บทนำ
ไครู้สึกถูกตาต้องใจเฟรชชี่หนุ่มสุดฮอตคนนั้นในทันที คนที่เขาเคยบังเอิญไปเห็นว่ามีวันไนต์สแตนด์ที่บาร์และไม่สามารถสลัดภาพออกจากหัวได้เลยนับแต่นั้นมา ไนต์เปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์ แต่ไคกลับชอบผู้หญิงมาทั้งชีวิต...หรืออย่างน้อยเขาก็เคยคิดเช่นนั้นมาตลอด เขาจะยอมทิ้งทิฐิของตนเองและยอมรับในสิ่งที่ไนต์เป็นได้หรือไม่? หรือไนต์จะต้องกลายเป็นเพียงความลับสุดเร่าร้อนของเขาตลอดไป ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มและหลังประตูห้องที่ปิดสนิท?
ทว่าไนต์เองก็มีความลับที่ซุกซ่อนไว้ ซึ่งพร้อมจะทำลายรากฐานความสัมพันธ์อันเปราะบางของพวกเขาสองคนให้พังทลายลงได้ทุกเมื่อ และหากไคยังคงลังเลต่อไป...เขาอาจต้องสูญเสียคนเพียงคนเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล
บท 1
ถ้าเพื่อนสนิทของกูเดินมาบอกว่ามันเป็นเกย์...กูก็คงโอเคกับเรื่องนั้นนะ เผลอๆ อาจจะสนับสนุนมันด้วยซ้ำ...ถึงแม้ว่าการเห็นเพื่อนตัวเองอยู่กับ 'แฟนหนุ่ม' ของมันในที่สาธารณะอาจจะยังทำให้กูรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง และมันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของกูกับมันตึงๆ ไปเลยก็ได้ ไม่ว่ากูจะพยายามทำตัวหัวก้าวหน้าแค่ไหนหรือโลกมันจะเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ก็ตาม
กูเชื่อมั่นในความเชื่อของตัวเองมาตลอด กูเชื่อมาตลอดว่ากูถูกสร้างมาให้เป็นอย่างที่กูเป็น และกูก็รู้ดีว่าตัวเองชอบใคร
เชื่อกูดิ กูก็ไม่ได้มีอะไรกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน คนรักสองเพศ คนข้ามเพศ และอื่นๆ เลยนะ ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้มายุ่งอะไรกับกู กูเคยเห็นผู้ชายจูบกับผู้ชาย เคยเห็นผู้หญิงนัวเนียกันในคลับ มันเป็นภาพที่น่าดูชมเลยล่ะ โดยเฉพาะตอนที่เห็นผู้หญิงโคตรฮอตสองคนจูบกันในคลับ มันแอบทำให้กูอยากเข้าไปร่วมวงด้วยซ้ำ
แต่การมานั่งดูผู้ชายสองคนจูบกันแบบที่พวกเขากำลังทำอยู่ตอนนี้น่ะเหรอ? ดูพวกเขาลูบไล้สำรวจกันน่ะเหรอ? มันไม่เคยใช่ทางของกูเลยว่ะ อาจจะเพราะมันทำให้กูรู้สึกอึดอัดแปลกๆ มั้ง?
มันก็จะมีพวกที่เกลียดชังและต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และก็จะมีคนอย่างกู ที่โตมากับการได้ยินว่า 'ผู้ชายห้ามร้องไห้' และ 'ลูกผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ' และรับรู้มาตลอดว่านั่นคือส่วนหนึ่งของ 'ความปกติ' ในสังคมตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลก
แต่พวกเขา...ทำไมกัน...?
ทำไมกูถึงละสายตาไปจากเขาไม่ได้?
“เฮ้ย ไค!” โคล เพื่อนซี้ของกูตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ผลักไหล่กูทีหนึ่งหลังจากที่มันล้างมือในอ่างเสร็จ “เลิกจ้องได้แล้ว มันน่าขนลุกว่ะ”
“ห๊ะ?” กว่ากูจะรู้ตัวก็ปาไปพักใหญ่ ว่ากูกำลังจ้องพวกเขาอยู่จริงๆ...จ้องเขาคนนั้น
ประตูห้องน้ำเปิดแง้มอยู่นิดเดียว อาจจะเพราะพวกเขารีบร้อนเข้าไปข้างในจนลืมปิดให้สนิท โดยลืมไปว่าช่องแคบๆ นั่นทำให้ทุกคนข้างนอกสามารถแอบดูสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในได้ แม้จะได้ยินแค่เสียงครางต่ำๆ ก็ตาม
“กูไม่ได้จ้อง” กูโกหกหน้าตาย “พวกนั้นควรจะรู้ตัวหน่อยว่าอยู่ที่ไหน ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมา-”
“อ่าห์!”
เสียงทุ้มแหบพร่านั่นทำให้กูชะงักทั้งที่ยังวางมืออยู่ใต้น้ำที่ไหลอยู่ ทำไมมันถึงทำให้กูอยากเห็นหน้าเขากันนะ? ทำไมจู่ๆ กูถึงได้อยากรู้นักว่าเสียงนั้นเป็นของใคร?
“ไปจากที่นี่กันเถอะ” โคลผละออกจากอ่างล้างหน้า หลังจากเช็ดมือกับกระดาษทิชชูเป็นปึก เขาก็โยนมันลงถังขยะแล้วแทบจะวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำชายไป
เสียงลำโพงที่ดังกระหึ่มในคลับเล็ดลอดเข้ามาในห้องน้ำชั่วขณะตอนที่ประตูเปิดปิด กลบเสียงครางที่ดังมาจากในห้องน้ำ แต่ไม่นานห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง และเสียงนั้นก็กลับมาดังเต็มกำลัง ดึงความสนใจของกูไปที่พวกเขาอีกครั้ง
เอาจริงๆ...กูก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าเหตุผลที่หัวใจเต้นรัวอยู่ในอกมันเป็นเพราะจังหวะกลองที่สั่นสะเทือนผ่านพื้น หรือเป็นเพราะกูเห็นอะไรมากกว่าแค่เงาๆ ลางๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องน้ำกันแน่
“เชี่ย!” กูสบถเมื่อรู้ตัวว่าทำแขนเสื้อเปียกเพราะน้ำที่ไหลอยู่
กูปิดก๊อกน้ำ ถอยออกมาแล้วดึงทิชชูสองสามแผ่นจากที่กดเพื่อเช็ดมือ แต่สายตาก็กลับไปจับจ้องที่ช่องเล็กๆ บนประตูห้องน้ำอีกครั้ง ที่ซึ่งชายสองคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม
แต่มาถึงตอนนี้...พวกเขาทำอะไรมากกว่าแค่จูบกันแล้ว
สิ่งแรกที่กูสังเกตเห็นคือดวงตาสีเฮเซลข้างหนึ่งกับกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มยุ่เหยิง เขาพิงอยู่กับผนังฝั่งตรงข้าม และมีอยู่แวบหนึ่งที่กูคิดว่าสายตาของเราสบกันในชั่วขณะที่หัวใจแทบหยุดเต้น ก่อนที่กูจะสะบัดตัวเองออกจากภวังค์แล้วพยายามหันไปสนใจอย่างอื่นแทนดวงตาคู่นั้น
แต่มันกลับเป็นไปไม่ได้อย่างน่าประหลาด กูยังคงมองกลับไป แม้จะเห็นเขาหลับตาลงแล้วแหงนหน้าขึ้นตอนที่ชายผมบลอนด์ตรงหน้าเริ่มจูบซอกคอของเขา และเขาก็ยกมือขึ้นไปขยุ้มเส้นผมของชายคนนั้น
มือของเขาก็เป็นอีกอย่างที่กูละสายตาไปไม่ได้ มันไม่ได้เรียบเนียนหรือดูเหมือนผู้หญิงอย่างที่กูคาดไว้ แต่กลับแข็งแรงและเห็นเส้นเลือดปูดโปน ดูเหมือนเขาจะออกกำลังกายหนักน่าดู
แต่คราวนี้กูก็หลุดจากความคิดด้วยเสียงหัวเข็มขัดที่ถูกปลดออกและเสียงโซ่ที่ถูกรูดลง และกูก็รู้ว่าถึงเวลาที่กูต้องไสหัวออกไปจากที่นี่แล้ว เพราะกูไม่ได้เมาพอที่จะใช้เป็นข้ออ้างได้ถ้าโดนจับได้ว่าแอบดู
ทว่า กูกลับหยุดชะงักก่อนจะเดินผ่านห้องน้ำห้องนั้นไป จากมุมนี้กูมองไม่เห็นแล้วว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น แต่กูยังเห็นมือของเขาวางราบอยู่บนผนังห้องน้ำ เขาสวมแหวนเงินดีไซน์ซับซ้อนไว้ที่นิ้วชี้...และถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่กงการอะไรของกูที่ต้องไปอยากรู้ กูก็ยังละสายตาไปจากมือของเขาไม่ได้...จากแหวนวงนั้น...จนกระทั่งกูเอื้อมมือไปปิดประตูห้องน้ำให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ กันไม่ให้คนอื่นได้มาเพลิดเพลินกับการแสดงที่พวกเขากำลังสร้างสรรค์กันอยู่
ผมหยิบมือถือออกจากกระเป๋าเพื่อเช็กดูว่ามีสายที่ไม่ได้รับหรือข้อความเข้าบ้างไหม เพราะผมรู้ว่าโคลกำลังรออยู่ข้างนอกและเขาต้องถามแน่ว่าทำไมผมถึงมาช้า แต่สายเรียกเข้ากับข้อความทั้งหมดที่ผมได้รับล้วนมาจากรูบี้ แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปหมาดๆ ซึ่งยังพยายามจะขอกลับมาคืนดีกับผมทั้งๆ ที่เธอเป็นฝ่ายนอกใจก่อน
ยังไงมันก็ไม่สำคัญอยู่แล้ว เพราะผมกับรูบี้ไม่เคยคบกันจริงจังและไม่เคยคิดจะจริงจังด้วย เหตุผลเดียวที่เธอโทรมาก็คงเพราะ ‘เหงา’ และอยากให้ผมไปอยู่เป็น ‘เพื่อน’ ให้หายเหงา
นี่เป็นอีกเหตุผลที่ผมพยายามคุมตัวเองไม่ให้ดื่มเยอะ ผมไม่อยากลงเอยด้วยการเผลอโทรไปหารูบี้ตอนเมา แล้วต้องมานั่งเสียใจในตอนเช้าตอนที่เธอพยายามจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อขอกลับมาคืนดีอีกครั้ง
“ช้าจังวะ” น้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นจริงจังของโคลทำให้ผมต้องละสายตาจากหน้าจอขึ้นไปมองเขา “ใครโทรมาวะ”
‘รอดตัวไป’ ผมคิดในใจขณะที่หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมกับใบหน้าของรูบี้ที่เป็นไอดีผู้โทรเข้า
“ไม่มีอะไร” ผมกดปิดหน้าจอแล้วเก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋า แต่ไม่ทันที่โคลจะก้มลงมาเพื่อแอบดูหน้าจอของผม “เลิกเสือกซะที”
“นั่นใช่ผู้หญิงที่มึงคบมาได้สองอาทิตย์กว่าปะ” โคลผิวปากแข่งกับเสียงลำโพงที่ดังกระหึ่มขณะที่เราเดินกลับไปทักทายเพื่อนๆ ที่คลับ “มึงเลิกกับหล่อนไปแล้วไม่ใช่เหรอ อาทิตย์ที่แล้วไง”
“เออ” ผมตอบแค่นั้นขณะที่เรากลับไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่มหา'ลัย
เราสี่คนออกมาฉลองที่สอบไฟนอลของปีสองเสร็จสิ้น และอาจจะเพื่อหิ้วใครสักคนจากคลับกลับบ้านไปด้วย ดูจากทรงแล้ว โจชัวกำลังจะได้แอ้มใครสักคนในไม่ช้า ขณะที่โคล เดวอน และผมนั่งจมอยู่กับเครื่องดื่มและมองเขาจีบสาวอย่างไม่อายฟ้าอายดินอยู่ตรงหน้า
พอผู้หญิงคนนั้นใจอ่อนและเรียกเขาไปหาในที่สุด พวกเราก็รู้เลยว่าคืนนี้สองคนนั้นได้สนุกกันแน่
“เชี่ย!” ผมลุกพรวดจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นเวลา “เคอร์ฟิวหอปิดเที่ยงคืน เรามีเวลาสิบห้านาทีกลับไปให้ทัน”
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” โคลสบถแล้วกระดกเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายรวดเดียว “พวกมึง กูต้องไปแล้ว เจอกันพรุ่งนี้ที่มอ”
“ขับรถดีๆ” เดวอนโบกมือลาพวกเรา “เจอกัน”
“เดี๋ยวนะ...แล้วมึงจะกลับยังไงวะ” ผมถามก่อนที่เราจะออกไป
“ไม่ต้องห่วง” เขาโบกมือปัดๆ แล้วหยิบมือถือออกจากกระเป๋าเพื่อโทรหาใครบางคน “เดี๋ยวกูหาคนไปส่ง”
กว่าผมกับโคลจะมาถึงลานจอดรถ ผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเราขับรถของเขามา และคืนนี้เราทั้งคู่ก็ดื่มไปไม่น้อยเลย
“เชี่ย...เรียกอูเบอร์ไหม” ผมเสนอ
“ไม่ทันแล้ว” เขาหยิบกุญแจรถออกจากกระเป๋าแล้วโยนมาให้ผม “มึงขับ มึงดื่มเบียร์ไปแค่ขวดเดียว”
“เออ” มันไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยนัก แต่เราสองคนก็ไม่อยากโดนปรับหรือโดนรายงานโทษฐานกลับหอพักสาย ผมจึงเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยและสตาร์ตรถขับตรงไปยังหอพักทันทีที่เราทั้งคู่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย
“ทันเว้ย!” ผมบอกโคลในอีกสิบนาทีต่อมา พลางหอบหายใจจนแทบจะเป็นลมเพราะความตื่นตระหนกเมื่อเรามาถึงลานจอดรถของหอพัก และผมเห็นยามแก่ๆ กำลังจะปิดประตูเหล็กบานใหญ่ตามหลังเราเข้ามา
แต่สิ่งที่ทำให้ผมผิดหวังอย่างแรงก็คือ...โคลสลบเหมือดอยู่บนเบาะข้างๆ ผม เขานอนกรนเสียงดังสนั่นในท่าคอพับคออ่อนดูน่าอึดอัด แถมปากก็อ้าหวอ ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าเขาน้ำลายไหลยืดอีกต่างหาก
“โธ่เว้ย!” ผมครวญคราง ไม่อยากเป็นคนแบกเขากลับไปที่ห้องพักเลย แต่ก็รู้ว่าไม่มีทางเลี่ยง ถ้าผมทิ้งเขาไว้กับยาม ตาแก่คนนั้นต้องรายงานผู้อำนวยการหอพักตอนเช้าแน่ๆ ทั้งเรื่องดื่มแล้วกลับหอสาย และอะไรต่อมิอะไรอีก
ตาแก่เวรนั่นเกลียดขี้หน้าพวกเราจะตาย แต่ก็ยังได้งานเฝ้าหอชายเนี่ยนะ! เขาเกิดมาก็แก่เลยหรือไง หรือว่าตอนเด็กๆ ไม่เคยมีช่วงเวลาสนุกๆ กับเขาบ้างวะ
“เฮ้!” ผมเขย่าตัวเขาอย่างแรง “ตื่น! กูไม่แบกมึงนะเว้ย! ตื่น!”
โคลครางอืออาและพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว ผมถอนหายใจแล้วปลดเข็มขัดให้เขา ก่อนจะลงจากรถแล้วอ้อมไปฝั่งคนนั่งเพื่อช่วยพยุงเขาออกมา
“แม่งเอ๊ย ตัวหนักชิบหาย!” ผมพยายามทรงตัวให้ตรงขณะที่โคลทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ผม “อย่ามาหลับใส่กูนะเว้ย ไอ้บ้าเอ๊ย!”
“อืมมมมม....” โคลพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่เป็นภาษาอยู่ใต้ลมหายใจ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงกรนของเขาอีกครั้ง
“ไอ้เวรเอ๊ย!” ผมสบถ ล็อกรถของเขาแล้วเก็บกุญแจใส่กระเป๋าตัวเองไว้อย่างดี
ผมพาดแขนของโคลไว้บนบ่าแล้วเดินไปยังล็อบบี้ของหอพัก ลากร่างที่หลับใหลของเขาไปด้วยความยากลำบาก แต่ขณะที่ผมกำลังจะกดปุ่มเรียกลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปยังชั้นของเขา...มืออีกข้างก็ชิงตัดหน้าไป กดปุ่มลิฟต์ก่อนผม
“เอ่อ...ขอบคุณครั-” แล้วผมก็สังเกตเห็นแหวนเงินสลักลายบนนิ้วชี้ข้างขวาของเขา...และสายตาของผมก็พลันช้อนขึ้นสบกับดวงตาสีเฮเซลที่กำลังจ้องมองกลับมาจากใบหน้าที่ผมไม่อาจละสายตาไปได้อีก
บทล่าสุด
#115 บทที่ 115: ภาพรวมไปในอนาคต
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#114 บทที่ 114: เสมอ
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#113 บทที่ 113: การแต่งงานหลังการหมั้น
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#112 บทที่ 112: นี่คือบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#111 บทที่ 111: เพียงฉันและเขา
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#110 บทที่ 110: ครั้งหนึ่งเป็นบ้าน ตอนนี้เป็นบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#109 บทที่ 109: มุมมองใหม่
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#108 บทที่ 108: หลงทางจากเส้นทาง
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#107 บทที่ 107: เหมือนคุณ
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025#106 บทที่ 106: เกิดมาเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
อัปเดตล่าสุด: 9/5/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
สัญญารักประธานร้าย
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!













