บทนำ
ฉันก้าวออกจากประตูคุกหลังจากสามปีที่มืดมิด—
สามปีที่ฉันยอมเข้าไปแทนพ่อ
สามปีที่ฉันถูกสามีของฉันเองหลอกให้เข้าไป
ฉันยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
มองเขาและผู้หญิงคนใหม่ของเขายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
ถูกผู้คนล้อมรอบด้วยคำชื่นชมและการเฉลิมฉลอง
จากนั้นฉันก็กลับไปยังสถานที่ที่เคยเรียกว่าบ้าน...
เพียงเพื่อค้นพบว่า
สถานที่นั้นไม่ใช่บ้านอีกต่อไป
แต่เป็นนรกที่เขาสร้างไว้รอฉัน
He had my son locked away, called him a bastard, and let his scheming lover mock my pain. Cast out onto the street, I had nothing left but fury.
Now, I will burn his world to the ground. But when a kind-hearted man I once helped offers me salvation and a love I never knew, I must choose: vengeance... or a new beginning? Sorry, The Billionaire, but this wife is officially remarrying. Can you handle the regret?
บท 1
สายลมหนาวพัดกรรโชกบาดผิวเนียนละเอียดของภาวิดาราวกับคมมีด
บนเรือนร่างผอมบางนั้น ยังคงสวมใส่เสื้อไหมพรมตัวเก่าตัวเดิมที่เธอใส่เมื่อสามปีก่อนตอนก้าวเท้าเข้าสู่เรือนจำ ปลายแขนเสื้อเปื่อยยุ่ยจนเป็นขุย สีที่เคยสดใสบัดนี้ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นเค้าเดิม
เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรตระการตาที่คุ้นเคย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อพยุงกายให้ยืนหยัดอยู่ได้
สามปีแล้ว...
สามปีเต็มที่เธอต้องสูญเสียอิสรภาพ แบกรับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ ต้องชดใช้กรรมแทนคนอื่น
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบกดลงบนกริ่งประตู เสียงดนตรีอึกทึกและเสียงหัวเราะที่ดังแว่วออกมาจากด้านใน ทำให้สติของเธอเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
วันนี้เป็นวันอะไรกัน?
เสียงจากเครื่องอินเตอร์คอมข้างประตูรั้วดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยน้ำเสียงลังเลของพ่อบ้าน "ใครครับ?"
"ฉันเอง... ภาวิดา" น้ำเสียงของเธอแห้งผาก เจือด้วยความแหบพร่าจากการที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจามาเนิ่นนาน
ปลายสายเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะมีเสียง "กริ๊ก" ดังขึ้น พร้อมกับประตูรั้วเหล็กบานมหึมาที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก
ยิ่งเดินเข้าใกล้คฤหาสน์ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟมากเท่าไหร่ เสียงหัวเราะแห่งความสุขก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ผ่านกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดาน เธอเห็นแสงระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องสว่างจนแสบตา
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางซินก้นครัวที่หลงเข้ามาในงานเต้นรำอันหรูหรา สภาพมอมแมมและไอความหนาวเหน็บที่ติดตัวมานั้น ช่างดูขัดแย้งกับความวิจิตรบรรจงของสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
เมื่อผลักประตูไม้สักบานหนักอึ้งเข้าไป ไออุ่นและความจอแจภายในโถงกว้างก็โอบล้อมกายเธอไว้ทันที พร้อมกับเสียงพูดคุยและเสียงดนตรีที่เงียบกริบลงอย่างฉับพลัน
สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เธอราวกับสปอร์ตไลท์
ตกตะลึง สงสัย เหยียดหยาม สมเพช... สายตาหลากหลายอารมณ์พุ่งเข้าใส่จนเธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ห้องโถงใหญ่ถูกเนรมิตให้งดงามราวกับปราสาทในเทพนิยาย ดอกไม้สด ลูกโป่ง ริบบิ้นหลากสี... และตรงกลางนั้น มีเค้กหลายชั้นขนาดมหึมาตั้งตระหง่านสะดุดตา
ข้างเค้กก้อนนั้น คือจารวีในชุดราตรีสีขาวฟูฟ่องดั่งเจ้าหญิงกำลังยืนเด่นเป็นสง่าดุจดาวล้อมเดือน
เธอกำลังควงแขนชายหนุ่มคนหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหวานหยดย้อยและเปี่ยมไปด้วยความสุข
นั่นคือสามีของเธอ... วรนน
เขาสวมชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีต รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงยามเท่านั้นที่ทอดสายตามองจารวีด้วยแววตาฉายความอ่อนโยนจาง ๆ ซึ่งคนภายนอกยากจะสังเกตเห็น
และในวินาทีนี้ เขาก็หันมามองเธอเช่นกัน
ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างของภาวิดา ความอ่อนโยนนั้นก็มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งและแววรังเกียจที่ซ่อนไม่มิด ราวกับเขาได้เห็นสิ่งปฏิกูลที่น่าขยะแขยง
หัวใจของภาวิดาบีบรัดรุนแรงภายใต้สายตานั้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอก
จารวีทำท่าเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นเธอ ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือ "ภาวิดา? เธอ... เธอกลับมาได้ยังไง? วันนี้มันไม่ใช่..."
พูดยังไม่ทันจบ เธอก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังวรนนด้วยท่าทีหวาดกลัว ราวกับภาวิดาเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
วรนนโอบไหล่จารวีไว้ทันทีเพื่อปกป้อง กิริยานั้นดูเป็นธรรมชาติและสนิทสนมยิ่งนัก
เขาตวัดสายตามองภาวิดา น้ำเสียงเย็นเยียบไร้อุณหภูมิ ราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งคนรับใช้ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา? ไสหัวออกไป"
แขกเหรื่อรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบ
"นั่นน่ะเหรอภาวิดา? ผู้หญิงที่คบชู้สู่ชายหักหลังคุณวรนน แล้วยังเกือบทำให้บริษัททัศนัยล้มละลายคนนั้นน่ะเหรอ?"
"เห็นว่าโดนตัดสินจำคุกห้าปีไม่ใช่เหรอ? ทำไมออกมาเร็วนักล่ะ?"
"ดูสภาพหล่อนสิ เป็นตัวซวยชัด ๆ ไม่ดูเวล่ำเวลาเลยว่าวันนี้วันมงคล ดันโผล่มาทำลายบรรยากาศ..."
ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ามาในโสตประสาทของภาวิดา
ความอัปยศและความอยุติธรรมถาโถมเข้าใส่เธอจนแทบจมดิ่ง
เมื่อสามปีก่อน ณ คฤหาสน์หลังนี้ เธอถูกวางยาในแก้วไวน์ ตื่นมาอีกทีด้วยสภาพเนื้อตัวเขียวช้ำ ดูน่าสมเพชเหมือนผ่านสมรภูมิสวาทมาอย่างหนัก และถูกวรนน "จับได้คาหนังคาเขา"
คนทั้งเมืองตราหน้าว่าเธอเป็นหญิงแพศยา มักมากในกาม ทนความเหงาไม่ไหว ส่วนเขาก็มองเธอด้วยความผิดหวังที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โครงการที่จารวีรับผิดชอบเกิดปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่
แต่หลักฐานทุกอย่างกลับชี้เป้ามาที่ภาวิดา ว่าเป็นคนยักยอกเงินไป
เธอพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครเชื่อแม้แต่คนเดียว จนถูกฟ้องร้องขึ้นศาล
ก่อนวันพิจารณาคดี เธอพยายามดิ้นรนหาทนายความเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
แต่วรนนกลับใช้ค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอมาเป็นข้อต่อรอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เธอทำให้ประวัติการทำงานของจารวีต้องด่างพร้อย ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำเรื่องบ้า ๆ อีก แค่เธอยอมรับสารภาพว่าตัวเองใช้ตำแหน่งหน้าที่ยักยอกเงินบริษัท พ่อของเธอก็จะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด"
เพื่อพ่อ... เธอยอมจำนน
มลทินเรื่องคบชู้ และคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เธอแบกรับไว้เพียงลำพัง
และวันนี้ วันที่เธอพ้นโทษ ลากสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมายังที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น "บ้าน" สิ่งที่เห็นกลับเป็นสามีของเธอ กำลังจัดงานวันเกิดสุดหรูหราอลังการให้กับผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุด
เขาคง... ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้เธอออกจากคุก
ภาวิดามองภาพวรนนที่ปกป้องจารวี มองสายตาเหยียดหยามของแขกเหรื่อ รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งตัว
เธอขยับริมฝีปาก ลำคอแห้งผากราวกับถูกกระดาษทรายขัด เปล่งเสียงอันแผ่วเบาออกมา "ที่นี่คือบ้านของฉัน"
เสียงนั้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางน้ำนิ่ง
วรนนขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันปล่อยตัวของเธอ
แต่แววตาเย็นชาของเขากลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังทวีความรุนแรงขึ้น "แล้วยังไง? เธอจะมาขอเศษเหล้ากิน หรือตั้งใจจะมาพังวันดี ๆ ของจารวีอีก?"
เขากระชับอ้อมกอดจารวีแน่นขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญและขับไล่ "ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ ออกไปเดี๋ยวนี้"
ภาวิดายืนนิ่ง มือเท้าเย็นเฉียบ
มองดูชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจ มองดูผู้หญิงในอ้อมกอดเขาที่ใส่ร้ายเธอจนต้องติดคุกแต่กลับยืนยิ้มร่าเริง และมองดูความหรูหราจอมปลอมท่ามกลางคำเยาะเย้ยถากถาง
หัวใจที่เคยหลงเหลือความหวังอันริบหรี่ สุดท้ายก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยคำว่า "ออกไป" ของเขา
เธอสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด ข่มความจุกแน่นในลำคอและความร้อนผ่าวที่ขอบตา บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อสายตาคมกริบเหล่านั้น แล้วจ้องมองกลับไปที่ชายหนุ่มผู้เลือดเย็น
"วรนน" น้ำเสียงของเธอชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อครู่ แต่ยังคงสั่นเครืออย่างไม่อาจปิดบัง "ฉันไปแน่... แต่คืนลูกชายของฉันมา"
สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องโถงดูเหมือนจะเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม
แขกบางคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเริ่มทำหน้าฉงน หันไปกระซิบถามไถ่กัน
ใบหน้าของวรนนมืดครึ้มลงทันตา ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อครู่
เขาโบกมือไล่ลุงดำ พ่อบ้านเก่าแก่ที่ยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ลุงดำดูลังเลเล็กน้อย "นายครับ คือว่า..."
"พาเธอไป" วรนนสั่งเสียงเฉียบขาด สายตาเย็นยะเยือกตวัดกลับมาที่ใบหน้าของภาวิดา "เจอแล้วก็รีบไสหัวไปซะ อย่าได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกตลอดชีวิต"
หัวใจของภาวิดาบีบตัวแน่นเพราะความเกลียดชังในน้ำเสียงของเขา แต่ความโหยหาที่จะได้พบหน้าลูกมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง
เธอเดินโซซัดโซเซตามหลังลุงดำไป โดยไม่หันกลับไปมองวรนนและจารวีอีกเลย
ลุงดำเดินนำเธอไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังโซนห้องนอนอันโอ่อ่าบนตึกใหญ่ แต่กลับพาเดินทะลุทางเดินมืดสลัว มุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเล็กด้านหลังซึ่งเป็นโซนของคนรับใช้
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงไฟก็ยิ่งน้อยลง กลิ่นอับชื้นและไอเย็นเริ่มลอยมาแตะจมูก
หัวใจของภาวิดาดิ่งวูบลงเรื่อย ๆ
ในที่สุด ลุงดำก็หยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานเก่าทรุดโทรม ดูเหมือนห้องเก็บของหรือห้องคนใช้ที่ถูกทิ้งร้าง
เขาถอนหายใจยาว ปลดพวงกุญแจออกจากเอว แล้วไขแม่กุญแจสนิมเขรอะที่คล้องประตูอยู่
"คุณหนู... อยู่ข้างในครับ" น้ำเสียงของลุงดำเจือไปด้วยความเวทนาที่ยากจะปิดบัง
บทล่าสุด
#140 บทที่ 140 พวกเราอย่าไปทำตามเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#139 บทที่ 139 ทำไมเธอต่ำต้อย/ไร้ศักดิ์ศรีขนาดนี้
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#138 บทที่ 138 ตอนนี้คนที่ฉันเชื่อใจได้มีแค่เธอเท่านั้น
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#137 บทที่ 137 พวกเธอทำไมกอดกันนอน
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#136 บทที่ 136 หนุ่มรูปงามหลังอาบน้ำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#135 บทที่ 135 ช่วยเขากลับคืนความทรงจำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#134 บทที่ 134 การประกาศอธิปไตย
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#133 บทที่ 133 ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#132 บทที่ 132 การเปลี่ยนแปลง
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#131 บทที่ 131 บิดา
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













