บทนำ
“คนอย่างฉันมันทำไมคะ”
“ก็เธอมันไร้ค่าเกินกว่าจะพูดถึงเบลไงล่ะ!”
“เพราะฉันไม่ใช่เธอใช่ไหมคะ คุณถึงมองว่าฉันไร้ค่า”
“ใช่! และเธอก็ไม่มีวันมีค่าได้เท่าเบลแน่นอน”
“แล้วถ้าเกิดว่าฉันรักคุณล่ะคะ มันพอจะมีค่ากับคุณบ้างไหม”
“ความรักของเธอไม่มีทางมีค่ากับฉัน”
บท 1
‘ขอให้วันนี้เป็วันดีๆสำหรับฉันด้วยนะ’
“ไปไหนแต่เช้าลูก” ป้าเจ้าของหอทักฉันเมื่อเห็นฉันเดินลงมาในเวลาเช้ากว่าทุกวัน
“วันนี้หนูมีนัดสัมภาษณ์งานน่ะค่ะป้า” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“งานที่ใหม่เหรอลูก” ป้าแกถามฉันมา เพราะปกติฉันจะทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านกาแฟอยู่แล้ว
“ใช่ค่ะป้า” วันนี้ฉันมีนัดสัมภาษณ์ที่บริษัทอสังหารายใหญ่ ทั้งเงินเดิน สวัสดิการต่างๆ นี่ดีสุดๆ อ่ะ ถ้าได้นะถือเป็นโชคดีของฉันเลย
“อ๋อ ป้าขอให้โชคดีนะลูก หนูเก่งอยู่แล้ว” ป้าอวยพรฉันด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มตอบแกไปแล้วเดินออกจากหอเพื่อไปที่ทำงานใหม่ทันที ถึงจะเช้าอยู่ก็เถอะเราต้องไปรอเค้าไม่ใช่ให้เค้ามารอเรา
เรามารู้จักกันก่อน ฉันชื่อ รวงข้าว ค่ะ อายุ 22 ปี นิสัยฉันก็ธรรมาดาทั่วไปนี่แหละ แต่ฉันค่อนข้างสู้และไม่ยอมคน เพราะฉันโตมาแบบพึ่งพาตัวเองฉันเลยต้องเข้มแข็งและดูแลตัวเองให้ได้ไง
ตอนนี้ฉันพึ่งเรียนจบมาไม่นานและอยู่ในช่วงหางานดีๆ ทำ ฉันเป็นเด็กกำพร้าโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่าเค้าตายจากฉันหรือว่าทิ้งฉันกันแน่ฉันก็ไม่เคยถามแม่ครู แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันขอดำเนินชีวิตของฉันอยู่กับปัจจุบันดีกว่า
“คนเยอะกว่าที่คิดแหะ” ตอนนี้ฉันมานั่งรอการสัมภาษณ์งานอยู่ที่ทำงานแล้ว คนก็เริ่มทยอยมาเรื่อยๆ และที่ฉันเห็นคือคนมาเยอะกว่าที่ฉันคิดไว้อีก มันเพิ่มความกดดันให้ตัวเองไปอีก
“สวัสดีค่ะทุกคน พี่เป็นเลขาของท่านรองประธานนะคะ” ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นเลขาของท่านประธานออกมาแนะนำตัว
ว่าแต่บริษัทนี้ต้องให้เลขารองประธานออกมาต้อนรับเลยเหรอ
“สวีสดีค่ะ” ฉันและทุกคนกล่าวทักทายกลับไปพร้อมๆ กัน
“ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมพี่ต้องออกมาต้อนรับทุกคน วันนี้ไม่รู้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายนะคะที่ท่านรองว่างพอดี ท่านจะเป็นคนสัมภาษณ์งานเองค่ะ” คุณเลขาบอก
ว่าแต่ผู้บริหารสัมภาษณ์เองแบบนี้จะไม่เกร็งแย่เหรอ
“.....” เสียงซุบซิบของคนที่มาสัมภาษณ์ดังขึ้นไม่ดังมาก
“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ประธานของเราใจดี... งั้นขึ้นไปด้านบนกันดีกว่าค่ะ ท่านมาแล้ว” คุณเลขาพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม และให้เราย้ายไปรออีกชั้นที่ท่านรองประธานรออยู่
“.....” ฉันได้แต่เรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ดูจากบุคลิกของเลขาแล้วท่านรองประธานน่าจะใจดีนะ เพราะถ้าดุคุณเลขาคงไม่ดูเป็นกันเองและยิ้มแย้มแบบนี้หรอก (เค้าเรียกปลอบใจตัวเอง)
“เห้ยแก! ท่านรองประธานหล่อมากอ่ะ ยังหนุ่มอยู่เลย” เสียงผู้หญิงที่เข้าไปสัมภาษณ์มาก่อนหน้านี้พูดขึ้นกับเพื่อนตัวเองที่มาด้วยกัน ฉันซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็ได้ยินไปด้วย
“จริงไหม ฉันอยากจะเห็นแล้วอ่ะ” เพื่อนเธออีกคนพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“เดี๋ยวแกก็ได้เห็นอ่ะ ถ้าฉันได้ทำงานที่นี่นะ ฉันสัญญาเลยจะเป็นเมียท่านรองให้ได้” แล้วเค้าจะเอาเธอไหม นี่สรุปพวกเธอจะมาหางานทำกันจริงๆ ใช่ไหม
ไม่ว่าจะใครที่ออกมาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าท่านรองประธานหล่อย่างนั้นหล่ออย่างนี้ จนเวลาล่วงเลยมาที่ฉันคนสุดท้าย ไม่รู้ว่าเค้าใช้เกณฑ์อะไรเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ก็ไม่รู้ฉันถึงได้ลำดับสุดท้ายแบบนี้
“นางสาวรวงข้าง บุญธำรงค์ เชิญค่ะ” คุณเลขาเรียกชื่อฉัน เฮ้อถึงคิวสักทีนะ
“ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินเพื่อเข้าห้องเชือดหรือเปล่านะ
“เชิญค่ะ” คุณเลขาบอกพร้อมเปิดประตูให้ เมื่อฉันผ่านขอบประตูเข้าไปได้ เสียงประตูก็ปิดลงทันที
“สวัสดีค่ะ” เมื่อเดินไปถึงโต๊ะทำงานที่มีท่านรองประธานนั่งอยู่ด้านหลัง ฉันก็กล่าวทักทายตามมารยาททันที
“นั่งสิ” ท่านรองประธานพูดออกมาโดยไม่ได้เงยหน้าจากแฟ้มขึ้นมามอง
“ขอบคุณค่ะ” ฉันนั่งลงตามคำสั่ง และก็เกิดอาการตะลึงทันทีที่ชายผู้ขึ้นชื่อว่าท่านรองประธานเงยหน้าขึ้นมา
“พึ่งจบใหม่เหรอ” ท่านรองถามขึ้น
ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงที่ออกจากห้องนี้ถึงได้พากันพูดไม่หยุดปากว่าท่านรองประธานหล่อ ฉันขอโทษแล้วกันที่ว่าพวกเธอ(ในใจ)
ชายหนุ่มที่ดูยังไงอายุก็ยังไม่ถึงเลขสามด้วยซ้ำ ตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสัน ปากกระจับหน้าจูบ นี่ฟ้าจะมอบความเพอร์เฟคให้กับเค้าคนเดียวเลยหรือไงกัน
“ค่ะ” ฉันตอบกลับไปกับสิ่งที่เค้าถาม ถึงจะตะลึงในความหล่อแต่อย่าลืมว่านี่เธอมาหางานยัยข้าว
“แต่ในรายละเอียดบอกไว้แล้วนี่ ว่าเรารับแต่คนมีประสบการณ์” ท่านรองประธานพูดออกมา
“ดิฉันทราบค่ะ แต่ดิฉันมั่นใจว่าสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ค่ะ” ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ไหมล่ะว่าฉันก็ทำได้ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าฉันจะเรียนรู้งานไม่ได้นี่
“ทุกคนเค้าก็ตอบกันแบบนี้ แต่บริษัทฉันเป็นบริษัทใหญ่ คนที่เค้ามีประสบการณ์เค้าย่อมทำงานได้ดีกว่าอยู่แล้ว” ท่านรองประธานบอกเหตุผลของตัวเองมา ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นความคิดที่ผิดมาก
“คนที่มีประสบการณ์ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานได้ดีกว่าหรือทำงานโดยไม่มีข้อผิดพลาดได้นี่คะ...”
“และคนที่ไม่มีประสบการณ์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานให้ดีไม่ได้เหมือนกันค่ะ” ฉันอธิบายให้ท่านรองประธานฟังตามความคิด
“ความคิดของเธอมันก็ถูก แต่ถ้าให้มองตามความเป็นจริง ถ้ามีคนที่มีประสบการณ์กับคนไม่มีประสบการณ์ผมก็ต้องเลือกคนที่มีประสบการณ์อยู่แล้วไหม...”
“ที่นี่มันคือการทำงานจริงๆ ไม่ใช่สนามให้เด็กใหม่มาเล่นเกมส์ทดลองความสามารถตัวเอง” ความคิดแคบแบบนี้เป็นผู้บริหารได้ยังไงกัน
“ค่ะข้อนี้ฉันทราบ แต่ถ้าทุกบริษัทมานั่งคัดแค่คนที่มีประสบการณ์ แล้วคนที่พึ่งเรียนจบแบบดิฉันจะมีงานทำและมีประสบการณ์ได้ยังไง...”
“ดิฉันคิดว่าค่านิยมที่มีต่อๆ กันว่าคนที่มีประสบการณ์จะทำงานได้ดีกว่ามันไม่เสมอไปหรอกนะคะ” ทุกอย่างมันก็ต้องเรียนรู้กันทั้งนั้นแหละ ต่อให้คนที่มีประสบการณ์แล้วแต่มาทำงานที่ใหม่ยังไงเค้าก็ต้องเรียนรู้งานก่อนไหม
“ใช่ทุกคนก็มีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น แต่คงไม่เกิดขึ้นกับผม ที่จะเลือกคนผิด” รองประธานพูดออกมาเหมือนเริ่มจะไม่พอใจฉัน และสิ่งที่เค้าพูดมันทำให้ฉันทำใจเผื่อไว้แล้ว
“.....” ฉันมองหน้ารองประธานอย่างไม่ยอมแพ้กับที่เค้ามองฉันอยู่ตอนนี้
“ฉันไม่เลือกเธอ นางสาวรวงข้าว บุญธำรงค์” คำพูดที่แสนราบเรียบกับสีหน้าที่แสนนิ่งออกมาจากปากของท่านรองประธานบริษัท
บทล่าสุด
#50 บทที่ 50 Happy Ending
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#49 บทที่ 49 ครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#48 บทที่ 48 แต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#47 บทที่ 47 ใจอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#46 บทที่ 46 ช่วงเวลาให้กำเนิด
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#45 บทที่ 45 หัวใจของเธอเจ็บปวดมามาก
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#44 บทที่ 44 ไม่อยากมีคุณในชีวิต
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#43 บทที่ 43 ไม่มีแม้แต่โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#42 บทที่ 42 ลูกเมียตัวจริง
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025#41 บทที่ 41 วางยา
อัปเดตล่าสุด: 11/27/2025
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักไม่หลอก
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













