส่งเธอมาแก้แค้นปกรณ์
เรื่องราวเริ่มต้นที่ รินลดา หรือหลิน เลขาสาวสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์แต่เก็บงำความลับและความขมขื่นในชีวิตคู่เอาไว้ และต้องแสร้างมาทำใกล้ชิดกับ ปกรณ์ (ปริญซ์) เจ้านายหนุ่มมาดเข้ม โปรไฟล์ดี ผู้ซึ่งแฝงไปด้วยความกระหายหื่นภายใต้ความสุภาพ
เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเสี่ยสมานต้องการจะเคลมเมธาวีร์ หรือเมย์ลูกเลี้ยงสาวสวยของรินลดา จนปกรณ์ต้องเข้าไปช่วยและเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง
เธอมีความเย้ายวนและจงใจเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินลดาและปกรณ์ ความสัมพันธ์จึงกลายเป็นรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความลับและการหักหลัง
บท 1
ท่ามกลางมหานครที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเสียงอึกทึกครึกโครม รินลดาได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอ ณ บริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งจะก้าวเข้ามาในตำแหน่งเลขานุการได้เพียงเดือนเศษ แต่หน้าที่การงานกลับนำพาเธอให้ใกล้ชิดกับปกรณ์ เจ้านายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอัธยาศัยไมตรีอันอบอุ่น เขามักจะปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง จนเป็นที่รักและเคารพของทุกคนในบริษัท
ค่ำคืนนั้น เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานกำลังเคลื่อนคล้อยสู่เวลา 19:39 น. พร้อมกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พนักงานคนอื่นๆ ต่างทยอยเก็บข้าวของและเดินทางกลับบ้านกันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรินลดาที่ยังคงจมอยู่กับกองเอกสาร เธอเร่งสะสางงานที่คั่งค้างและเตรียมแผนการประชุมสำหรับวันรุ่งขึ้นอย่างขะมักเขม้น
“ไปก่อนนะหลิน พรุ่งนี้เจอกัน อย่ากลับดึกล่ะ เราเป็นห่วง” เสียงใสของจอย เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมที่สุดดังขึ้น พร้อมกับโบกมือลาจากหน้าประตู รอยยิ้มอบอุ่นของจอยทำให้รินลดารู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
“จ้าจอย แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” รินลดาเอ่ยตอบเพื่อนสาวผู้ซึ่งเป็นคนแรกที่อาสาพาเธอทำความรู้จักกับทุกซอกทุกมุมของบริษัท จอยเป็นคนคุยสนุกและเข้ากับคนง่าย ทำให้รินลดารู้สึกสนิทสนมด้วยอย่างรวดเร็ว ทว่าหากจะนับกันตามจริงแล้ว คนแรกที่เธอได้รู้จักในที่ทำงานแห่งนี้ก็คือปกรณ์ เจ้านายของเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยตัวเองในวันนั้น
เมื่อเห็นว่าแสงไฟในห้องทำงานของเจ้านายยังคงสว่างไสว รินลดาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือแววห่วงใย
“บอสยังไม่กลับหรือคะ”
“อ๋อ...ยังครับคุณหลิน ผมมีงานต้องเคลียร์ต่ออีกนิดหน่อย” เขาตอบโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงงานตรงหน้าเท่านั้น
รินลดานึกถึงคำพูดของปกรณ์ที่เคยบอกเธอตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานว่าไม่ต้องรอเขากลับบ้านพร้อมกัน เพราะเขามักจะทำงานเพลินจนลืมเวลาอยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยลาด้วยความเกรงใจ
“งั้นหลินกลับก่อนนะคะบอส”
“ได้เลยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาฉายแววอ่อนโยน เป็นเชิงอนุญาตให้เธอไปได้
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอาคาร สายฝนที่เคยโปรยปรายกลับโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว รินลดายืนรอรถเมล์ที่ป้ายประจำ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่เธอใช้กลับบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดจนเสื้อผ้าอาภรณ์เปียกปอนแนบเนื้อไปหมด
จากหน้าต่างห้องทำงาน ปกรณ์แอบมองร่างบอบบางของเลขาสาวที่ยืนเปียกฝนอยู่เพียงลำพัง ความรู้สึกห่วงใยแล่นปราดเข้ามาในหัวใจอย่างรวดเร็ว เขามองเห็นเธอเช่นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในใจเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเธอยืนรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว และสายฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ เขาจึงตัดสินใจคว้าร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้ม แล้วเดินลงมาจากบริษัท ตรงไปยังที่ที่เธอยืนอยู่ด้วยก้าวเดินที่มั่นคง
เมื่อเข้าไปใกล้ ภาพของรินลดาในชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกแนบเนื้อจนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้อย่างชัดเจน รวมถึงบราเซียตัวบางที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้ปกรณ์รู้สึกปั่นป่วนในใจอย่างประหลาด ความปรารถนาที่จะโอบอุ้มเธอเข้าไปหลบฝนในที่ที่ปลอดภัยผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรุนแรง
“คุณหลินครับ ผมว่ารอให้ฝนเบาลงกว่านี้ก่อนดีไหมครับ ยืนตากฝนแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ ผมเป็นห่วง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล พร้อมกับกางร่มคันใหญ่เหนือศีรษะของเธอ ร่างของทั้งสองจึงเบียดชิดกันอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถเมล์ก็คงมาแล้ว” เธอตอบ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจากความเย็นยะเยือกของสายฝน แต่ก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
“แต่ผมเห็นคุณยืนรอนานแล้วนะครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง
“นั่นสิคะ ปกติเวลานี้รถยังวิ่งอยู่เลย แต่สงสัยวันนี้คงเป็นเพราะฝนตกรถเลยติด” เธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมว่าเรากลับเข้าไปรอข้างในตึกก่อนเถอะครับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“บอสยังไม่กลับเหรอคะ หรือว่า...จะรอเป็นเพื่อนหลิน” เธอแกล้งหยอกเย้าเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก พยายามคลายความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น
“ยังครับ ผมเป็นห่วงคุณหลิน เห็นคุณมารอรถเมล์คนเดียวมืดๆ แบบนี้ มันอันตรายนะครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเขาฉายแววปกป้องอย่างชัดเจน
รินลดาจึงยอมเดินตามเขากลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้ง ระหว่างทาง ปกรณ์ชวนเธอคุยสัพเพเหระเพื่อทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ เมื่อถึงออฟฟิศ เขาก็กลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ส่วนรินลดาก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอซึ่งอยู่หน้าห้องของเขา หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่
ไม่นานนัก ปกรณ์ก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วชาอุ่นๆ ในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาลอยมาแตะจมูกของรินลดา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
“คุณหลินลองจิบชาอุ่นๆ ก่อนดีไหมครับ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น” เขายื่นแก้วชาให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้สึกประทับใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยได้รับจากเจ้านายคนไหนมาก่อน ความรู้สึกดีๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างช้าๆ
“คุณขึ้นรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยหรือครับ” เขาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เพราะแอบมองเธออยู่ทุกวัน แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่รินลดาไม่อาจเข้าใจได้
“ใช่ค่ะ สะดวกแล้วก็ประหยัดดี” เธอตอบพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
“ถ้างั้นวันนี้ให้ผมไปส่งที่บ้านดีไหมครับ งานผมเสร็จพอดี อีกอย่างตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย” เขาเสนอด้วยน้ำเสียงที่เจือแววหวัง สายตาเหลือบมองนาฬิกาสลับกับใบหน้าของเธออย่างมีความหมาย
“แต่หลินกลับแบบนี้เป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อาจจะมองเธอในแง่ไม่ดี
ระหว่างที่จิบชา ปกรณ์ยังคงชวนเธอคุยไปเรื่อยๆ แต่รินลดาก็สังเกตเห็นสายตาของเขาที่ลอบมองมายังหน้าอกของเธออยู่บ่อยครั้ง คงเป็นเพราะเสื้อที่เปียกแนบเนื้อทำให้ส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธอดูเด่นชัดเป็นพิเศษ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
“คุณหลินเปลี่ยนชุดก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย พอดีผมมีเสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง เดี๋ยวผมหยิบให้” เขากล่าวขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานแล้วหยิบเสื้อยืดตัวใหม่ออกมาส่งให้เธอ เสื้อยืดสีเข้มที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอมากถูกยื่นมาตรงหน้า
“ไม่ต้องรังเกียจนะครับ เสื้อตัวนี้ผมซื้อมายังไม่ได้ใส่เลย กะว่าจะเอาไว้ใส่ไปฟิตเนส แต่ยังไม่ว่างไปสักที” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินลดารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
รินลดารับเสื้อมาถือไว้ แม้จะดูรัดรูปไปหน่อยสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเจ้านายแล้ว เธอก็คิดว่าน่าจะใส่ได้พอดี ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังคงมีกลิ่นอายของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความรู้สึกเขินอายไว้ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มผู้นี้
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 รอยราคี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#39 บทที่ 39 ถ่านไฟเก่าช่างเร้าใจ NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#38 บทที่ 38 เสี่ยจอมหรอย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#37 บทที่ 37 โลกมันกลม
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#36 บทที่ 36 หนี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#35 บทที่ 35 ปริศนาสายเลือด
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#34 บทที่ 34 เล่นเสียวกับเสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#33 บทที่ 33 ขัดดอกให้เสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#32 บทที่ 32 เด็กมันยั่ว NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#31 บทที่ 31 ห้ามใจไหวหรือเปล่า
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













