บทนำ
ยิ่งเกลียด ยิ่งเจอ จนกระทั่ง...
ดวงชะตานำพาให้มาพบกับผู้ชายเพลย์บอยปากพล่อยนามว่า... เตโช โชติวีรศักดิ์
กับ เจ้าพ่อสื่อโฆษณาสุดหล่อต้องมาตกหลุมเสน่ห์นางแบบสาวผู้มีเป้าหมายแน่วแน่ว่า "อยากอยู่สวยๆ โสดๆ ไปตลอดชีวิต"
แล้วเขาจะต้องทำยังไงล่ะทีนี้?
ถ้าไม่แน่จริงเขาคงไม่ได้ชื่อว่าเป็น...เจ้าพ่อสื่อโฆษณา จริงไหม
บท 1
ภายในห้องพักของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ร่างสูงกำยำเดินออกมาจากห้องน้ำ ท่อนบนเปลือยเปล่า โชว์แผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยไร้ไขมันส่วนเกิน ต่ำลงไปตรงเอวสอบเป็นรูปวีไลน์ชัดเจนอย่างคนที่ออกกำลังกายจนได้รูปร่างที่เรียกว่าเต็มไปด้วยเซ็กส์แอพพีล ใบหน้าขาวประกอบด้วยหน้าผากกว้าง ดวงตาเรียวสองชั้นดำสนิทและมีความคมกริบพราวระยับยามเจ้าของต้องใจสิ่งที่อยู่ในคลองจักษุ แววตาฉายชัดถึงความฉลาดเฉลียวแกมเจ้าเล่ห์ เวลาที่ยกมุมปากหยักจนเกิดรอยยิ้มเก๋ก็มักพาให้เหล่าบรรดาสาวๆ รู้สึกใจละลายไปตามๆ กัน
"เตขา... มาต่อกันดีกว่าค่ะ... ซียังไม่หายคิดถึงคุณเลย... ซีเพิ่งมาถึงเมืองไทย คุณต้อนรับซีแค่นี้เองเหรอคะดาร์ลิง"
เสียงหวานพลิ้วร้องเรียกจากหญิงสาวรูปร่างอวบอั๋น เจ้าหล่อนทอดกายในท่านอนเอียงใช้มือรองศีรษะมองร่างสูงด้วยดวงตาพราวเสน่ห์ เนื้อตัวมีเพียงผ้าห่มบางปกปิดทรวงอกเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เต็มที เห็นโนมเนื้อโผล่มาครึ่งอก อีกนิดก็จะเห็นยอดถันแล้ว ซึ่งเจ้าตัวคงรู้ดีว่ามันเป็นท่าแสนเซ็กซี่และเย้ายวนตา ยั่วกิเลสไฟราคะของผู้ชายที่ได้เห็นแค่ไหน ชายหนุ่มเดินไปยังตู้เสื้อผ้าและหยิบคว้ามาสวมอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีควันบุหรี่กับกางเกงยีนส์สีดำ เป็นชุดลำลองแต่กลับทำให้เขาดูทรงอำนาจและเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนมอง ท่วงท่าของเขาเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มที่ศิริษามองอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ หล่อนดีใจที่ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยหลังจากอยู่ที่อเมริกาเป็นเวลาสิบกว่าปี
เตโช โชติวีรศักดิ์ ชายหนุ่มวัย 31 ปี ที่ศิริษาสนิทสนมคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเขาไปเรียนที่นิวยอร์ก ศิริษาพบเขาที่มหาวิทยาลัยเพราะเรียนปริญญาตรีที่เดียวกัน จนกระทั่งเขาอายุยี่สิบห้าปี จบปริญญาโทก็กลับมาช่วยรับช่วงธุรกิจของครอบครัว นั่นก็เป็นเวลาหกปีมาแล้ว เขากับหล่อนยังคงติดต่อกันเรื่อยมา ยามเมื่อศิริษามาเที่ยวเมืองไทยก็นัดเจอกันกับเขาทุกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ของหล่อนเป็นการกลับมาอย่างถาวร... หล่อนต้องการเขา... ผู้ชายคนเดียวที่ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสีสันเสียจริง
"คุณเพิ่งมาถึง... พักก่อนสิ ผมมีธุระจริงๆ"
เตโชเอ่ยกับหญิงสาว เขาหวีผมลวกๆ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์และกุญแจรถ นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงนิดๆ เขารู้สึกเพลียไม่น้อย เพราะเมื่อคืนนี้หลังจากรับศิริษาจากแอร์พอร์ตก็พามาเข้าพักที่นี่ จากนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงว่าทำอะไรกันจนเกือบสว่าง หล่อนไม่มีญาติสักคนที่เมืองไทยเนื่องจากบิดามารดาอพยพไปอยู่อเมริกาเป็นสิบๆ ปี ศิริษาเกิดที่โน่น ได้สัญชาติอเมริกันและรู้สึกเสมอว่าอเมริกาคือบ้านของหล่อน เขากับหล่อนเป็นเสมือนวัวเคยขา ม้าเคยขี่กันมานาน ความสัมพันธ์แบบ Friends with benefits เป็นเพื่อนที่นอนด้วยกันได้ยามมีความต้องการตรงกัน ศิริษาเป็นสาวสมัยใหม่ที่เป็นอเมริกันจ๋า เรื่องแบบนี้สังคมตะวันตกไม่มีใครถือสากันอยู่แล้ว
"เก้าโมงครึ่งเองนะเตขา... คุณมีธุระไปไหนคะ แล้วทำไมไม่พาซีไปอยู่ที่บ้านคุณล่ะคะ"
เสียงหวานเอ่ย สีหน้ากระเง้ากระงอดอย่างมีจริตปรุงแต่ง
"ผมนัดกับเพื่อนเอาไว้ เรื่องสำคัญน่ะ..."
เขาตอบเพียงแค่คำถามแรก ส่วนที่เหลือไม่พูดถึง ศิริษารู้ว่าครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยมาก เรียกว่าเป็นครอบครัวมหาเศรษฐี มีบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เห็นว่ามีธุรกิจหลายอย่างในมือ ซึ่งหล่อนไม่เคยสนใจไถ่ถามเขามาก่อนในอดีต รู้ว่าเขารวยก็พอแล้ว แต่ต่อไปนี้เห็นทีจะต้องใส่ใจมากกว่าเก่า เพราะศิริษาไม่ได้หวังแค่เป็นเพื่อนนอนของเขาเท่านั้น แต่หวังมากกว่านั้น
เตโชมองร่างเซ็กซี่เย้ายวนบนเตียงอีกครั้ง เขาจุดยิ้มมุมปากนิดหนึ่ง... บ้านของเขาหลังที่อยู่กรุงเทพฯ น่ะหรือจะเปิดต้อนรับเจ้าหล่อน... บ้านหลังนั้นเป็นที่อยู่ของมารดาและพี่ชายคนโต... แม่ไม่นิยมให้พาผู้หญิงที่ควงชั่วคราวเข้าไปเพ่นพ่าน ยกเว้นแต่จะเป็นคนที่เขาจริงจังด้วยเท่านั้น เนื่องจากท่านเป็นคนขี้รำคาญและเบื่อระอากับพฤติกรรมเจ้าชู้ของสามี แม่จึงขอหย่าขาดและเลือกที่จะอยู่กรุงเทพฯ กับ ติณณ์ พี่ชายของเขา ในขณะที่พ่อของเขานั้นอยู่ที่เชียงใหม่กับผู้หญิงคนล่าสุด แต่เดิมพ่ออยู่ที่จังหวัดแพร่ แต่พอเตโชเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก พ่อก็ย้ายไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ทันที และโยนธุรกิจในเมืองแพร่ให้เขาดูแลรับผิดชอบอย่างเต็มตัว
ชายหนุ่มยิ้มกว้างอีกนิดหนึ่งเมื่อนึกจินตนาการถึงภาพที่แม่ได้เจอศิริษา... คงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของคุณนายศรัญญาแน่นอน รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์และเสียงหัวเราะหึเบาๆ ในลำคอคล้ายขบขันกับสิ่งที่คิดในหัว แต่กลับทำให้คนที่นอนทอดร่างอยู่บนเตียงเข้าใจไปว่ารอยยิ้มกริ่มดวงตาพราวนั้นเขาส่งมาให้หล่อนโดยเฉพาะ จึงยิ้มหวานตอบอย่างแพรวพราว... ศิริษายกมือขึ้นดึงผ้าที่คลุมอกอวบขนาดเท่าหัวเด็กทารกออก เชื่อว่าเขาจะไม่อาจทนต่อความยั่วยวนนี้ได้ แต่ก็ต้องซ่อนความผิดหวังไว้แทบไม่มิดเมื่อร่างสูงก้าวยาวไปยังประตูอย่างไม่แยแส เอื้อมมือไปจับลูกบิดและหันมามองอีกครั้ง
"อืม... คุณคงไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวนะซี จำได้ใช่ไหมว่าเมืองไทยน่ะ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียวเท่านั้น... ผมไปล่ะนะ"
"เดี๋ยวสิคะเต... แล้วจะกลับกี่โมงคะ ซีเหงานะ คุณก็รู้ว่าที่นี่ซีไม่มีใครเลย นอกจากคุณคนเดียวเท่านั้น" เสียงออดอ้อนดังตามมา ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดอยู่วินาทีหนึ่
"ผมไม่แน่ใจนะ... เอาเป็นว่า ผมจะโทรบอกก็แล้วกัน และถ้าไม่ดึก คืนนี้จะพาไปเที่ยวผับเปิดใหม่"
กล่าวเสร็จ เตโชก็เดินออกไปจากห้อง ประตูปิดและล็อกอัตโนมัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของโรงแรม ศิริษาหน้าบึ้งตึงลงไปทันทีที่ยั่วและดึงรั้งเขาเอาไว้ไม่สำเร็จ แต่ไม่เป็นไร... ต่อไปนี้หล่อนมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำให้เขาตกหลุมเสน่ห์ให้ได้ เวลานี้มันมาถึงวัยที่หล่อนกับเขาควรจะจริงจังกับชีวิตกันเสียที
ร่างสูงเพรียวทะมัดทะแมงปราดเปรียวอย่างนักกีฬาสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์เข่าขาด รองเท้าผ้าใบคู่โปรดก้าวลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีอ่อนนุชอย่างเร่งรีบ ผมยาวมัดรวบง่ายๆ ใบหน้ามีแว่นกันแดดสีชาค้างอยู่บนสันจมูกโด่งคมนั้นก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือด้วยทีท่าร้อนใจ เวลาเก้าโมงครึ่งแล้ว หญิงสาวนัดกับทนายความเอาไว้ที่สำนักกฎหมายในซอยแถวนี้ในเวลาสิบโมง
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนสาวของเธอคือ มณีลักษณ์ กับสามีของหล่อนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองวันก่อน และขณะนี้ทั้งสองก็อยู่ในอาการสาหัส ทิ้งลูกสาววัยห้าขวบเอาไว้กับพี่เลี้ยง ได้มีทนายความโทรถึงบัวสวรรค์ว่ามณีลักษณ์ได้ใส่ชื่อของเธอเป็นญาติและคนที่ติดต่อได้ถ้าหากหล่อนกับสามีเป็นอะไรไป
มณีลักษณ์และสาโรจน์ผู้เป็นสามีนั้น ต่างก็เป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติด้วยกันทั้งคู่ เติบโตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่โชคดีมีผู้อุปการะส่งเสียให้ร่ำเรียนจนจบปริญญาตรี ทั้งสองทำงานบริษัท แต่งงานสร้างครอบครัวและมีลูกสาววัยน่ารักหนึ่งคน ซึ่งบัวสวรรค์ก็มาเยี่ยมทุกครั้งยามที่ได้เข้ามากรุงเทพฯ หญิงสาวรู้สึกเศร้าสลดใจมากกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ไม่นึกเลยว่าคนดีอย่างสามีภรรยาคู่นี้จะมาประสบเคราะห์กรรมในวัยเพียงแค่นี้
มณีลักษณ์เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของบัวสวรรค์สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อายุก็แค่ 25 ปีเท่านั้นในเวลานี้ ส่วนสาโรจน์นั้นอายุ 31 ปี เขาเรียนจบก่อนก็ทำงานก่อน คบหากับมณีลักษณ์จนกระทั่งหล่อนเรียนจบก็ดึงเข้าไปทำงานที่บริษัทเดียวกัน วันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นวันที่ทั้งสองเดินทางกลับจากธุระที่สระบุรี บัวสวรรค์ได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครองทั้งสองให้รอดพ้นขีดอันตรายและหายจากการเจ็บป่วยในไม่ช้า
เมื่อบัวสวรรค์ได้รับการติดต่อเมื่อวานนี้ก็รีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที มาถึงเมื่อเช้านี้เอง พักโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง สำนักงานกฎหมายดังกล่าวตั้งอยู่ในตึกสูงหลายชั้น เมื่อขึ้นลิฟต์ไปถึงชั้นตามที่อยู่ บัวสวรรค์ก็พบป้ายชื่อเหนือประตูกระจกสีชา หญิงสาวจึงผลักเข้าไปทันที
บทล่าสุด
#136 บทที่ 136 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#135 บทที่ 135 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#134 บทที่ 134 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#133 บทที่ 133 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#132 บทที่ 132 ติณณ์ & แพรพิรุณ 20 NC+ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#131 บทที่ 131 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#130 บทที่ 130 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#129 บทที่ 129 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#128 บทที่ 128 ติณณ์ & แพรพิรุณ 19
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#127 บทที่ 127 ติณณ์ & แพรพิรุณ 18
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’













