บทนำ
บท 1
สีหน้าของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องพักฟื้นคนไข้แสดงถึงความเจ็บปวดร้าวรานของหัวใจ มือซ้ายของเธอกุมหน้าอกข้างซ้าย ส่วนมือขวากำกระดาษที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือแผ่นหนึ่งไว้จนยับย่น เครื่องมือตรวจติดตามสัญญาณชีพพจรส่งเสียงดังถี่ขึ้น ในขณะที่หน้าจอมอนิเตอร์แสดงค่ากราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ค่าความดัน และค่าออกซิเจนในเลือดของมินตรา ปลายเท้าเธอมีแฟ้มสีน้ำตาลตกอยู่ เอกสารในนั้นเป็นเอกสารสำเนาเวชระเบียนเก่าตั้งแต่สิบสองปีก่อน รายชื่อผู้รอปลูกถ่ายหัวใจกับภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญากระจายออกมาเกลื่อนอยู่บนพื้น
‘หัวใจดวงนั้นควรเป็นของเจน ไม่ใช่มินตรา’
ข้อความที่มินตราอ่านมันซ้ำ ๆ เป็นข้อความที่ทำให้หัวใจเธอปวดร้าวไม่ต่างกับถูกโบยตีด้วยความจริงที่หญิงสาวเพิ่งรับรู้ ตัวเธอชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดวงตาหม่นเศร้าหลังม่านน้ำตาไม่ได้ละจากใบหน้าของนายแพทย์ที่ทำการรักษาให้เธอ เขายืนนิ่งราวกับก้อนหินอยู่ตรงหน้าเธอ สีหน้าของเขาเครียดขรึมแต่มินตราเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า การนิ่งเงียบของเขาไม่ใช่ความสุขุมของคนที่กุมความเป็นความตายของคนไข้ แต่มันคือความเย็นชาของคนที่วางแผนทำร้ายเธอมาเนิ่นนาน
“มินตรา” เขาใช้โทนเสียงต่ำเอ่ยเตือนให้เธอระงับโทสะ “ใจเย็นก่อนนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ให้โอกาสผมได้อธิบาย เรามาปรับความเข้าใจกันก่อนเถอะนะ”
เธอสบตาเขาด้วยแววตาเปิดเผยความเจ็บปวด หัวใจเธอเหมือนถูกบดขยี้ มินตรามองหาความจริงใจในดวงตาคู่นั้นทั้งที่เธอรู้ว่ามันไม่เคยมีอยู่เลย เสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างสั่นเครือ
“อธิบายอย่างนั้นเหรอ? หรือตั้งใจจะหาคำพูดเพื่อมาหลอกให้ฉันเชื่อเหมือนคนโง่ ในเมื่อความจริงมันปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันหมดแล้ว” เธอมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย “คุณคิดว่าฉันขโมยชีวิตที่ควรเป็นของคุณเจติญา ผู้หญิงที่คุณรักมา…เพราะหัวใจดวงนี้อย่างนั้นสินะ”
อรัณย์กัดฟันกรอด ไม่ได้ตอบโต้และความเงียบของเขากำลังกรีดลึกเข้าไปทำร้ายจิตวิญญาณของมินตรามากกว่าคำตอบเสียอีก เธอหัวเราะหยันตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลผ่านแก้มเป็นทางแต่เธอกลับไม่ใยดี
“คุณคิดว่ามันไม่ควรเป็นของฉันตั้งแต่แรก”
น้ำเสียงแสดงความปวดร้าวของเธอดังคลอเสียงการทำงานของเครื่องมอนิเตอร์หัวใจที่ส่งเสียงรัวถี่ขึ้นจนอรัณย์ต้องเหลือบมองค่าหน้าจอทุกหนึ่งนาที เขาเดินไปข้างหน้าอย่างตั้งใจจะเข้าไปคว้าร่างสะท้านเพราะแรงสะอื้นของหญิงสาว
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย หัวใจของคุณ...”
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว” เสียงสั่นเครือของมินตราตวาดสั่งเขาดังลั่น เธอถอยเท้าไปข้างหลังครึ่งก้าวแทนคำประกาศว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้เขาอีกแม้แต่ก้าวเดียว
อรัณย์ชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาร้าวรานของเธอด้วยหัวใจเจ็บปวด ร่างบางที่ถอยห่างออกไปทันทีที่เขาขยับเท้าก้าวเข้าหา มือคู่นั้นสั่นเทาจนเห็นได้ชัดทำให้เขาต้องหยุดและยื่นนิ่ง ๆ หวังให้เธอใจเย็น
“ทุกอย่างที่คุณทำ…” นัยน์ตาเจิ่งหยดน้ำทอดมองอย่างต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกพร้อมกับกลืนสะอื้นลงคอแล้วเอ่ยเสียงแหบเครือ “เพื่อให้หัวใจดวงนี้...รักคุณอย่างนั้นเหรอคะ คุณเสแสร้งทำเพื่อให้ฉันรักคุณมากพอที่จะเจ็บปวดเจียนตายในวันที่ฉันจะได้รู้ความจริงอย่างนั้นใช่ไหมคะ”
อรัณย์บดกรามแน่นจนเห็นสันนูน ดวงตาจ้องมองสบสายตาเปิดเผยอารมณ์และความรู้สึกปวดร้าวของคนตรงหน้าอย่างเจ็บปวดแต่ไร้คำพูด
“คุณตั้งใจเข้ามาเพื่อทำลายมัน” เธอยกมือขึ้น ชี้ปลายนิ้วที่สั่นระริกไปทางจอมอนิเตอร์แล้วเอ่ยทั้งสะอื้น “ฟังสิ!” เสียงเต้นของหัวใจที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอดังไม่สม่ำเสมอ “คุณฟังเสียงมันให้ชัด ๆ” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มของเธอ “สะใจซะให้พอ กับสิ่งที่คุณอยากเห็น ความเจ็บปวดของฉันคนที่ไม่คู่ควรกับหัวใจดวงนี้”
อรัณย์ไม่ได้ตอบโต้ถ้อยคำตัดพ้อกึ่งประชดของเธอ ได้แต่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างลำตัวขณะทอดสายตามองสบตาหญิงสาวที่มองเขาอย่างคนหัวใจสลาย
“ฉันนึกว่า…อย่างน้อยก็คงจะมีสักครั้งหนึ่ง ที่คุณจะหวังดีกับฉันจริง ๆ”เสียงของเธอเบาลง “แค่ในฐานะที่ฉันเป็นคนไข้คนหนึ่งของคุณก็ยังดี”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของอรัณย์ไหววูบ แต่เขากดมันไว้ทันที “มินตรา ผมขอร้องกลับไปนั่งที่เตียงก่อนเถอะนะแล้วเราจะค่อย ๆ มานั่งเคลียร์เรื่องนี้กัน”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า น้ำตาร่วงลงบนเอกสารในมือ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับคุณ แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณไว้อย่างนึงว่าคนอย่างฉันไม่เคยคิดจะแย่งของของใครแต่ฉันย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ในวันนั้นฉันไม่มีอำนาจตัดสินความเป็นความตายของตัวเองเสียด้วยซ้ำ และฉันไม่สามารถปฏิเสธหัวใจดวงนี้ในวันที่คนรักของคุณต้องการมันเพราะถ้าฉันมีสิทธิ์เลือก ฉันจะไม่ยอมให้หัวใจดวงนี้เข้ามาอยู่ในตัวฉันเลย”
ใบหน้าของอรัณย์ซีดลงเล็กน้อย “หยุดพูดแบบนั้น”
“คุณคงจะเกลียดฉันมากสินะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา “ต้องอดทนดูแลผู้หญิงที่คุณอยากให้ตายไปตั้งแต่สิบสองปีก่อน ต้องทนเห็นหน้าคนที่คิดว่าแย่งโอกาสรอดชีวิตไปจากคนที่คุณรักมันคงจะทรมานหัวใจของคุณมากเลยสินะ”
เสียงเตือนจากเครื่องมอนิเตอร์ดังแหลมขึ้น ร่างของมินตราเซไปด้านข้างและก่อนที่เธอจะทรุดลงเขาพุ่งตัวเข้ามารับร่างอ่อนแรงของเธอไว้ได้ทันท่วงที
“มินต์! มินตรา!”เขาประคองเธอไว้ในอ้อมแขน มือแตะชีพจรที่ลำคออย่างรวดเร็ว ความนิ่งของศัลยแพทย์ยังอยู่ครบ แต่ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ
มินตราฝืนลืมตาขึ้นมองเขา “ไม่ต้องมาช่วยฉัน...ถ้าคุณอยากได้หัวใจดวงนี้คืน…” ลมหายใจของเธอขาดห้วง “ก็เอาคืนไปเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการเจ็บปวดเพราะมันอีกแล้ว”
เส้นกราฟบนหน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลการทำงานหัวใจกระตุกผิดจังหวะ อรัณย์กระแทกปุ่มฉุกเฉินที่หัวเตียงรัว ๆ พร้อมกับตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจนแทบไร้อารมณ์
“โค้ดบูล ประกาศเรียกทีมกู้ชีพฉุกเฉินเข้ามาเดี๋ยวนี้ เตรียมยา เครื่องกระตุ้นหัวใจแล้วก็แจ้งไอซียูด้วย” เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงดวงตาเย็นชาคู่นั้นที่แตกร้าวลงอย่างเงียบงัน
“คุณยังตายไม่ได้” เขาพูดเสียงต่ำ “ผมยังไม่อนุญาต” แต่มินตราไม่ได้ยินเขาแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออก ทีมแพทย์และพยาบาลพากันกรูเข้ามา อรัณย์ส่งร่างเธอขึ้นเตียงด้วยมือที่กลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง เขาลงมือทำหน้าที่ของแพทย์ราวกับกลัวว่าหากหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างที่เขาควบคุมไว้จะพังลงต่อหน้าทุกคนก่อนที่บานประตูห้องพักฟื้นถูกผลักเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง ในวินาทีที่เสียงประกาศเรียกทีมกู้ชีพฉุกเฉินดังก้องไปทั่ววอร์ด นงลักษณ์ที่เพิ่งจัดการธุระเสร็จก้าวพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับใบเสร็จในมือ แต่ภาพความโกลาหลตรงหน้าทำเอาพี่เลี้ยงสาวชาวาบไปทั้งตัว
อรัณย์ตัดสินใจเฉียบขาด เขาและทีมแพทย์ช่วยกันย้ายร่างไร้สติของมินตราพร้อมสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าเยียบเย็นและกลิ่นอายของความเป็นความตาย
นงลักษณ์วิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องพักฟื้นของมินตราพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นระรัวตามแรงขับเคลื่อนของโทสะ ในมือทั้งสองข้างยังคงกำแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบรรจุเอกสารกับรูปถ่ายเจติญาไว้แน่นแนบอก เสียงประกาศโค้ดบูลที่เพิ่งดังก้องไปทั่วทั้งวอร์ดยังคงสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ที่บริเวณโถงทางเดินหน้าลิฟต์วีไอพี ภาคินเพิ่งมาถึงและได้ยินเสียงประกาศฉุกเฉินเช่นกัน ร่างสูงชะงักปลายเท้าที่ก้าวเดินเมื่อเห็นนงลักษณ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาพร้อมกับคราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า
“คุณนง! เกิดอะไรขึ้น เสียงประกาศเมื่อกี้...ยัยมินต์เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ!” ภาคินพุ่งเข้าไปจับไหล่ของนงลักษณ์ น้ำเสียงทุ้มตวัดถามด้วยความร้อนรน
“คุณมาร์ค...ฮือ ๆ คุณมินต์ค่ะ หัวใจคุณมินต์หยุดเต้น หมอรันเพิ่งพาลงไปห้องไอซียูเมื่อกี้ค่ะ...”
นงลักษณ์สะอื้นฮัก ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะยื่นกลุ่มก้อนกระดาษที่ยับย่นในมือส่งให้ชายหนุ่ม
“มีคนตั้งใจส่งของพวกนี้มาฆ่าคุณมินต์...มันหลอกใช้คุณโคลอี้ให้เอาของพวกนี้เข้าไปให้คุณมินต์ถึงในห้อง!”
ภาคินกัดกรามกรอด ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเครียด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม มือกว้างยืนออกไปรับเอกสารเหล่านั้นมาคลี่ดู และเพียงแค่วินาทีแรกที่สายตาคมกริบเหลือบเห็นภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญา และอักษรย่อJ.S.ลงท้ายบนกระดาษโน้ต ร่างกายสูงใหญ่ของประธานหนุ่มก็ชาวาบ ก่อนที่อุณหภูมิในเลือดจะเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนแทบทะลักจุดเดือดเขากวาดสายตาไล่อ่านไปตามข้อความที่กล่าวหาตระกูลบดินทร์เทวาของเขาว่าใช้เส้นสายปล้นหัวใจ และเป็นฆาตกรที่ฆ่าเจติญา ทุกประโยคที่กลั่นกรองออกมาจากความตอแหล และบิดเบือนความจริงอย่างน่ารังเกียจ
กรอด...
เสียงกัดกรามลั่นออกมาจากสันกรามที่ปูดโปน ภาคินกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนเส้นเลือดหลังมือขึ้นเส้นนูน แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นของผู้บริหารฯ ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตและไฟแค้นที่ลุกโชนจนแทบจะแผดเผาทุกสิ่งรอบตัวให้เป็นจุณ
“เจนิสรา...”
ชื่อของนางแบบสาวถูกเค้นผ่านไรฟันออกมาอย่างเยียบเย็นที่สุด บดินทร์เทวาหนุ่มเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีรัตติกาลแผ่ซ่านไปด้วยความดุดันไร้ความปรานี เขารู้ความจริงเบื้องหลังการตายของเจติญาดีกว่าใคร รู้ถึงความเน่าเฟะของหมอเจ้าของไข้ที่ปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง แต่ผู้หญิงแพศยาคนนี้กลับเอาเรื่องไม่เป็นจริงพวกนี้มาเป็นอาวุธแทงข้างหลังน้องสาวของเขาในเวลาที่เปราะบางที่สุด!
“เธอกล้ามาก กล้าเอาความตายมาล้อเล่นกับน้องสาวฉัน”
ภาคินไม่ได้ตะคอก ไม่ได้อาละวาดทำลายข้าวของ แต่ความเงียบงันและน้ำเสียงที่กดต่ำของเขากลับสร้างความกดดันและน่าสะพรึงกลัวจนนงลักษณ์ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง กดต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวและหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและเฉียบขาดที่สุด
“ส่งคำสั่งแบนชื่อเจนิสราไปให้คู่ค้าเครือข่ายธุรกิจ รวมทั้งสื่อสำนักข่าวทุกที่ที่เป็นพาร์ตเนอร์ของเรา รวมทั้งเอเจนซี่ทุกสังกัดให้แบนชื่อผู้หญิงคนนี้...ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ ฉันต้องการให้ผู้หญิงที่ชื่อเจนิสรา ไม่มีที่ยืนในวงการบันเทิงอีกต่อไป”
ภาคินสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะปรายตามองเศษกระดาษในมือเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจุดประกายขึ้นที่มุมปาก
“ฉันจะลากคอผู้หญิงคนนี้มารับผิดชอบสิ่งที่เธอทำด้วยตัวฉันเอง”
“คุณมาร์คจะทำอะไรคะ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะค่ะ” นงลักษณ์เอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นแววตาฆาตกรในดวงตาของเจ้านาย
“กฎหมายมันปรานีเกินไปสำหรับผู้หญิงเหี้ยมโหด ใจอำมหิตอย่างแม่นี่คุณนง”
ชายหนุ่มหันกลับมามองพี่เลี้ยงของน้องสาวด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแต่ซ่อนเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างไว้มหาศาล
“ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเสพติดความแค้น อยากเล่นบทเหยื่อถูกกระทำ...ผมก็จะสงเคราะห์ให้เธอลองได้เป็นเหยื่อจริง ๆ ดูบ้าง ในเมื่อเธอกล้าทำลายหัวใจของมินต์ ผมก็จะทำลายทุกสิ่งที่เธอมี ให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีดู...ผมจะทำให้แม่นี่รู้ซึ้งว่า การมีชีวิตอยู่แต่เหมือนตกนรกทั้งเป็น... มันทรมานกว่าความตายยังไง!”
ร่างสูงใหญ่ของทายาทบดินทร์เทวาหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากโถงทางเดินอย่างสง่างามและอันตราย แหลังกว้างแผ่รังสีของพญามัจจุราชที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่ง เจนิสราอาจต้องการจบเกมความแค้นที่มีต่อบดินทร์เทวาด้วยความตายของมินตรา แต่สำหรับภาคิน บดินทร์เทวานี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงทัณฑ์ที่แท้จริง ซึ่งเขาจะเป็นคนพิพากษาและลงแส้ใส่ผู้หญิงอวดดีคนนั้นด้วยมือของเขาเอง!
บทล่าสุด
#119 บทที่ 119 Ep.119 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#118 บทที่ 118 Ep.118 เมียหมอเก่งมาก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#117 บทที่ 117 Ep.117 หนุ่มร้อนรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#116 บทที่ 116 Ep.116 หลงเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#115 บทที่ 115 Ep.115 รักตลอดไป
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#114 บทที่ 114 Ep.114 น้ำผึ้งหวาน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#113 บทที่ 113 Ep.113 สมรสสมรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#112 บทที่ 112 Ep.112 สู่ขอ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#111 บทที่ 111 Ep.111 หมอดุ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#110 บทที่ 110 Ep.110 กันท่า
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!













