บทนำ
น้องสาวที่ฉันแทบจะแลกชีวิตเพื่อช่วยเอาไว้ สวมชุดตัวโปรดของฉันและกำลังอิงแอบแนบชิดอยู่กับคนรักในวัยเด็กของฉัน
พ่อแม่แท้ๆ ตราหน้าว่าฉันเป็นความอัปยศ และปิดประตูใส่หน้าฉัน...
บท 1
"เอมิลี วินด์เซอร์ ตอนที่คุณลงมือฆ่าชายคนนั้น เขายังมีทางสู้หรือเปล่า? ชีวิตของคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงใช่ไหม?"
"คุณต้องคิดให้รอบคอบก่อนตอบคำถามพวกนี้ เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดรูปคดี—ว่านี่คือการป้องกันตัว หรือการฆาตกรรม"
ภายในห้องสอบสวน เอมิลี วินด์เซอร์ นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ต้องหา เธอเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟจ้าจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงบนใบหน้าอย่างหมดหนทาง ท่ามกลางสายตาเคร่งเครียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ปลายนิ้วของเธอกระตุกเกร็ง ทว่าการเคลื่อนไหวกลับถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือ ริมฝีปากของเธอแห้งผากและแตกเป็นขุยขณะเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ฉัน..."
เธอไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดมาเนิ่นนาน สภาพจิตใจของเธอแตกร้าวและเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด—เส้นผมเหนียวเหนอะหนะแนบลู่ไปกับใบหน้า เสื้อผ้าหลุดลุ่ยฉีกขาดเป็นริ้วรอย ผิวหนังที่โผล่พ้นร่มผ้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและสะเก็ดแผลทับซ้อนกัน บ่งบอกถึงร่องรอยการถูกทรมานอย่างผิดมนุษย์
หากไม่ถูกกุญแจมือล็อกติดไว้กับเก้าอี้ เธอคงจะหดตัวหนีไปซุกอยู่ตรงมุมห้องนานแล้ว เหมือนกับทุกครั้งที่เธอถูกทุบตีทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วนก่อนหน้านี้
ตำรวจสืบสวนชายหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ผมมีรายงานการชันสูตรศพของชายที่คุณฆ่า สภาพศพของเขาดูไม่ได้เลย ทางเราเอนเอียงไปทางข้อหาป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ และทันทีที่เราระบุรูปคดีได้ คุณก็จะต้องรับโทษตามกฎหมาย"
ทว่าก่อนที่เอมิลีจะได้ตอบอะไร ตำรวจสืบสวนหญิงก็ไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป เธอโพล่งขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
"ไอ้สารเลวนั่นมันก็แค่สัตว์เดรัจฉาน—เป็นปีศาจในคราบมนุษย์! กับเรื่องระยำตำบอนที่มันก่อไว้ ต่อให้ตายเป็นร้อยครั้งก็ยังไม่สาสมด้วยซ้ำ!"
ตำรวจสืบสวนชายปรามเสียงเย็น "ใจเย็นหน่อย เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับคดี"
"จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง! ไอ้สวะนั่นทำร้ายคนบริสุทธิ์ไปตั้งเท่าไหร่ มันสมควรลงไปเน่าตายในขุมนรก!"
การปะทะคารมที่ดุเดือดทำให้เอมิลีเอียงคอเล็กน้อย เธอเหม่อมองคราบเลือดแห้งกรังบนสองมือ พลันหวนนึกถึงผู้หญิงคนนั้น... คนที่สิ้นใจจมกองเลือด
เธอเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวในตอนนั้นออกมาอย่างเชื่องช้า
พวกเธอทุกคนล้วนเป็นนักโทษในห้องใต้ดินแห่งนั้น
หญิงสาวนับร้อยชีวิตถูกจับมายัดรวมกันในพื้นที่คับแคบไร้แสงตะวัน—ทั้งมืดมิด อับชื้น และไร้ซึ่งความหวัง
แก๊งอาชญากรปฏิบัติกับพวกเธอราวกับสิ่งของไร้ค่า ทุบตีและย่ำยีสารพัดตามอำเภอใจ บนผนังมีแส้หนามแขวนเรียงราย เคียงคู่กับกระบองไฟฟ้าอีกนับไม่ถ้วน
ทุกชีวิตที่ถูกจองจำอยู่ที่นั่นต่างมีใบหน้าชาชินและไร้ความรู้สึก แววตาของพวกเธอมีเพียงความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เธอเองก็ถูกขังรวมกับผู้หญิงพวกนั้น
ทุกวี่ทุกวัน พวกเธอจะถูกเฆี่ยนตีจนเนื้อแตกเลือดซิบ พวกมันต้องการบดขยี้จิตวิญญาณของพวกเธอให้แหลกสลาย จนกว่าจะยอมเชื่องเหมือนกับสัตว์เลี้ยง
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใจดีกับเธอ—ผู้หญิงร่างบอบบางที่คอยแอบแบ่งอาหารคำเล็กๆ ไว้ให้เธอในแต่ละวัน หากไม่มีผู้หญิงคนนั้น เอมิลีคงขาดใจตายไปตั้งนานแล้ว
ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับต้องมาตายด้วยคมมีด
แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ? เอมิลีเองก็จำไม่ได้แน่ชัดนัก
เธอจำได้เพียงสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง—กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งเป็น
เมื่อได้สติกลับคืนมา เธอก็เห็นชายคนนั้นถูกแทงนับร้อยแผล นอนตายจมกองเลือดอย่างไม่อาจฟื้นคืน
และมีดที่กำแน่นอยู่ในมือของเธอ ก็คือมีดที่แย่งมาจากเขานั่นเอง
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากของเอมิลี หัวใจของตำรวจสืบสวนหญิงก็ยิ่งหนักอึ้งไปด้วยความโศกเศร้าและเวทนา
"พวกเราทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วล่ะค่ะ คุณกลับบ้านได้แล้วนะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ทางเราจะติดต่อไปเอง"
เอมิลียังคงเงียบงันขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตำรวจสืบสวนหญิงเดินเข้ามาไขกุญแจมือให้เธอ
วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากสถานีตำรวจ แสงแดดสว่างจ้าก็สาดส่องลงมาจากเบื้องบน เอมิลียกมือขึ้นป้องตาตามสัญชาตญาณ
หลังจากถูกจองจำในความมืดมิดมาเนิ่นนาน เธอจึงไม่คุ้นชินกับแสงตะวันอีกต่อไป
เมื่อดวงตาเริ่มปรับสภาพได้ เธอก็ลดมือลง และสังเกตเห็นรถมายบัคคันหนึ่งกำลังขับเคลื่อนออกไปจากสถานีตำรวจ
เธอจำรถคันนั้นได้
คนที่อยู่ในรถคันนั้นคือคนที่ช่วยเธอออกมาจากขุมนรก แล้วพาเธอมาส่งที่สถานีตำรวจ
ตำรวจสืบสวนหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นว่า "ตัวคุณมีคราบเลือดแห้งกรังเต็มไปหมดเลย อยากจะล้างเนื้อล้างตัวหน่อยไหมคะ เดี๋ยวฉันหาห้องน้ำให้"
เอมิลี่ส่ายหน้าช้าๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ฉันอยากกลับไปอาบน้ำที่บ้านค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ตำรวจหญิงพยักหน้า "พ่อแม่ของคุณต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะที่เห็นคุณกลับบ้าน"
ริมฝีปากของเอมิลี่คลี่เป็นรอยยิ้มบางๆ
การได้กลับบ้านคือแรงผลักดันเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เธอหยัดยืนสู้ต่อไปได้
ระหว่างทางกลับไปยังคฤหาสน์วินด์เซอร์ หัวใจของเอมิลี่เบาหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับนกที่ในที่สุดก็ได้โบยบินเป็นอิสระจากกรงขัง
ในที่สุดเธอก็จะได้กลับไปหาครอบครัวเสียที
ทว่าความฝันอันแสนสวยงามของเธอกลับต้องแตกสลายลงในวินาทีที่ได้เห็นบรรยากาศอันครึกครื้นที่คฤหาสน์วินด์เซอร์
ดูเหมือนว่าวันนี้ตระกูลวินด์เซอร์กำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครั้งใหญ่
เธอก้มลงมองรอยแส้ที่ยังคงบวมช้ำบนท่อนแขนของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ที่นี่คือบ้านของเธอแท้ๆ แต่จู่ๆ เอมิลี่กลับไร้ซึ่งความกล้าที่จะก้าวเข้าไป สองเท้าของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
งานเลี้ยงนั้นหรูหราอลังการเป็นอย่างยิ่ง แขกเหรื่อเดินขวักไขว่เข้าออกกันอย่างไม่ขาดสาย
ไม่นานนักก็มีคนสังเกตเห็นเอมิลี่
"ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ นะ... เหมือนลูกสาวคนโตของตระกูลวินด์เซอร์ที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อนเลย!"
"หน้าเหมือนจริงๆ ด้วย แต่เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเธอติดโรคร้ายตายหลังจากถูกพวกแก๊งอาชญากรทรมานนะ"
เสียงซุบซิบนินทาแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
ไม่นาน เวย์น วินด์เซอร์ และ เบียงก้า วินด์เซอร์ ก็เดินออกมาจากตัวบ้าน วินาทีที่ทั้งสองเห็นเอมิลี่ ความตกตะลึงและประหลาดใจก็ฉายชัดบนใบหน้าของพวกเขา
ไม่มีใครก้าวออกมาข้างหน้า ทั้งคู่เพียงแค่ยืนนิ่งงัน จ้องมองเอมิลี่ด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"คุณพ่อ... คุณแม่คะ" เอมิลี่ข่มความเศร้าหมองในใจแล้วเอ่ยเรียกพวกเขาก่อน
เบียงก้าเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้ เธอตอบกลับด้วยท่าทีอึดอัดใจเล็กน้อย "เอมิลี่ ลูกยังมีชีวิตอยู่แล้วก็กลับมาบ้านจริงๆ ด้วย... เรานึกว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกแล้วซะอีก"
แม้เบียงก้าจะพูดเช่นนั้น แต่เธอกลับไม่ยอมก้าวเท้าเข้ามาหาเลยแม้แต่น้อย
ระยะห่างระหว่างเธอและเอมิลี่ดูเหมือนจะห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกราวกับมีหุบเหวที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่
เวย์นมองเอมิลี่ด้วยสายตาที่มีความรู้สึกอันซับซ้อนปะปนกันไป
"กลับมาได้ก็ดีแล้วล่ะ... ดีแล้ว"
คำพูดของเขาดูเป็นทางการ ห่างเหิน และปัดรำคาญ
เอมิลี่คาดหวังว่าจะได้เห็นความปีติยินดีบนใบหน้าของพ่อแม่ แต่เธอกลับเห็นเพียงความรังเกียจที่วาบผ่านแววตาของพวกเขา และความอับอายที่แทบจะปิดบังไว้ไม่มิด
เธอเคยเป็นลูกรัก เป็นแก้วตาดวงใจของพวกเขา
แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นรอยด่างพร้อย... เป็นสิ่งที่จะนำความอัปยศมาสู่ตระกูลวินด์เซอร์
ในตอนนั้นเอง ลอร่า วินด์เซอร์ และ ลูคัส สมิธ ก็เดินตามออกมาจากตัวบ้านเช่นกัน
ลอร่าสวมชุดเดรสทรงเจ้าหญิงแสนสวยราคาแพงระยับ แม้เธอจะเป็นเพียงลูกบุญธรรม แต่เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากลูกสาวสายเลือดแท้ๆ เลยสักนิด
"คุณพ่อคุณแม่คะ ทำไมถึงมายืนอออยู่ตรงหน้าประตูหมดเลยล่ะคะ แขกในงานมีตั้งเยอะ ลูคัสกับหนูรับรองแขกกันแทบไม่ทันแล้วนะคะ"
หลังจากพูดจบ ลอร่าถึงเพิ่งสังเกตเห็นเอมิลี่ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "พี่เอมิลี่เหรอคะ"
เสียงซุบซิบรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
"ตกลงว่าเป็นลูกสาวคนโตที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อนจริงๆ ด้วย โดนจับไปขังตั้งนานขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าผ่านผู้ชายมาแล้วกี่คน"
"ดูผิวพรรณเธอสิ... พวกเราอยู่ห่างๆ เธอไว้ดีกว่า เผลอๆ อาจจะมีโรคติดต่ออะไรติดมาด้วยก็ได้"
"พวกเราแค่มาร่วมงานเลี้ยงนะ ไม่ได้อยากจะมาติดโรคสกปรกๆ กลับไปซะหน่อย"
"มีลูกสาวแบบนี้รอดกลับมาได้ น่าอับอายยิ่งกว่าปล่อยให้ตายๆ ไปอยู่ข้างนอกนั่นซะอีก"
คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นทำให้ใบหน้าของเอมิลี่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
เธอมองไปที่ลูคัสด้วยความหวังเฮือกสุดท้าย พวกเขาเป็นคนรักกันมาตั้งแต่เด็ก... ถึงขั้นเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น
ทว่าลูคัสกลับเบือนหน้าหนี หลบสายตาของเธอ
บทล่าสุด
#267 บทที่ 267
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#266 บทที่ 266
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#265 บทที่ 265
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#264 บทที่ 264
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#263 บทที่ 263
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#262 บทที่ 262
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#261 บทที่ 261
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#260 บทที่ 260
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#259 บทที่ 259
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026#258 บทที่ 258
อัปเดตล่าสุด: 6/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
มาเฟียคลั่งรัก
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
ความลับของเจ้าชาย { The Prince's Secret}
อาจารย์หมอที่พวกเธอคลั่งไคล้กันนักหนา
ใช่เขาคือคน " ในความลับของฉันเอง "
"วันนั้นคุณเมา ฉันก็เมา เราแค่สนุกกันแค่นั้น"
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













