บทนำ
ทาสที่ไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้นด้วยคำว่าบุณคุณ และความรัก
บท 1
“เอามานี่!” เด็กชายวัยแปดขวบกระชากของเล่นชิ้นใหม่ในมือของเด็กสาวออกไปทันที
“นั่นของน้ำมนต์นะคะ” เด็กหญิงในวัยหกขวบร้องบอกเมื่อของเล่นตัวเองถูกแย่งไป
“แต่นี่มันเงินแม่ฉัน” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้นบอกความจริงของเด็กไม่รู้ภาษา
“แต่คุณท่านซื้อให้น้ำมนต์” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างหวาดกลัว
“แต่ฉันไม่ให้เล่น!” ใบหน้าดื้อรั้นเอาแต่ใจปรากฏขึ้นอย่างไม่ยอมสนใจสิ่งใด
“พี่ภีม น้ำมนต์ขอคืน” เด็กน้อยร้องขอหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจและคืนของเล่นให้กับเธอ
“อยากได้เหรอ” แล้วท่าทีกับน้ำเสียงก็เปลี่ยนขณะถาม
“ค่ะ น้ำมนต์อยากได้” เด็กน้อยรีบตอบกลับไปอย่างไม่รอช้า ดีใจที่จะได้ของเล่นกลับคืนมา
“งั้นฉันคืนให้ก็ได้”
“พี่ภีม! ฮึก!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาทันที ที่ตุ๊กตาตัวใหม่ของเธอถูกดึงผมจนหลุดออกหมดด้วยฝีมือลูกชายเข้าของบ้าน
“ฮ่า!! ๆ ๆ อยากได้ก็เอาไปเลย ยัยเด็กไม่มีแม่ ฮ่า!! ๆ ๆ” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นพร้อมกับเรียกขานเด็กน้อยตรงหน้าอย่างที่ตนรับรู้มาตลอด
เด็กไม่มีแม่
“ตาภีมแกล้งน้องทำไม” คุณหญิงผกามาศที่ลงมาจากด้านบนของบ้านได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงน้ำมนต์ก็รีบเดินเข้าไปดู ก่อนจะได้เห็นว่าลูกชายตนแกล้งเด็กหญิงคนนั้นจนร้องไห้
“ไม่ได้แกล้งสักหน่อยครับ” เด็กชายตอบกลับอย่างไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง
“ก็แม่เห็นอยู่ว่าเราทำตุ๊กตาน้องพัง”
“ภีมก็แค่อยากเล่นตุ๊กตาดูบ้างก็แค่นั้นเอง” คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นดังออกอย่างไม่คิดยอมรับง่าย ๆ
“เหรอลูก งั้นแม่หักค่าขนมลูกอาทิตย์นี้เอาไปซื้อตุ๊กตาให้น้องคืนแล้วกัน น้ำมนต์ไปหาป้าสำรวมไปลูก” คุณหญิงผกามาศไม่ได้เข้าข้างลูกชายตัวเองสักนิด ในเมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับก็ต้องถูกลงโทษไม่ให้เสียคน
“ค่ะ” เด็กน้อยตอบรับอย่างรู้ภาษา เดินก้มหน้าเจียมตัวออกไปทันที
“ทำไมคุณแม่ต้องเอาเงินภีมไปซื้อของเล่นให้เด็กบ้านั่นด้วย!” เสียงโวยวายของลูกชายดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่แม่ทำ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่เขาต้องเสียเงินให้ค่าของเล่นเด็กไม่มีแม่นั่น
“ตาภีม! แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดไม่เพราะแบบนี้นะ” คุณผกามาศดุลูกชายออกมาอีกครั้งกับนิสัยเอาแต่ใจจนก้าวร้าวขึ้นทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยสอนให้ลูกเป็นแบบนี้
“ก็แม่จะเอาเงินภีมไปซื้อของให้คนอื่น!” เขายังโต้เถียงแม่ตัวเองอย่างไม่ยอมรับเพราะคิดว่าไม่ผิด
“ก็เราเกเรก่อน แม่ต้องลงโทษ”
“ภีมโกรธแม่แล้ว!” ว่าจบภีมก็วิ่งหนีขึ้นห้องนอนของตนไปด้วยความโกรธและน้อยใจ
ตกเย็นภีมที่ออกมาเล่นสนามหลังบ้านอีกครั้งตามประสาเด็ก ก็เห็นน้ำมนต์นั่งซ่อมตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ จึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่รอช้า
พลั่ก! ตุบ!
“ฮึก! พี่ภีมผลักน้ำมนต์ทำไมคะ ฮึก!” น้ำมนต์ตกจากเก้าอี้เพราะฝีมือของภีมก่อนจะถามเสียงสะอื้นด้วยความรู้สึกเจ็บ
“ฉันไม่มีน้อง อย่าสะเออะมาเรียกฉันว่าพี่!” เสียงดังของเด็กชายภีมดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับน้องสาวตรงหน้า
“แต่คุณท่านบอกให้น้ำมนต์เรียกพี่ภีม ฮึก!” เด็กน้อยบอกออกไปตามที่ได้ถูกสอนมา
“แต่ฉันไม่ให้เธอเรียก!” เด็กชายภีมย้อนกลับในทันที ยิ่งกับคนที่เขาไม่ชอบไม่มีทางให้เธอเรียกเขาแบบนี้เด็ดขาด
“แล้วพี่ภีมจะให้น้ำมนต์เรียกว่าอะไร” เด็กน้อยไร้เดียงสาถามขึ้นอย่างไม่รู้
“เรียกฉันว่าคุณ แล้วอย่าให้ฉันได้ยินเธอเรียกว่าพี่อีก ยัยเด็กไม่มีแม่!” คำสั่งเอาแต่ใจดังขึ้นตามแบบที่ได้ยินแม่บ้านเรียกแม่ของเขา แล้วภีมก็เดินหนีเข้าบ้านไปทันทีอย่างไม่สนใจ
“ฮึก! ฮือ!!” น้ำมนต์ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านคนเดียวอย่างไม่เข้าใจกับอะไรสักอย่าง
ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เธอเจอมาตั้งแต่จำความได้ว่าเธอจะถูกพี่ภีมแกล้งเธอมาตลอดเวลาทั้งที่หลายครั้งเธอก็อยู่ของเธอดี ๆ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาดึงผม ผลักเธอแรง ๆ แย่งของเล่นที่เขาไม่ได้อยกาเล่น หรือแม้แต่ขนมที่เขาไม่ได้อยากกินด้วยซ้ำ
ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณท่านทั้งสองของบ้านอยู่พี่ภีมจะไม่ค่อยกล้าแกล้งเธอเท่าไหร่ แต่ส่วนมากท่านก็ไม่ค่อยอยู่เพราะท่านมีงานที่ต้องดูแล นั่นเลยทำให้น้ำมนต์มักถูกภีมแกล้งบ่อย ๆ
สิบสามปีต่อมา...
“คุณแม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! ผมไม่ยอม!!” ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปีเถียงกับผู้เป็นแม่ของตนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ท่านทำโดยไม่ถามเขา
“แล้วทำไมแม่จะทำไม่ได้ ห้องเราตั้งใหญ่ ให้น้องไปอยู่ด้วยคนจะเป็นอะไร” คุณผกามาสเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวกับท่าทางของลูกชายผู้เอาแต่ใจของตนเลยสักนิด
“ก็ผมอยากอยู่คนเดียว ทำไมต้องให้คนอื่นมาอยู่ด้วย!” เขายังคงโต้แย้งออกมาอย่างไม่ยอม พื้นที่ส่วนตัวของเขาไม่ต้อนรับใครที่เขาไม่ชอบขี้หน้า
“น้ำมนต์ก็เป็นน้องเรานะลูก ไม่ใช่คนอื่น” แต่คุณผกามาศก็แย้งลูกชายออกไป สอนให้ลูกชายเห็นเด็กสาวเป็นน้องมาตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปิดใจสักครั้ง
“แต่ผมไม่นับเด็กนั่นเป็นน้อง!” ร่างสูงว่าพลางหันไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ของตนด้วยสายตาดุดันและเกลียดชัง ไม่ชอบขี้หน้ายังไงก็ยังไม่ชอบแบบนั้นมาตลอด
“ถ้าภีมไม่ให้น้องไปอยู่ด้วย งั้นแม่ก็จะซื้อคอนโดให้น้องใหม่อีกห้อง” คุณผกามาศสรุปขึ้นอย่างเด็ดขาดตามที่ลูกชายต้องการ
“คุณแม่!” แต่พอภีมได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องเรียกแม่เสียงหลง ไม่คิดว่าแม่จะเสียเงินเพราะเด็กนี่ไม่หยุดแบบนี้
“จะเอายังไงบอกแม่มา แม่จะได้จัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จก่อนจะเปิดเทอม” คุณผกามาศไม่สนใจท่าทางของลูกชาย ให้เลือกตามที่ต้องการและตนจะแก้ไขปัญหาตามที่ลงตัวในแบบของตน
“คุณแม่อยากให้ไปอยู่ก็แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมจะทำอะไรได้!” คำประชดประชันดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ว่าจบภีมก็เดินหนีแม่ขึ้นห้องเหมือนอย่างเคย
“คุณท่านไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ น้ำมนต์อยู่บ้านก็ได้” น้ำมนต์ไม่อยากเห็นทุกคนในบ้านมีปัญหากันเพราะตัวเอง เธอจึงหันไปพูดกับคุณผู้หญิงขึ้นอย่างเกรงใจ
“บ้านกับมหาลัยมันไกลกัน น้ำมนต์ไปอยู่กับพี่เค้าน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เหนื่อยด้วย” ถ้ามันใกล้กว่านี้เธอก็คงไม่ขัด แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลเลยไม่อยากให้เด็กสาวลำบากกับการเดินทาง กลัววันไหนเลิกดึกกว่าจะถึงบ้านก็อันตรายได้
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่หรอก ฉันจัดการทุกอย่างให้แล้ว น้ำมนต์ไม่ต้องกังวล” รู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวแค่ไหนจึงตัดบทขึ้นอย่างเอ็นดูสงสาร
“ขอบคุณค่ะ” น้ำมนต์ยกมือไหว้ผู้มือพระคุณของตนเองด้วยความรักและเคารพ
หนึ่งปีต่อมา...
น้ำมนต์
“น้ำมนต์วันนี้ไปกินไอติมกับพวกฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะ” กัสจังเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนเมื่อหมดคาบเรียนในเวลาบ่าย
“แต่เรา...”
“ไปเหอะ นี่พึ่งจะบ่ายสามเอง กลับห้องก่อนห้าโมงเย็นแน่” หมวยชวนอีกคน
“อืมงั้นก็ได้” ฉันตอบตกลงเพื่อนออกไปด้วยความเกรงใจ เพราะฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเพราะเพื่อนชวนตลอด อีกอย่างวันนี้เค้าคนนั้นเลิกเรียนตอนห้าโมงเย็นด้วยคงจะทัน
“ดีมาก งั้นไปกัน!” แล้วเพื่อนทั้งสองก็ชวนฉันไปร้านเบเกอรี่ใกล้ ๆ มหาลัยทันที
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ ตอนนี้เรียนปี2 มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง นิสัยฉันเป็นคนไม่ค่อยสู้คน ไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ก็เลยมักถูกรังแกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะจากเค้าคนนั้น
ฉันเป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่แม่ท้องฉัน แต่พอวันที่แม่คลอดฉันท่านก็จากไปเพราะท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว คุณท่านเจ้าของบ้าน(พ่อแม่ของภีม)ที่แม่ฉันเป็นแม่บ้านอยู่ ท่านก็เลยรับเลี้ยงฉัน เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว ท่านอยากได้ลูกสาวอีกคน ฉันก็เลยได้เรียนที่ดี ๆ รับสิ่งของดีๆ แบบนี้มาตลอด
“วันนี้คนเยอะจัง” กัสจังพูดเมื่อเดินมาถึงในร้านที่ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักศึกษามหาลัยฉันนั่นแหละ เพราะที่นี่เป็นร้านที่น่านั่งมาก มีมุมให้เลือกนั่งทั้งนั่งเล่น ติวหนังสือ หรือเม้ามอยส์
“อืม ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า ว่างพอดี” แล้วหมวยก็เดินนำไปที่ว่างที่มองเห็นทันที แต่ใครจะรู้ว่าโลกมันแคบจริง ๆ
“นั่นลูกคนใช้บ้านภีมนี่คะ” เสียงพี่โบว์รุ่นพี่ฉันหนึ่งปีและยังเป็นคนสำคัญของคุณภีมดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักและยืนก้มหน้าไม่กล้าเดินไม่กล้าสบตาหรือเถียงเค้าต่อตามสัญชาตญาณ
“อืม” เสียงตอบรับเรียบนิ่งที่ฉันจำได้ดีแม้ไม่ต้องมองหน้า นั่นยิ่งทำให้หัวใจฉันเต้นแรงกว่าเดิม
“ไม่คิดว่าเลิกเรียนแล้วจะอู้งานมาเที่ยวเล่นแบบนี้นะคะ” พี่โบว์ยังคงพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่
“หมวยน้ำมนต์มันยืนอยู่นี่แล้วมึงปวดคอบ้างไหมวะ” เสียงกัสจังถามหมวยออกไปโดยที่ฉันก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่
“ก็ไม่นะมึง” หมวยตอบกลับมา
“ก็แสดงว่าไม่ได้หนักหัวมึงไง งั้นกูว่ามันไปหนักหัวคนอื่นเข้าแล้วว่ะ” แล้วกัสจังก็พูดออกมา พอพูดแบบนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจความหมายที่กัสจังกำลังสื่ออยู่
“คงงั้น ไม่งั้นไม่เสือก” หมวยตอบกัสจังแล้วหันไปส่งยิ้มให้พี่โบว์ สองคนนี้จริง ๆ ก็เป็นคนตรง ๆ แรง ๆ นั่นแหละ ถ้าฉันไม่มีหมวยกับกัสจังคงแย่กว่านี้
“เราไปนั่งกันเถอะ” ฉันไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหาเพราะฉัน ก็เลยชวนเพื่อนเดินออกจากตรงนี้เพื่อเป็นการสงบศึก และเพื่อนฉันก็รู้ว่าฉันลำบากใจก็เลยยอมเดินมานั่งด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่น่ารีบมาเลย”
“เราไม่อยากให้มีเรื่อง” ฉันบอกเพื่อนออกไปอย่างลำบากใจ
“แต่มันหาเรื่องแกก่อน”
“แกก็รู้ว่าตอนนี้เรามีแกสองคนช่วย แต่เรากลับคอนโดไปเราไม่มีใครช่วย” ฉันอธิบายให้เพื่อนได้ฟัง เพราะหลายครั้งอยู่กับเพื่อนฉันสามารถผ่านเหตุการณ์ลำบากใจมาได้ง่าย ๆ แต่พออยู่คนเดียว ก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง
“เออ! มันก็ถูกของแก” หมวยพูดอย่างเถียงไม่ออก
“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้สู้กลับไปบ้าง” กัสจังเลยพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะรู้ว่าฉันนิสัยยังไง
“พวกแกก็รู้ว่าเราไม่กล้า” ฉันอยากกล้า แต่มันไม่มีเลยสักนิดหรือเศษเสี้ยวเดียว อาจเพราะฉันเติบโตมาอย่างที่รู้ตัวว่าไม่มีครอบครัวหรือใคร อีกทั้งฐานะตัวเองก็ต่ำต้อย มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการสู้ ก็จะยิ่งส่งผลร้ายแรงให้ตัวเองอย่างจัดการไม่ได้
“แกต้องสู้บ้าง พวกแบบนี้ยิ่งไม่ตอบโต้มันยิ่งได้ใจ อีกอย่างถ้าพวกนั้นทำอะไร แกก็ฟ้องคุณท่านเลยสิ ยังไงพวกท่านก็เอ็นดูแกอยู่แล้ว” กัสจังพูดสอนอย่างเป็นห่วง เรื่องของฉันเพื่อนรู้หมดแหละ เพราะฉันไม่ได้ปิดบังอะไร
“เราไม่อยากทำให้คุณท่านไม่สบายใจ” นี่คือคนที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันไม่อยากให้พวกท่านต้องกังวลหรือลำบากใจอะไร
“แต่ตัวเองก็ต้องทุกข์ใจเนี่ยเหรอ” หมวยว่าออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันไม่เป็นไร แค่นี้เอง” ฉันชินแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่ได้หนักหนาหรือร้ายแรงจนถึงขั้นเลือกตกยางออกหรือทำให้อับอายจนไม่มีที่ยืน
“เห้อ! ถ้าเค้าชอบรังแกแกมาก แกมาอยู่กับฉันก็ได้นะ ที่คอนโดฉันมีห้องว่าอีกตั้งสองห้อง” หมวยพูดอย่างเสนอทางเลือกที่เคยเสนอแล้วแต่ฉันปฏิเสธ
“ขอบใจพวกแกมากนะ ตอนนี้ฉันยังโอเค” ฉันปฏิเสธออกมาด้วยรอยยิ้มให้เพื่อน ฉันไม่อยากรบกวนหรือทำให้ใครลำบาก อีกอย่างเรื่องที่ฉันเจอฉันก็ยังทนไหว
“อืม ๆ งั้นกินไอติมดับอารมณ์กันดีกว่า”
“ป่ะกลับกัน” หลังจากกินไอติมกันเสร็จ กัสจังก็พูดขึ้น
“อืม” แล้วพวกเราก็เดินออกจากร้านเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน แต่ตอนฉันเดินออกมาไม่เห็นคุณภีมนั่งอยู่ในร้านแล้ว เค้าคงจะกลับไปแล้วนั่นแหละ
“ป่ะน้ำมนต์ เจอกันนะหมวย” กัสจังเรียกฉันขึ้นรถก่อนจะหันไปโบกมือลาหมวย
“ขับรถดี ๆ นะ” ฉันลาหมวยอีกคน
“เค ไว้เจอกัน” แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันขึ้นรถ โดยฉันจะกลับกับกัสจังเกือบทุกวัน เพราะคอนโดกัสจังผ่านคอนโดที่ฉันอยู่
จริง ๆ แล้วคุณท่านก็ให้คุณภีมรับส่งฉันด้วยแหละ แต่ก็อย่างว่าคุณภีมเกลียดฉันอย่างกับอะไร เค้าไม่เคยให้ฉันนั่งรถเค้าหรอก แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้าหรอกนะ ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนหรือลำบากใจไปเหมือนกันถ้าต้องรับความช่วยเหลือจากเขา ฉันเข้าใจว่าเค้าเกลียดฉันมาก ฉันก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสถานะที่เค้าให้ฉันแบบนี้
บทล่าสุด
#46 บทที่ 46 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#45 บทที่ 45 ปล่อยสามีฉัน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#44 บทที่ 44 ฉันรักเธอ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#43 บทที่ 43 ฉันต้องการเธอกับลูก
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#42 บทที่ 42 ฉันจะนอนกับลูก
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#41 บทที่ 41 ท้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#40 บทที่ 40 ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#39 บทที่ 39 ขอย้าย
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#38 บทที่ 38 ยังไม่พร้อม
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#37 บทที่ 37 ชุดที่ใส่แล้วมีอารมณ์
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
มาเฟียคลั่งรัก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













