บทนำ
บท 1
กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจบนหน้าจอเครื่องมอนิเตอร์แสดงผลตัวเลขชีพจร ค่าความดันและออกซิเจนในเลือดของมินตราที่ดังถี่ขึ้นในขณะที่คนไข้สาวยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด มือข้างหนึ่งของเธอกุมอกซ้ายแน่น มืออีกข้างกำกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความด้วยลายมือไว้จนยับย่น ที่ปลายเท้ามีแฟ้มสีน้ำตาลหล่นอยู่บนพื้น เอกสารในนั้นกระจายออกมาเกลื่อน เป็นสำเนาเวชระเบียนเมื่อสิบสองปีก่อน รายชื่อผู้รอปลูกถ่ายหัวใจกับภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญา
‘หัวใจดวงนั้นควรเป็นของเจน ไม่ใช่มินตรา’
ข้อความที่มินตราอ่านซ้ำ ๆ อย่างปวดร้าว ความเจ็บปวดจู่โจมเสียดลึกจนตัวของเธอชาไปหมด ขณะที่อรัณย์ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นนิ่งราวแท่งหินสลักเหมือนเดิม แต่มินตราเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ความนิ่งของเขาไม่ใช่ความสุขุมในแบบของคนที่กุมความเป็นความตายของคนไข้ แต่มันคือความเย็นชาของคนที่วางแผนทำร้ายเธอมาอย่างเนิ่นนาน
“มินตรา” เขาเรียกเสียงต่ำ “ใจเย็นก่อนนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ให้โอกาสผมอธิบายทำความเข้าใจกันก่อนเถอะนะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย ความเศร้าและเจ็บปวดกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำที่ขังคลออยู่ในดวงตาแดงช้ำของมินตรา เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างตั้งใจจะค้นหาความจริงใจที่อาจจะไม่เคยมีอยู่เลยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อธิบาย?...หรือจะหาคำพูดอะไรมาหลอกลวงให้ฉันเชื่ออีก ในเมื่อความจริงมันอยู่ในเอกสารพวกนี้หมดแล้ว” เธอมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย “คุณคิดว่าฉันขโมยชีวิตที่ควรเป็นของคุณเจติญา ผู้หญิงที่คุณรักมา…เพราะหัวใจดวงนี้อย่างนั้นสินะ”
อรัณย์นิ่งไปและความเงียบของเขากรีดลึกเข้าไปทำร้ายจิตวิญญาณของเธอมากกว่าคำตอบเสียอีก มินตราหัวเราะหยันตัวเองเสียงสั่นเครือ ปล่อยน้ำตาไหลเป็นทางผ่านแก้มนวลอย่างไม่ใยดี
“คุณคิดว่ามันไม่ควรเป็นของฉันตั้งแต่แรก”
เครื่องมอนิเตอร์หัวใจส่งเสียงถี่ขึ้น อรัณย์เหลือบมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาทีพร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างตั้งใจจะเข้าไปคว้าร่างสะท้านเพราะแรงสะอื้นของหญิงสาว
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย หัวใจของคุณ...”
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว” เธอตวาดสั่งเสียงเครือพลางถอยหลังไปครึ่งก้าว
อรัณย์หยุดยืนมองหญิงสาวที่ก้าวถอยหลังพลางยกมือที่สั่นจนเขาเห็นชัดขึ้นกุมที่อกซ้าย
“ทุกอย่างที่คุณทำ…” เธอกลืนสะอื้นลงคอ “เพื่อให้หัวใจดวงนี้...รักคุณอย่างนั้นเหรอคะ คุณเสแสร้งเพื่อทำให้ฉันรักคุณมากพอที่จะเจ็บปวดเจียนตายในวันที่ฉันจะได้รู้ความจริงอย่างนั้นใช่ไหมคะ”
กรามของอรัณย์ขบแน่นมองสบสายตาที่เปิดเผยความปวดร้าวของคนตรงหน้าแต่ไร้คำพูด
“คุณตั้งใจเข้ามาเพื่อทำลายมัน” เธอยกมือชี้ไปที่จอมอนิเตอร์ ทั้งที่ปลายนิ้วสั่นระริก “ฟังสิ!” เสียงเต้นของหัวใจที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอดังไม่สม่ำเสมอ“คุณฟังเสียงมันให้ชัด ๆ” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มของเธอ “สะใจซะให้พอ กับสิ่งที่คุณอยากเห็น ความเจ็บปวดของฉันคนที่ไม่คู่ควรกับหัวใจดวงนี้”
อรัณย์ไม่ตอบแต่มือข้างหนึ่งของเขากำแน่นอยู่ข้างลำตัวในขณะที่มินตรามองเขาด้วยแววตาของคนหัวใจแตกสลาย
“ฉันนึกว่า…อย่างน้อยก็คงจะมีสักครั้งหนึ่ง ที่คุณจะหวังดีกับฉันจริง ๆ”เสียงของเธอเบาลง “แค่ในฐานะที่ฉันเป็นคนไข้คนหนึ่งของคุณก็ยังดี”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของอรัณย์ไหววูบ แต่เขากดมันไว้ทันที “มินตรา ผมขอร้องกลับไปนั่งที่เตียงก่อนเถอะนะแล้วเราจะค่อย ๆ มานั่งเคลียร์เรื่องนี้กัน”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า น้ำตาร่วงลงบนเอกสารในมือ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับคุณ แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณไว้อย่างนึงว่าคนอย่างฉันไม่เคยคิดจะแย่งของของใครแต่ฉันย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ในวันนั้นฉันไม่มีอำนาจตัดสินความเป็นความตายของตัวเองเสียด้วยซ้ำ และฉันไม่สามารถปฏิเสธหัวใจดวงนี้ในวันที่คนรักของคุณต้องการมันเพราะถ้าฉันมีสิทธิ์เลือก ฉันจะไม่ยอมให้หัวใจดวงนี้เข้ามาอยู่ในตัวฉันเลย”
ใบหน้าของอรัณย์ซีดลงเล็กน้อย “หยุดพูดแบบนั้น”
“คุณคงจะเกลียดฉันมากสินะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา “ต้องอดทนดูแลผู้หญิงที่คุณอยากให้ตายไปตั้งแต่สิบสองปีก่อน ต้องทนเห็นหน้าคนที่คิดว่าแย่งโอกาสรอดชีวิตไปจากคนที่คุณรักมันคงจะทรมานหัวใจของคุณมากเลยสินะ”
เสียงเตือนจากเครื่องมอนิเตอร์ดังแหลมขึ้น ร่างของมินตราเซไปด้านข้างและก่อนที่เธอจะทรุดลงเขาพุ่งตัวเข้ามารับร่างอ่อนแรงของเธอไว้ได้ทันท่วงที
“มิ้นต์! มินตรา!”เขาประคองเธอไว้ในอ้อมแขน มือแตะชีพจรที่ลำคออย่างรวดเร็ว ความนิ่งของศัลยแพทย์ยังอยู่ครบ แต่ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ
มินตราฝืนลืมตาขึ้นมองเขา “ไม่ต้องมาช่วยฉัน...ถ้าคุณอยากได้หัวใจดวงนี้คืน…” ลมหายใจของเธอขาดห้วง “ก็เอาคืนไปเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการเจ็บปวดเพราะมันอีกแล้ว”
จอมอนิเตอร์กระตุกผิดจังหวะ อรัณย์กดอินเตอร์คอมทันที เสียงของเขาเฉียบขาดจนแทบไร้อารมณ์
“ทีมฉุกเฉินเข้ามาเดี๋ยวนี้ เตรียมยา เตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจ แจ้งไอซียู” เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงดวงตาเย็นชาคู่นั้นที่แตกร้าวลงอย่างเงียบงัน
“คุณยังตายไม่ได้” เขาพูดเสียงต่ำ “ผมยังไม่อนุญาต” แต่มินตราไม่ได้ยินเขาแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออก ทีมแพทย์และพยาบาลกรูกันเข้ามา อรัณย์ส่งร่างเธอขึ้นเตียงด้วยมือที่กลับมานิ่งสนิทอีกครั้งเขาก้มลงทำหน้าที่หมอราวกับถ้าเขาหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างที่เขาซ่อนไว้จะพังลงต่อหน้าทุกคน
สิบสองเดือนก่อนหน้านั้น
ห้องครัวเป็นที่เดียวภายในบ้านที่มินตรารู้สึกว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรได้บ้าง เธอสามารถเลือกได้ว่าจะใส่น้ำผึ้งกี่ช้อน หรือจะใช้เวลาอบขนมปังให้นานอีกกี่นาที และเลือกได้ว่าจะวางจานไม้ไว้ตรงมุมไหนของโต๊ะที่ได้แสงแดดยามเช้าตกกระทบพอดีเพื่อการถ่ายภาพให้ออกมาสวย แต่นอกเหนือจากนั้น ชีวิตของเธอแทบไม่เคยเป็นของเธอเลย
กลิ่นขนมปังโฮลวีตที่เพิ่งออกจากเตาอบลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นธัญพืชคั่วและน้ำผึ้งอุ่น ๆ มินตราสวมผ้ากันเปื้อนสีครีม ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน มือทั้งสองประคองแม่พิมพ์อย่างระมัดระวัง
“อื้ม...มุมนี้แสงสวยจัง” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาจัดมุมถ่ายรูป
บนหน้าจอปรากฏชื่อเพจ “หัวใจตัวดีกับพี่มินตรา” พร้อมยอดผู้ติดตามหลักแสน คนส่วนใหญ่รู้จักเธอในฐานะหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใส ผู้ทำขนมสุขภาพ แจกสูตรอาหาร และคอยให้กำลังใจผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยถ้อยคำอบอุ่น ไม่มีใครในเพจรู้ว่าเบื้องหลังรูปขนมปังสวย ๆ นั้น เจ้าของเพจแทบไม่ได้ออกไปไหนโดยไม่มีคนตาม ไม่มีใครรู้ว่าเธอมีตารางกินยาที่ละเอียดกว่าตารางงาน และไม่มีใครรู้ว่าเธอเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนอายุสิบสาม
“คุณมิ้นต์คะ อย่าก้มใกล้เตาอบนานนะคะ เดี๋ยวหน้ามืด” เสียงของนงลักษณ์ พี่เลี้ยงคนสนิทดังมาจากด้านหลัง
มินตรากลั้นยิ้ม “ค่ะ แต่มิ้นต์ปิดเตาอบแล้วค่ะ”
“ปิดแล้วก็ร้อนอยู่ดีค่ะ คุณมิ้นต์เพิ่งวูบไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะคะ”
คำว่า ‘วูบ’ ทำให้รอยยิ้มของมินตราจางลงเล็กน้อย แต่เธอรีบกลบด้วยการหยิบจานใบเล็กมาวางขนมปัง “วันนี้มิ้นจะเอาไปฝากน้องกราฟด้วยค่ะ เขาบอกว่าอยากกินขนมปังที่ไม่หวานมาก”
“วันนี้คุณมิ้นต์มีนัดพบคุณหมอนะคะ”
มินตราชะงัก ความสุขเล็ก ๆ ในห้องครัวเหมือนถูกใครบางคนพับเก็บลงกล่อง ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ เสียงบิดาก็ดังมาจากหน้าประตู
“มิ้นต์ สายแล้วลูก วันนี้มีนัดสำคัญกับอาจารย์หมอเกริกเกียรติ พ่อให้คนเตรียมรถไว้แล้ว”
มินตราหันไปมองชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบร้อย ใบหน้าของบิดาอ่อนโยนเสมอเวลามองเธอ แต่อ่อนโยนนั้นมักมาพร้อมคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้ “ค่ะพ่อ มิ้นต์ขออีกสิบห้านาทีนะคะ”
“สิบนาทีก็พอแล้วลูก เดี๋ยวรถติด”
เธอยิ้มรับ ทั้งที่ในอกเริ่มหนักขึ้น “ค่ะ”
เมื่อบิดาเดินออกไป มินตราถอดผ้ากันเปื้อนช้า ๆ แขวนมันไว้ข้างตู้เหมือนวางส่วนหนึ่งของตัวเองทิ้งไว้ในห้องครัว
นงลักษณ์เดินเข้ามาพร้อมตลับยาใบเล็ก “กินยาก่อนออกจากบ้านนะคะ”
มินตรารับมา เปิดฝาออก ยาหลากสีเรียงอยู่ในช่องเล็ก ๆ ตามเวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ยากดภูมิ คำเรียกสั้น ๆ ที่ฟังเหมือนเรื่องทางการแพทย์ธรรมดา แต่สำหรับเธอมันคือโซ่เส้นบางที่ผูกเธอไว้กับหัวใจดวงนี้มาตลอดสิบสองปี หัวใจที่ไม่ใช่ของเธอ ร่างกายของเธอไม่เคยยอมรับมันอย่างแท้จริง มันเพียงถูกบังคับให้สงบ ถูกกดให้เชื่อฟัง ด้วยยาที่ต้องกินตรงเวลาอย่างเคร่งครัด มินตรากลืนยาพร้อมน้ำหนึ่งอึก รสขมติดอยู่ปลายลิ้นนานกว่าปกติ
“ช่วงนี้คุณมิ้นต์ยังเจ็บจี๊ดที่หน้าอกอยู่ไหมคะ” นงลักษณ์ถามเบา ๆ
มินตราปิดตลับยา “นิดหน่อยค่ะ”
“นิดหน่อยของคุณมิ้นต์ทำให้พี่นอนไม่หลับทั้งคืนเลยนะคะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ “พี่นงขี้กังวลเหมือนพ่อเลย”
“ก็พี่ดูแลคุณมิ้นต์มาเป็นสิบปีแล้ว รู้ว่าคุณมิ้นต์น่ะดื้อแค่ไหนแล้วจะไม่ให้พี่ห่วงได้ยังไงล่ะคะ” นงลักษณ์ปรายตามองค้อนคนข้าง ๆ
มินตรายิ้ม แต่ไม่แก้ตัวเพราะเธอรู้ดีว่าความห่วงใยในบ้านหลังนี้มีน้ำหนักมากแค่ไหน มันอุ่นแต่ก็หนักจนบางครั้งเธอแทบหายใจไม่ออก ไม่นานหลังจากนั้น รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ มินตรานั่งอยู่เบาะหลัง ข้างกายมีนงลักษณ์ ส่วนด้านหน้ามีคนขับรถที่พ่อเลือกเอง เธอเปิดโทรศัพท์ดูคลิปขนมปังที่ถ่ายไว้เมื่อเช้า พยายามตัดต่อคำบรรยายให้สดใสเหมือนทุกครั้ง
‘วันนี้พี่มิ้นต์มีเมนูขนมปังโฮลวีตน้ำผึ้งสำหรับคนอยากดูแลหัวใจค่ะ’ นิ้วของเธอหยุดอยู่บนหน้าจอ
ดูแลหัวใจ เธอวางโทรศัพท์ลงโดยไม่กดโพสต์ มือข้างหนึ่งเผลอแตะหน้าอกซ้าย ในความเงียบของรถ เธอได้ยินเสียงจังหวะบางอย่างอยู่ข้างใน
ตึก ตึก ตึก
มันเป็นจังหวะเต้นของหัวใจที่เธอคุ้นเคยที่สุด บางวันมันเต้นสม่ำเสมอราวกับเป็นของเธอมาแต่เกิด บางวันกลับสะดุดแผ่วเบาเหมือนกำลังเตือนว่าหัวใจดวงนี้อ่อนแอเกินกว่าจะอยู่กับเธอได้ตลอดไป
“คุณมิ้นต์คะ”
“คะ?”
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ ทำไมสีหน้าดูเครียด ๆ”
มินตราลดมือลงจากหน้าอกทันที “มิ้นต์แค่คิดอะไรเพลิน ๆ ไม่ได้มีเรื่องไม่สบายใจอะไรเลยค่ะพี่นง”
นงลักษณ์มองเธออย่างไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ซักต่อ กระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่เขตโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ อาคารกระจกสูงสะท้อนแสงแดดจนดูสะอาดเกินจริง มินตรามองมันผ่านกระจกหน้าต่าง สถานที่แห่งนี้เคยคืนชีวิตให้เธอและตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของเธอก็ไม่เคยเป็นของเธอเต็มร้อยอีกเลย
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเจือจางในอากาศก็แตะปลายจมูก มินตรายกมือขึ้นจัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้ม สูดลมหายใจลึก แล้วเดินเข้าไปในอาคารด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่ฝึกมาตลอดสิบสองปีแผนกโรคหัวใจอยู่ชั้นเดิม ทางเดินเดิม สีผนังเดิม เก้าอี้พักคอยสีเดิม ทุกอย่างคุ้นเคยจนน่าอึดอัด เจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เปิดยิ้มให้เธอ
บทล่าสุด
#51 บทที่ 51 Ep.51เมื่อไหร่จะรัก
อัปเดตล่าสุด: 6/8/2026#50 บทที่ 50 Ep.50 ตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#49 บทที่ 49 Ep.49 เพราะรักและห่วงใย
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#48 บทที่ 48 Ep.48 สาวปริศนา
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#47 บทที่ 47 Ep.47 จุดใต้ตำตอ
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#46 บทที่ 46 Ep.46 รอยจำในดวงใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#45 บทที่ 45 Ep.45 ตกหลุมรัก
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#44 บทที่ 44 Ep.44เงาอดีต
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#43 บทที่ 43 Ep.43 น้ำตาลใกล้มด
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026#42 บทที่ 42 Ep.42 เกินต้านทาน
อัปเดตล่าสุด: 6/5/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













