บทนำ
เธอ... มอบทั้งกายและใจให้เขาด้วยความรักและภักดี แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับมันเป็นเพียงแผนการเท่านั้น
ส่วนใครอีกคน... ก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งของที่ควรจะเป็นของเธอกลับคืนมา
บท 1
ตอนที่1 เจ้านาย
รินรดา
“รินเดี๋ยวช่วยเลื่อนนัดวันนี้ให้ฉันด้วยนะ” เสียงรองประธานบริษัทหรือเจ้านายของฉันเดินออกมาบอกขึ้นด้วยท่าทางรีบร้อน
“เอ่อ บอสมีธุระอะไรด่วนมากเลยเหรอคะ พอดีมีนัดของลูกค้าท่านหนึ่งที่เลื่อนไม่ได้จริงๆ น่ะค่ะ” ฉันบอกเจ้านายออกไปอย่างกังวลเพราะว่าลูกค้าท่านนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศพรุ่งนี้แล้ว หากต้องเลื่อนก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้
“ช่างเขาไป วันนี้ฉันรีบจริงๆ” แล้วเจ้านายของฉันก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังอย่างไม่สนใจอะไรอีก พร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเหมือนรีบร้อนจริงๆ
“แต่...” ฉันกำลังจะแย้งอย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ผู้เป็นนายก็แทรกขึ้นอย่างไม่คิดจะฟังกันเลยสักนิด
“งั้นฉันไปก่อนนะ วันนี้ไม่เข้าบริษัทแล้ว” ว่าจบเขาก็รีบเดินออกไปอย่างรีบร้อนทันที ทำให้ฉันได้แต่มองตามหลังไปอย่างจนปัญญากับเหตุการณ์นี้
เขาไม่รู้หรือไงว่าถ้าพลาดงานกับลูกค้าท่านนี้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้ร้ายแรงถึงกับเสียลูกค้าท่านนี้ไปเลย แต่มันก็ยังคงส่งผลไม่ดีต่องานได้อย่างง่ายดาย แล้วไหนจะเรื่องที่อาจจะตามมาทีหลังอีกด้วย
“เฮ้อ! ทำไมชอบหาเรื่องให้ถูกตำหนิตลอดแบบนี้คะ” ฉันได้แต่บ่นกับตัวเองออกมาถึงคนที่พึ่งเดินออกไปด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจไม่น้อย
ฉัน ริน หรือ รินรดา อายุ 27 ปี นิสัยของฉันก็ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นหรือน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ค่อยสู้คนหรือชอบมีปัญหาอะไร และยังติดเป็นคนมองโลกในแง่ดีอีกต่างหาก แต่ก็ไม่ได้ซื่อบื้อจนดูโง่แล้วก็ยอมใครไปทุกเรื่องด้วยเช่นกัน
ฉันทำงานเป็นเลขาที่นี่ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ซึ่งถือว่าเจ้านายของฉันที่นี่เป็นผู้มีพระคุณของฉันเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นบ้านฉันกำลังลำบาก และเป็นช่วงที่ฉันเรียนจบใหม่ๆ กำลังหางานทำพอดี แล้วก็ได้ที่นี่รับไว้ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ฉันอาศัยอยู่กับยายสองคน เพราะพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่ฉันสอบปลายภาคเทอมสุดท้ายพอดี คือจุดที่ทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทันและลำบากมาก และที่เจ้าของบริษัทนี้กล้ารับฉันก็เพราะว่าพ่อฉันเคยขับรถให้ท่านประธานใหญ่ และท่านยังช่วยเรื่องทุนการศึกษาของฉันมาตลอดอีกต่างหาก ซึ่งอาจจะด้วยความซื่อสัตย์ของพ่อฉันมั้ง เลยทำให้ท่านประธานเอ็นดูและรับฉันเข้าทำงานที่นี่เลย
ฉันจัดการโทรยกเลิกพร้อมกับขอโทษขอโพยลูกค้าที่ทำการนัดไว้แล้วแท้ๆ แต่ต้องเปลี่ยนแปลง ยังดีที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยถือว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ก็หนีไม่พ้นลูกค้าคนสำคัญที่เขาผิดหวังกับการทำงานครั้งนี้ และแน่นอนว่าเรื่องนี้คงต้องถึงหูท่านประธานอย่างแน่นอน
ครืดด!!! หลังจากจัดการเรื่องยกเลิกนัดเสร็จฉันก็นั่งทำงานต่อทันที แต่นั่งได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปตามหน้าที่ และแทบไม่ต้องรอปลายสายพูดฉันก็เดาได้ว่าต้องเป็นใคร
(ริน มาหาฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้) น้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจพร้อมไปด้วยอำนาจสั่งออกมาอย่างตรงไปตรงมา และมันก็ไม่ผิดไปจากที่ฉันคิดไว้เลยสักนิด
“ค่ะท่านประธาน” ฉันรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะวางสายลงแล้วถอนหายใจออกมากับความเหนื่อยหน่ายเพื่อเตรียมพร้อมกับการตอบคำถามของท่านประธานใหญ่
“ท่านประธานรออยู่แล้ว เข้าไปเลยจ้ะ” เสียงของพี่เพียงแขเลขาของท่านประธานพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเหมือนปกติหลังจากเห็นหน้าฉันอย่างรู้กัน
“ค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ที่แสนจะฝืนเฝื่อนออกมา ก่อนจะตรงไปเคาะประตูห้องเป็นการขออนุญาต และก็ตามมาด้วยเสียงจากเจ้าของห้องที่ดังออกมาฉันจึงเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเดินก้มหน้าตรงไปหยุดหน้าโต๊ะ มือประสานกันไว้ด้านหน้าจนแทบจะลืมหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองท่านประธานด้วยซ้ำ
“รู้ใช่ไหมว่าฉันเรียกมาทำไม” ท่านประธานถามขึ้นอย่างเข้าประเด็นทันที เพราะไม่มีเรื่องไหนจะรอดพ้นหูตาของท่านประธานใหญ่ไปได้ง่ายๆ
“ทราบค่ะ” ฉันตอบรับเสียงเบานิดหน่อยเหมือนเป็นความผิดของตัวเอง แล้วเรื่องที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรหรอก มันเรื่องที่บอสของฉันไม่ได้ไปพบลูกค้าคนสำคัญแล้วหนีงานไปไหนก็ไม่รู้ยังไงล่ะ
“แล้วมันไปไหน” ท่านประธานถามขึ้นอีกครั้งถึงบุคคลที่เรากำลังพูดถึงอยู่
แล้วที่ใช้สรรพนามแบบนี้ไม่ต้องตกใจหรอก ก็บอสของฉันมีสถานะเป็นลูกชายคนโตของท่านประธานใหญ่นั่นเอง หรือพูดง่ายๆ บอสของฉันทำงานในตำแหน่งรองประธานอยู่ตอนนี้
“ไม่ทราบค่ะ บอสบอกแค่ว่ามีธุระสำคัญมากแล้วก็รีบออกไป” ฉันบอกท่านออกไปตามตรงเพราะเจ้านายฉันก็รู้ดีเหมือนกันว่าฉันต้องรายงานพ่อของเขา ทำให้บางเรื่องยิ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเขาจะไม่พูดบอกฉันเลย ทิ้งภาระมาให้ฉันหาข้ออ้างและข้อแก้ตัวต่อหน้าท่านประธานด้วยตัวเองบ่อยๆ แบบนี้
“ทีหลังเรื่องสำคัญขนาดนี้ต้องบอกฉัน เข้าใจไหม” ท่านประธานพูดขึ้นอีกครั้งเหมือนบอกเล่าแต่คนฟังอย่างฉันกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิยังไงก็ไม่รู้
“ค่ะ หนูต้องขอโทษท่านด้วยนะคะ” ฉันยกมือไหว้ท่านออกไปพร้อมคำขอโทษราวกับตัวเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอและเป็นคนผิด
ก็อย่างที่บอกว่าจริงๆ ฉันก็ต้องรายงานการทำงานให้ท่านประธานทราบทุกครั้งที่ท่านต้องการรู้นั่นแหละ แต่บอสสั่งไว้ว่าห้ามบอกอะไรท่านประธานถ้าไม่อยากเดือดร้อน ให้ฉันหาข้ออ้างที่ไม่ส่งผลต่อเขาเอาเอง
อีกอย่างเรื่องลูกค้าของบอสก็มักเป็นความรับผิดชอบของบอสด้วยตัวเอง จริงๆ ท่านประธานมักจะไม่ค่อยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเท่าไหร่เพราะหลายอย่างเจ้านายฉันก็ทำงานได้อย่างดีมีความน่าเชื่อถือ เพียงแต่ลูกค้ารายนี้บังเอิญเป็นคนสนิทกับท่านประธานด้วยไง เรื่องนี้ก็เลยมาถึงหูท่านประธานเข้าแบบนี้
“เอาเถอะ มันไม่ใช่ความผิดเธอหรอก ฉันรู้จักสันดานลูกชายฉันดี” ท่านประธานพูดขึ้นอย่างตัดบทรู้กัน เพราะฉันเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์ไปบงการอะไรเขาได้จริงๆ นั่นแหละ
“.....” ฉันก้มหน้ารับฟังท่านแต่โดยดีไม่รู้จะพูดอะไร
“กลับไปทำงานได้แล้ว” เมื่อท่านไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ไล่ฉันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองคืนอย่างไม่ได้กล่าวโทษอะไรฉันมาก
“ค่ะ” ฉันก้มหัวให้ท่านประธานก่อนจะเดินออกจากห้องมาด้วยจังหวะที่มั่นคงทั้งที่อยากจะวิ่งหนีออกมามากแค่ไหนก็ตาม
แต่อย่างน้อยก็ดีที่ท่านประธานเป็นคนมีเหตุผลเสมอแม้ท่าทางภายนอกของท่านจะดูน่ากลัวไปนิดหนึ่งก็ตาม แต่ท่านก็ไม่เคยดุว่าตำหินฉันพร่ำเพรื่อเพียงเพราะไม่พอใจหรือทำงานพลาด แต่ท่านเลือกจะโทษต้นเหตุอย่างลูกชายท่านแทน
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 พิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#39 บทที่ 39 ถึงเวลา(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#38 บทที่ 38 ไม่ใจอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#37 บทที่ 37 โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#36 บทที่ 36 เพื่อคนๆ นั้น
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#35 บทที่ 35 เจ็บเจียนตาย
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#34 บทที่ 34 ผู้หญิงโง่ๆ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#33 บทที่ 33 ไม่เปิดใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#32 บทที่ 32 ง้อ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#31 บทที่ 31 งัดบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
กับดักรักท่านประธาน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













