บทนำ
เธอเป็นเพียงเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดปีนป่ายขึ้นไปยืนข้างผู้ชายสูงส่งอย่างเขา แต่ค่ำคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนชีวิตของ “มินตรา” ไปตลอดกาล
จากผู้หญิงธรรมดาที่มีเพียงศักดิ์ศรีและหัวใจบริสุทธิ์ เธอกลายเป็น “เมียเด็กของบอส” ในสายตาคนทั้งบริษัท กลายเป็นผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าจับผู้ชายรวย ใช้ข่าวฉาว ใช้ความน่าสงสาร และใช้ลูกในท้องเป็นเครื่องมือต่อรอง
แม้แต่ “รามิล” ผู้ชายที่ควรเชื่อเธอมากที่สุด ก็ยังมองเธอด้วยสายตาระแวง เขารับผิดชอบเธอด้วยทะเบียนสมรส แต่ไม่เคยรับเธอไว้ในหัวใจ เขาให้สถานะภรรยา แต่ปล่อยให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางคำดูถูกเพียงลำพัง และคำพูดเดียวของเขา...“อย่าคิดว่าการมีลูกจะทำให้ผมรักคุณ” ก็ทำให้หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อความรักกลายเป็นมลทิน เมื่อศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำ และเมียในนามอย่างเธอไม่อาจทนอยู่ในบ้านที่ไม่มีใครต้องการได้อีกต่อไป มินตราจึงเลือกพาลูกในท้องกับหัวใจที่บอบช้ำเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแหวนแต่งงาน และความจริงที่รามิลเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายเกินไป...ว่าเธอไม่เคยเป็นมลทินในชีวิตเขาเลย
บท 1
ตอนที่ 1
คืนแรกที่ไม่ควรเกิดขึ้น
แสงแดดยามเช้าส่องสะท้อนผนังกระจกสูงตระหง่านของอาคาร “วัชรเมธา พร็อพเพอร์ตี้” จนเกิดประกายระยิบระยับราวกับปราสาทแก้วกลางย่านธุรกิจ อาคารสูงกว่าสามสิบชั้นแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสำนักงานใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เงินตรา และความสำเร็จที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากใฝ่ฝันอยากก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมันสักครั้งในชีวิต
เสียงรองเท้าของพนักงานดังสลับกับเสียงประตูลิฟต์ที่เปิดปิดไม่ขาดสาย บริเวณล็อบบี้ชั้นล่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเช้าวันจันทร์ ผู้คนในชุดทำงานเรียบหรูเดินผ่านกันไปมา บางคนถือแก้วกาแฟ บางคนถือแท็บเล็ต บางคนกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเหมือนทุกนาทีมีราคาสูงเกินกว่าจะปล่อยให้สูญเปล่า
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เป็นระเบียบนั้น หญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูหมุนของอาคารด้วยหัวใจเต้นแรง เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยกับกระโปรงทรงเอสีกรมท่า รองเท้าคัทชูสีดำถูกขัดจนสะอาด แม้ไม่ใช่ของราคาแพง แต่เจ้าของดูแลมันอย่างดีราวกับมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่
มินตรา ศศิธารา สูดลมหายใจลึก ดวงตากลมหวานเงยขึ้นมองป้ายชื่อบริษัทขนาดใหญ่เหนือประตูทางเข้า มือเล็กกำสายกระเป๋าสะพายแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอเพิ่งเรียนจบ และได้รับโอกาสให้เข้าฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายประสานงานโครงการของบริษัทใหญ่แห่งนี้ โอกาสที่คนจำนวนมากแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อให้ได้มา
สำหรับคนอื่น ที่นี่อาจหมายถึงบันไดสู่ความก้าวหน้า แต่สำหรับมินตรา ที่นี่หมายถึงค่ารักษาพ่อ ค่าเช่าห้อง และอนาคตเดียวที่เธอยังพอจะไขว่คว้าไว้ได้
“สู้สิ มินตรา วันนี้ต้องทำให้ดีที่สุด” เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ พลางยกมือขึ้นแตะจี้รูปหัวใจเล็ก ๆ ที่แม่เคยให้ไว้ก่อนเสียชีวิต แววตาของหญิงสาวสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง
เธอก้าวผ่านประตูหมุนเข้าไปในล็อบบี้เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมสะอาดของอาคารสำนักงานลอยแตะจมูก เสียงฝีเท้าของเธอเบากว่าคนอื่น แต่หัวใจกลับดังชัดในอก เธอเดินไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ยื่นเอกสารด้วยสองมืออย่างสุภาพ ก่อนจะได้รับบัตรผู้เข้าฝึกงานสีขาวห้อยสายคล้องคอ
“เชิญขึ้นไปชั้นสิบแปดนะคะ วันนี้มีปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงานรอบเช้า ห้องประชุมเล็กอยู่ทางซ้ายมือหลังออกจากลิฟต์ค่ะ” เจ้าหน้าที่หญิงยิ้มตามมารยาทขณะยื่นบัตรให้ และชี้ทางไปยังโถงลิฟต์ด้านใน
“ขอบคุณมากค่ะ” มินตราตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะรับบัตรมาคล้องคออย่างระมัดระวัง
ลิฟต์แก้วพาเธอขึ้นสู่ชั้นสิบแปดอย่างรวดเร็ว ภาพเมืองด้านนอกเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ จนมินตรารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพาขึ้นจากชีวิตเดิมไปสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ความสามารถ และการแข่งขันที่เธอต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นหลายเท่าเพื่อยืนอยู่ให้ได้
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวรีบเดินไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอก เธอมาถึงหน้าห้องประชุมเล็กก่อนเวลาเริ่มประมาณสิบห้านาที ภายในห้องมีนักศึกษาฝึกงานหลายคนมานั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนใหญ่แต่งตัวดี ดูมั่นใจ และพูดคุยกันอย่างคล่องแคล่ว มินตราเลือกที่นั่งด้านกลางค่อนไปทางหลัง วางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ แล้วนั่งตัวตรงด้วยท่าทางสุภาพ
เสียงพูดคุยเบา ๆ รอบตัวทำให้เธอยิ่งรู้สึกถึงความแตกต่าง บางคนเล่าว่ามีญาติทำงานอยู่ในบริษัท บางคนพูดถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังของตน บางคนพูดภาษาอังกฤษปนไทยอย่างคล่องแคล่ว มินตราเพียงนั่งฟังเงียบ ๆ ไม่ได้รู้สึกด้อยค่า แต่เตือนตัวเองว่าความเงียบและความตั้งใจจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เธออยู่รอดในที่แห่งนี้
ไม่นานนัก ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็เข้ามาเริ่มการปฐมนิเทศ บรรยากาศในห้องประชุมค่อย ๆ สงบลง สไลด์แนะนำบริษัทปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ภาพโครงการคอนโดมิเนียมหรู ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และรีสอร์ตระดับพรีเมียมถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ทุกภาพล้วนสะท้อนความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัชรเมธา
“วัชรเมธา พร็อพเพอร์ตี้ ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง แต่ต้องการคนที่รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และพร้อมเติบโตไปกับองค์กรค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ขณะกวาดสายตามองนักศึกษาฝึกงานทุกคนในห้อง
มินตราจดทุกประโยคลงในสมุดอย่างตั้งใจ ลายมือของเธอเป็นระเบียบ สวยงาม และละเอียดจนคนข้าง ๆ อดเหลือบมองไม่ได้ เธอไม่รู้เลยว่าท่าทางตั้งใจเล็ก ๆ นั้นกำลังตกอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าห้องประชุม
รามิล วัชรเมธา ยืนอยู่หลังผนังกระจกด้านนอกห้องประชุมพร้อมเลขาฯ คนสนิท ชายหนุ่มวัยสามสิบสามปีสวมสูทสีเข้มตัดพอดีตัว ใบหน้าหล่อคมเคร่งขรึมจนแทบไม่มีอารมณ์ใดปรากฏ เขามีดวงตาคมลึกที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุถึงความคิด และมีบุคลิกของผู้นำที่ไม่ต้องเอ่ยคำสั่งก็ทำให้คนรอบข้างระวังตัวโดยอัตโนมัติ
“รอบนี้มีนักศึกษาฝึกงานทั้งหมดสิบสองคนค่ะ ท่านประธานจะเข้าไปกล่าวต้อนรับสั้น ๆ ไหมคะ” เลขาฯ คนสนิทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขณะเปิดแฟ้มกำหนดการให้เขาดู
“ไม่จำเป็น แค่ดูว่าฝ่ายบุคคลจัดการเรียบร้อยหรือไม่ก็พอ” รามิลตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้ละสายตาจากภายในห้องประชุม
ปกติแล้วเขาไม่เคยให้ความสนใจกับการรับนักศึกษาฝึกงานมากนัก ทุกอย่างมีระบบและคนรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่เช้าวันนี้เขามีประชุมกับทีมโครงการใหญ่ที่ชั้นเดียวกัน จึงเดินผ่านมาพอดี สายตาเขากวาดผ่านคนในห้องอย่างเฉยชา จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอไม่ใช่คนที่แต่งตัวโดดเด่นที่สุด ไม่ใช่คนที่นั่งแถวหน้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่คนที่พูดเก่งหรือยิ้มหวานให้ใคร แต่เธอนั่งตัวตรง ก้มหน้าจดทุกคำอย่างตั้งใจ ราวกับสิ่งที่กำลังฟังมีค่ามากสำหรับเธอจริง ๆ
บางอย่างในความสงบเสงี่ยมนั้นดึงสายตาของเขาไว้อย่างประหลาด
“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร” รามิลถามขึ้นทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถาม
เลขาฯ หันมองตามสายตาของเขา ก่อนจะไล่ดูรายชื่อในแฟ้มอย่างรวดเร็ว
“มินตรา ศศิธาราค่ะ จบจากมหาวิทยาลัยรัฐ เกรดเฉลี่ยสูงมาก ได้รับคัดเลือกจากฝ่ายโครงการเพราะภาษาอังกฤษดีและประวัติการฝึกงานระหว่างเรียนค่อนข้างโดดเด่นค่ะ” เลขาฯ รายงานอย่างแม่นยำตามข้อมูลในแฟ้ม
“อืม” รามิลรับคำสั้น ๆ น้ำเสียงไม่บอกความรู้สึก แต่สายตายังไม่ละจากหญิงสาวคนนั้นทันที
ภายในห้องประชุม การปฐมนิเทศดำเนินต่อไปจนถึงช่วงพัก นักศึกษาฝึกงานทยอยลุกขึ้นไปรับเอกสารเพิ่มเติมจากโต๊ะด้านหน้า มินตราเองก็ลุกขึ้นพร้อมแฟ้มในมือ เธอเดินอย่างระมัดระวัง ไม่อยากชนใครให้เกิดความวุ่นวายในวันแรก แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบเอกสารชุดสุดท้าย พนักงานหญิงรุ่นพี่คนหนึ่งที่เดินเข้ามาส่งแฟ้มให้ฝ่ายบุคคลกลับชนไหล่เธออย่างแรง
แฟ้มในมือของมินตราหล่นกระจายลงพื้น เอกสารหลายแผ่นปลิวไปใต้โต๊ะ ความเงียบสั้น ๆ เกิดขึ้นรอบตัว แต่พนักงานคนนั้นเพียงปรายตามองเธอแล้วขมวดคิ้วเหมือนรำคาญ
“เดินระวังหน่อยสิ นี่บริษัทใหญ่ ไม่ใช่ทางเดินในมหาวิทยาลัยนะ” พนักงานหญิงพูดเสียงเรียบแต่แฝงความดูแคลน ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่คิดช่วยเก็บแม้แต่แผ่นเดียว
มินตราชะงักไปเล็กน้อย แก้มขาวซีดลงเพราะความอาย สายตาของนักศึกษาฝึกงานบางคนหันมามอง บางคนทำเหมือนไม่เห็น บางคนแอบหัวเราะ เบา ๆ แต่เธอไม่โวยวาย ไม่เถียง ไม่ร้องขอความเป็นธรรม เธอเพียงก้มลงเก็บเอกสารทีละแผ่นอย่าง เงียบ ๆ
“ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิด น้ำเสียงนุ่มนั้นเจือความเกรงใจจนคนฟังบางคนอาจมองว่าเธออ่อนแอ แต่คนที่ยืนมองอยู่ด้านนอกกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
รามิลมองภาพนั้นนิ่ง ดวงตาคมเข้มขึ้นเล็กน้อย ความอดทนของเธอไม่ใช่ความขลาด แต่เป็นความรู้จักควบคุมตัวเองในสถานการณ์ที่น่าอับอาย เขาเคยเห็นคนจำนวนมากตอบโต้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่เด็กสาวคนนี้กลับเลือกเก็บเศษกระดาษขึ้นมาอย่างสงบ เหมือนเธอรู้ว่าการรักษางานวันแรกสำคัญกว่าการชนะใครด้วยคำพูด
มินตรากำลังเอื้อมไปหยิบเอกสารแผ่นสุดท้ายใต้เก้าอี้ มือของเธอแตะปลายกระดาษได้พอดี แต่ก่อนจะดึงออกมา รองเท้าหนังสีดำเงาวับคู่หนึ่งก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอเสียก่อน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ แล้วลมหายใจแทบสะดุดเมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ดวงตาของเขาคมนิ่งจนเธอไม่กล้าขยับ เขาก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาให้ด้วยท่าทางสงบเยือกเย็น
“ของคุณ” รามิลพูดสั้น ๆ พร้อมยื่นกระดาษให้ น้ำเสียงต่ำเรียบแต่ชัดเจนจนมินตรารู้สึกเหมือนทั้งห้องเงียบลงอีกระดับ
“ขอบคุณค่ะ” มินตรารับเอกสารด้วยสองมือ พลางก้มศีรษะอย่างสุภาพ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เข้าใจ เพราะเพียงแค่สบตาเขา เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พนักงานธรรมดา
“ครั้งต่อไป ถ้าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษทุกคน” เขากล่าวเสียงเรียบ ขณะมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก
มินตรานิ่งไปชั่วครู่ ประโยคนั้นไม่ได้อ่อนโยนเหมือนคำปลอบ แต่กลับกระทบหัวใจเธออย่างประหลาด เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ค่ะ ดิฉันจะจำไว้ค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ น้ำเสียงเบาแต่มั่นคงกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย
รามิลมองเธออีกเสี้ยววินาที ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่แนะนำตัว นักศึกษาฝึกงานหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบทันทีที่เขาเดินพ้นประตู ส่วนมินตรายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มือกำแฟ้มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เธอรู้ไหมเมื่อกี้ใคร” นักศึกษาฝึกงานผู้หญิงที่นั่งข้างเธอกระซิบถามด้วยดวงตาโตอย่างตื่นเต้น
“ไม่ทราบค่ะ” มินตราตอบตามตรง พลางหันไปมองประตูที่ชายหนุ่มคนนั้นเพิ่งเดินออกไป
“ท่านประธานรามิลไง เจ้าของบริษัทนี้ หล่อมาก แต่เขาว่ากันว่าเย็นชาสุด ๆ ไม่ค่อยสนใจใครเลยนะ โชคดีมากที่เขาเก็บเอกสารให้เธอ” เพื่อนร่วมรุ่นพูดเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนเพิ่งเห็นคนดังระดับตำนานเดินผ่านหน้า
มินตราชะงัก หัวใจที่เพิ่งสงบไปกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ท่านประธานรามิล วัชรเมธา ผู้ชายที่เก็บกระดาษให้เธอเมื่อครู่คือเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ ผู้ชายที่อยู่ไกลจากชีวิตเธอราวฟ้ากับดิน แต่เพียงประโยคสั้น ๆ ของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีใครมองเห็นความอึดอัดที่เธอพยายามกลืนลงไปอย่างเงียบ ๆ
มินตรารีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว เธอไม่ควรคิดอะไรเกินเลยกับคนระดับนั้น ไม่ควรแม้แต่จดจำสายตาคมลึกคู่นั้นนานเกินจำเป็น หน้าที่ของเธอมีเพียงทำงานให้ดี อยู่ให้รอด และหาเงินรักษาพ่อเท่านั้น
บทล่าสุด
#15 บทที่ 15 ตอนที่12 ห่วงใยที่เขาพยายามเก็บซ่อน
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#14 บทที่ 14 ตอนที่11 ไม่อยากทำให้ใครเสียเวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#13 บทที่ 13 ตอนที่ 10 คืนดูงานที่หัวใจพลาดซ้ำ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#12 บทที่ 12 ตอนที่9 ออกปากเตือน
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#11 บทที่ 11 ตอนที่8 สะท้อนความใจร้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#10 บทที่ 10 ตอนที่ 7 ใกล้เกินห้ามใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#9 บทที่ 9 ตอนที่6 ดูไม่ปลอดภัย
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#8 บทที่ 8 ตอนที่5 เก็บอาการหวั่นไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#7 บทที่ 7 ตอนที่4 เรียกเธอขึ้นมาพบ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#6 บทที่ 6 ตอนที่3ไม่เป็นมืออาชีพ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













