บทนำ
ผู้หญิงอย่างเธอ แค่ตำแหน่งแม่พันธ์ยังไม่คู่ควร...อย่างมากก็เป็นได้แค่คู่นอนส่วนตัวของเขาก็เท่านั้นแหละ
.....
“จูบของคุณไง จูบ 1ครั้ง ผมให้ 1พัน ถ้าหอมแก้มให้แค่ 500 ถ้าให้ผมจับ…” ตาคู่คมหลุบลงมองทรวงอกอวบที่เนินทะลักออกมานอกเกาะอก แม้ว่าหล่อนจะใช้เสื้อของเขาคลุมไว้แล้วก็ตาม “ผมให้ครั้งละ 3000 แต่ถ้านอนกับผม ผมให้ครั้งละ 10000”
บท 1
ของเหลวสีอำพันไหลรินสู่แก้วทรงสูงจนเกือบค่อน ก่อนมือเรียวจะหยิบยกแก้วใบนั้นขึ้นสูงแล้วเยื้องย่างมาหาร่างสูงซึ่งนั่งมึนอยู่บนเตียงกว้าง พลางคะยั้นคะยอด้วยจริตจะก้านแพรวพราว
“ดื่มอีกสิคะคุณข้าว น่านะ”
“ผม…” ชายหนุ่มหลับตาเพียงครู่ มึนจนต้องยกมือกุมขมับ ก่อนเปิดเปลือกตาขึ้นมองหน้าหวานที่เห็นลอยเด่นอยู่ใกล้ๆอีกครั้ง “ผมไม่ไหวแล้วล่ะ”
“อื้อ…อะไรกันคะ เพิ่งดื่มไปแค่นิดเดียวเองนะ”
“เป็นขวดแล้ว ไม่ถือว่าแค่นิดๆแล้วล่ะ วางแก้วไว้ก่อนเถอะ ที่คุณชวนผมเข้าห้องก็เพราะอยากขึ้นเตียงกับผมไม่ใช่หรือ…” ตาคู่คมพริบพรายด้วยฤทธิ์น้ำเมาผสานอารมณ์ฝ่ายต่ำที่พัดโหม นิ้วยาวแข็งแรงเกี่ยวขอบเสื้อเกาะอกของหล่อนให้ร่นลง ทำให้เนินอกขาวผ่องทะลักออกมาปะทะสายตาคมกล้า ปลุกเร้าความต้องการในตัวให้พลุ่งพล่านเจียนคลั่ง
“อย่าเพิ่งสิคะคุณข้าว ใจร้อนจริง” มนสิชาเอ็ด รีบดึงขอบเสื้อขึ้นด้วยกิริยาหวงตัวจนฝ่ายชายชักเอะใจ
“คุณเป็นคนชวนผมเข้ามาเล่นจ้ำจี้เองนะ แล้วจะอายผมไปทำไม”
“อะ เอ่อ…” หล่อนอึกอัก ก่อนคลี่ยิ้มหวานอวดลักยิ้มที่แก้มสองข้าง “ฉันก็แค่ไม่ชอบความเร่งรีบ รู้ไหมคะสายตาคุณตอนเมาน่ะเซ็กซี่มากแค่ไหน”
“ผมไม่อยากเสียเวลากับการทำตาเซ็กซี่ใส่คุณ มาเถอะยอดรัก ผมอยากกอดคุณ” มือหนาดึงแก้วจากมือหล่อนไปวางบนโต๊ะใกล้หัวเตียงแล้วรวบคนตัวเล็กเข้ามากอด
“อื้อ…คุณข้าวคะ” มนสิชาปรามเสียงเบา ผลักไสอกกว้าง ก่อนทำหน้ายู่ “ทำไมใจร้อนจริง”
“ว่าผมใจร้อน คุณนั่นแหละใจเย็นเกินไปหรือเปล่า เราเข้าห้องนอนกันนานเป็นชั่วโมงแล้วนะ” เขาสบถ ไม่พูดพล่ามทำเพลงต่อ รีบจับหล่อนให้เอนหลังลงบนที่นอนหนานุ่ม ก่อนตามขึ้นคร่อมทับด้วยความใคร่ที่มาพร้อมความปรารถนาที่ลุกโชน
“อ๊ะ ! คุณข้าว” หญิงสาวอุทาน หน้าร้อนวูบยามปลายจมูกโด่งนั่นปัดป่ายพวงแก้มใสไปมา หล่อนใจเต้นระรัว รู้ตัวว่าตกอยู่ในความเสี่ยง… คิดว่าน้ำเมาอาจช่วยให้เขาหลับได้ แต่ไม่คิดเลยว่าเขมปัจน์จะเป็นคนคอแข็งถึงเพียงนี้ ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเมามายเลยสักนิด
แต่ไม่เป็นไร หล่อนเตรียมแผนสองไว้แล้ว
มนสิชาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความกล้าและเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาเหมือนเก่า แล้วคล้องแขนรอบลำคอแกร่ง ทำตัวเป็นสาวใจกล้าด้วยการเอ่ยเย้ายวน
“จูบฉันสิคะ…ตรงคอนี่ไง อยากให้คุณประทับรอยรักว่าคืนนี้ฉันเป็นของคุณเพียงคนเดียว”
“ได้สิ แต่ก่อนอื่น ผมต้องขอ…” หลุบตาลงมองเรียวปากอิ่มยวนสายตานั่นพักหนึ่ง ก่อนก้มลงจูบปากหล่อนอย่างดูดดื่ม เล่นเอามนสิชาถึงกับตัวแข็ง ชาวาบไปทั้งร่างราวถูกสาปในชั่วพริบตา
นี่หรือที่เรียกว่าจูบ…ให้ความรู้สึกวาบหวิวเสมือนลอยล่องอยู่บนปุยเมฆ ทว่านาทีต่อมาความอ่อนหวานกลับทวีเร่งเร้าแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงจนร่างกายแทบละลาย
วูบหนึ่งที่หล่อนหลับตาพริ้ม เผลอหลงใหลไปกับจูบจากบุรุษหนุ่มชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ถึงความผิดชอบชั่วดี หญิงสาวก็ลืมตาโพลงแล้วเบี่ยงหน้าหลบ
แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้หล่อนหลบพ้นสมดังใจ เพราะปากร้อนผ่าวได้รูปนั้นยังคงตามมาจูบแก้มนุ่ม มุมปากอิ่ม…และเลื่อนลงมาที่ซอกคอระหง ขบเม้มเบาๆจนเกิดรอยแดง
และวินาทีนั้นเองที่เขมปัจน์มึนเบลอจนสายตาพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเลื่อนลอยพรายพร่าง พลิกกายลงนอนหงายเคียงข้างร่างหญิงสาว ก่อนที่ความรู้สึกทั้งมวลจะวูบดับไป
มนสิชายันกายลุกขึ้น มองคนที่หลับไม่ได้สติอยู่พักหนึ่ง แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา จ้องมองเครื่องหน้าทีละส่วนอย่างพินิจ
เริ่มจากคิ้วดกหนายาวพาดขนานเหนือดวงตาเข้มคมที่ตอนนี้ปิดสนิท ทำให้เห็นแพขนตายาวเป็นแพอย่างเด่นชัด มาที่จมูกก็โด่งเป็นสันราวเทพบุตรกรีก และที่น่ามองที่สุดคงหนีไม่พ้นริมฝีปากสีกุหลาบได้รูป…สวยจนอดแตะปลายนิ้วที่ปากเขาไม่ได้
อ่อนนุ่ม…จนอยากรู้ว่าหากถูกเขาจูบ จะให้ความรู้สึกยังไง
ทันทีที่รู้ตัวว่าคิดอะไรอยู่ หญิงสาวก็หน้าร้อนวาบ ดึงมือออกทันควัน บ้าจริง ! หล่อนเป็นผู้หญิงโรคจิตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจอผู้ชายหล่อแล้วจินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหน
ท่องไว้สิมนสิชา…หล่อนต้องทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ควรคิดวอกแว่ก ต้องนึกถึงเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น
หญิงสาวเอื้อมมือสั่นระริกปลดกระดุมเสื้อของเขาออก ทีละเม็ด…ทีละเม็ด จนกระทั่งตรงกลางเนื้อผ้าแหวกออกจากกันเผยให้เห็นอกกว้างที่หนั่นแน่นด้วยกล้ามเนื้อ ผิวเนียนละเอียด…สวยเสียยิ่งกว่าผิวผู้หญิง
อกของเขาขาวเนียน เม็ดยอดอกเป็นสีชมพูเข้ม ขนอ่อนสีน้ำตาลทองไล่จากอกจนมาถึงหน้าท้อง ก่อนหายลับไปกับขอบกางเกง ชวนให้คนที่จ้องมองอย่างเผลอไผลถึงกับนิ่งค้าง หน้าร้อนวูบวาบ
โธ่เอ๋ยมนสิชา อยู่มานานจนอายุ 24 กลับทำตัวราวสาวน้อยแรกรุ่นที่เห็นผู้ชายหล่อๆแล้วเป็นต้องใจเต้นตึกตัก แต่จะว่าไปนับตั้งแต่โตมาเป็นสาว หล่อนก็แทบไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหน ยังคงครองตัวเป็นโสดจนถูกตั้งฉายาให้ว่า ‘ยัยป้าเฉิ่มบื้อ’
ที่สำคัญ…หล่อนไม่เคยเจอใครที่หล่อและรูปร่างเซ็กซี่เท่าเขมปัจน์มาก่อนเลย จึงไม่แปลกที่หล่อนจะอดหวั่นไหวไปกับเสน่ห์ของเขาไม่ได้
กว่าจะถอดเสื้อเขาออกได้ก็ยากลำบากพอดู เหตุเพราะเขาตัวหนัก ขณะที่หล่อนตัวเล็กบาง แต่ในที่สุดหล่อนก็ถอดเสื้อได้สำเร็จ จากนั้นก็มาถึงกางเกง
เริ่มจากดึงหัวเข็มขัดออก แล้วรูดซิบลงมานิดๆ ตั้งใจจะรูดลงเพียงนิดเดียวให้เขาอยู่ในสภาพล่อแหลมเท่านั้น ไม่เคยคิดจะถอดให้หมด เพราะหล่อนคงไม่กล้าทำถึงขั้นนั้น
หลังจากบรรลุความประสงค์แล้ว หล่อนก็ฉีกชายกระโปรงชุดราตรีของตัวเองจนเป็นทางยาว แม้จะเสียดายเนื้อผ้า แต่หล่อนก็จำต้องทำ
แคว่ก !
บทล่าสุด
#120 บทที่ 120 120
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#119 บทที่ 119 119
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#118 บทที่ 118 118
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#117 บทที่ 117 117
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#116 บทที่ 116 116
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#115 บทที่ 115 115
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#114 บทที่ 114 114
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#113 บทที่ 113 113
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#112 บทที่ 112 112
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025#111 บทที่ 111 111
อัปเดตล่าสุด: 10/31/2025
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













