บทนำ
“หลินคุณไว้ใจผมไหม”
“ไว้ใจสิคะ...แต่ว่าหลินไม่ไว้ใจยัยเมย์”
“เรื่องที่พี่ปริ้นซ์จูบเมย์...เมย์จะฟ้องน้าหลิน”
ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเจ้านายและเลขาสาวผู้เก็บงำความลับ ขณะไฟรักที่กำลังลุกโชนรินลดากลับถูกคุกคามด้วยเงาของเสี่ยสมาน ผู้ที่ส่งเธอมาแก้แค้นปกรณ์
เรื่องราวเริ่มต้นที่ รินลดา หรือหลิน เลขาสาวสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์แต่เก็บงำความลับและความขมขื่นในชีวิตคู่เอาไว้ และต้องแสร้างมาทำใกล้ชิดกับ ปกรณ์ (ปริญซ์) เจ้านายหนุ่มมาดเข้ม โปรไฟล์ดี ผู้ซึ่งแฝงไปด้วยความกระหายหื่นภายใต้ความสุภาพ
เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเสี่ยสมานต้องการจะเคลมเมธาวีร์ หรือเมย์ลูกเลี้ยงสาวสวยของรินลดา จนปกรณ์ต้องเข้าไปช่วยและเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง
เธอมีความเย้ายวนและจงใจเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินลดาและปกรณ์ ความสัมพันธ์จึงกลายเป็นรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความลับและการหักหลัง
บท 1
ท่ามกลางมหานครที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเสียงอึกทึกครึกโครม รินลดาได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอ ณ บริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งจะก้าวเข้ามาในตำแหน่งเลขานุการได้เพียงเดือนเศษ แต่หน้าที่การงานกลับนำพาเธอให้ใกล้ชิดกับปกรณ์ เจ้านายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอัธยาศัยไมตรีอันอบอุ่น เขามักจะปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง จนเป็นที่รักและเคารพของทุกคนในบริษัท
ค่ำคืนนั้น เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานกำลังเคลื่อนคล้อยสู่เวลา 19:39 น. พร้อมกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พนักงานคนอื่นๆ ต่างทยอยเก็บข้าวของและเดินทางกลับบ้านกันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรินลดาที่ยังคงจมอยู่กับกองเอกสาร เธอเร่งสะสางงานที่คั่งค้างและเตรียมแผนการประชุมสำหรับวันรุ่งขึ้นอย่างขะมักเขม้น
“ไปก่อนนะหลิน พรุ่งนี้เจอกัน อย่ากลับดึกล่ะ เราเป็นห่วง” เสียงใสของจอย เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมที่สุดดังขึ้น พร้อมกับโบกมือลาจากหน้าประตู รอยยิ้มอบอุ่นของจอยทำให้รินลดารู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
“จ้าจอย แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” รินลดาเอ่ยตอบเพื่อนสาวผู้ซึ่งเป็นคนแรกที่อาสาพาเธอทำความรู้จักกับทุกซอกทุกมุมของบริษัท จอยเป็นคนคุยสนุกและเข้ากับคนง่าย ทำให้รินลดารู้สึกสนิทสนมด้วยอย่างรวดเร็ว ทว่าหากจะนับกันตามจริงแล้ว คนแรกที่เธอได้รู้จักในที่ทำงานแห่งนี้ก็คือปกรณ์ เจ้านายของเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยตัวเองในวันนั้น
เมื่อเห็นว่าแสงไฟในห้องทำงานของเจ้านายยังคงสว่างไสว รินลดาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือแววห่วงใย
“บอสยังไม่กลับหรือคะ”
“อ๋อ...ยังครับคุณหลิน ผมมีงานต้องเคลียร์ต่ออีกนิดหน่อย” เขาตอบโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงงานตรงหน้าเท่านั้น
รินลดานึกถึงคำพูดของปกรณ์ที่เคยบอกเธอตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานว่าไม่ต้องรอเขากลับบ้านพร้อมกัน เพราะเขามักจะทำงานเพลินจนลืมเวลาอยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยลาด้วยความเกรงใจ
“งั้นหลินกลับก่อนนะคะบอส”
“ได้เลยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาฉายแววอ่อนโยน เป็นเชิงอนุญาตให้เธอไปได้
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอาคาร สายฝนที่เคยโปรยปรายกลับโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว รินลดายืนรอรถเมล์ที่ป้ายประจำ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่เธอใช้กลับบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดจนเสื้อผ้าอาภรณ์เปียกปอนแนบเนื้อไปหมด
จากหน้าต่างห้องทำงาน ปกรณ์แอบมองร่างบอบบางของเลขาสาวที่ยืนเปียกฝนอยู่เพียงลำพัง ความรู้สึกห่วงใยแล่นปราดเข้ามาในหัวใจอย่างรวดเร็ว เขามองเห็นเธอเช่นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในใจเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเธอยืนรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว และสายฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ เขาจึงตัดสินใจคว้าร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้ม แล้วเดินลงมาจากบริษัท ตรงไปยังที่ที่เธอยืนอยู่ด้วยก้าวเดินที่มั่นคง
เมื่อเข้าไปใกล้ ภาพของรินลดาในชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกแนบเนื้อจนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้อย่างชัดเจน รวมถึงบราเซียตัวบางที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้ปกรณ์รู้สึกปั่นป่วนในใจอย่างประหลาด ความปรารถนาที่จะโอบอุ้มเธอเข้าไปหลบฝนในที่ที่ปลอดภัยผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรุนแรง
“คุณหลินครับ ผมว่ารอให้ฝนเบาลงกว่านี้ก่อนดีไหมครับ ยืนตากฝนแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ ผมเป็นห่วง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล พร้อมกับกางร่มคันใหญ่เหนือศีรษะของเธอ ร่างของทั้งสองจึงเบียดชิดกันอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถเมล์ก็คงมาแล้ว” เธอตอบ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจากความเย็นยะเยือกของสายฝน แต่ก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
“แต่ผมเห็นคุณยืนรอนานแล้วนะครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง
“นั่นสิคะ ปกติเวลานี้รถยังวิ่งอยู่เลย แต่สงสัยวันนี้คงเป็นเพราะฝนตกรถเลยติด” เธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมว่าเรากลับเข้าไปรอข้างในตึกก่อนเถอะครับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“บอสยังไม่กลับเหรอคะ หรือว่า...จะรอเป็นเพื่อนหลิน” เธอแกล้งหยอกเย้าเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก พยายามคลายความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น
“ยังครับ ผมเป็นห่วงคุณหลิน เห็นคุณมารอรถเมล์คนเดียวมืดๆ แบบนี้ มันอันตรายนะครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเขาฉายแววปกป้องอย่างชัดเจน
รินลดาจึงยอมเดินตามเขากลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้ง ระหว่างทาง ปกรณ์ชวนเธอคุยสัพเพเหระเพื่อทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ เมื่อถึงออฟฟิศ เขาก็กลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ส่วนรินลดาก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอซึ่งอยู่หน้าห้องของเขา หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่
ไม่นานนัก ปกรณ์ก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วชาอุ่นๆ ในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาลอยมาแตะจมูกของรินลดา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
“คุณหลินลองจิบชาอุ่นๆ ก่อนดีไหมครับ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น” เขายื่นแก้วชาให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้สึกประทับใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยได้รับจากเจ้านายคนไหนมาก่อน ความรู้สึกดีๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างช้าๆ
“คุณขึ้นรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยหรือครับ” เขาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เพราะแอบมองเธออยู่ทุกวัน แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่รินลดาไม่อาจเข้าใจได้
“ใช่ค่ะ สะดวกแล้วก็ประหยัดดี” เธอตอบพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
“ถ้างั้นวันนี้ให้ผมไปส่งที่บ้านดีไหมครับ งานผมเสร็จพอดี อีกอย่างตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย” เขาเสนอด้วยน้ำเสียงที่เจือแววหวัง สายตาเหลือบมองนาฬิกาสลับกับใบหน้าของเธออย่างมีความหมาย
“แต่หลินกลับแบบนี้เป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อาจจะมองเธอในแง่ไม่ดี
ระหว่างที่จิบชา ปกรณ์ยังคงชวนเธอคุยไปเรื่อยๆ แต่รินลดาก็สังเกตเห็นสายตาของเขาที่ลอบมองมายังหน้าอกของเธออยู่บ่อยครั้ง คงเป็นเพราะเสื้อที่เปียกแนบเนื้อทำให้ส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธอดูเด่นชัดเป็นพิเศษ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
“คุณหลินเปลี่ยนชุดก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย พอดีผมมีเสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง เดี๋ยวผมหยิบให้” เขากล่าวขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานแล้วหยิบเสื้อยืดตัวใหม่ออกมาส่งให้เธอ เสื้อยืดสีเข้มที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอมากถูกยื่นมาตรงหน้า
“ไม่ต้องรังเกียจนะครับ เสื้อตัวนี้ผมซื้อมายังไม่ได้ใส่เลย กะว่าจะเอาไว้ใส่ไปฟิตเนส แต่ยังไม่ว่างไปสักที” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินลดารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
รินลดารับเสื้อมาถือไว้ แม้จะดูรัดรูปไปหน่อยสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเจ้านายแล้ว เธอก็คิดว่าน่าจะใส่ได้พอดี ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังคงมีกลิ่นอายของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความรู้สึกเขินอายไว้ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มผู้นี้
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 รอยราคี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#39 บทที่ 39 ถ่านไฟเก่าช่างเร้าใจ NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#38 บทที่ 38 เสี่ยจอมหรอย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#37 บทที่ 37 โลกมันกลม
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#36 บทที่ 36 หนี
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#35 บทที่ 35 ปริศนาสายเลือด
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#34 บทที่ 34 เล่นเสียวกับเสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#33 บทที่ 33 ขัดดอกให้เสี่ย NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#32 บทที่ 32 เด็กมันยั่ว NC
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026#31 บทที่ 31 ห้ามใจไหวหรือเปล่า
อัปเดตล่าสุด: 4/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
สัญญารักประธานร้าย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รักระรินใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













