บทนำ
เธอเป็นเพียงเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดปีนป่ายขึ้นไปยืนข้างผู้ชายสูงส่งอย่างเขา แต่ค่ำคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนชีวิตของ “มินตรา” ไปตลอดกาล
จากผู้หญิงธรรมดาที่มีเพียงศักดิ์ศรีและหัวใจบริสุทธิ์ เธอกลายเป็น “เมียเด็กของบอส” ในสายตาคนทั้งบริษัท กลายเป็นผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าจับผู้ชายรวย ใช้ข่าวฉาว ใช้ความน่าสงสาร และใช้ลูกในท้องเป็นเครื่องมือต่อรอง
แม้แต่ “รามิล” ผู้ชายที่ควรเชื่อเธอมากที่สุด ก็ยังมองเธอด้วยสายตาระแวง เขารับผิดชอบเธอด้วยทะเบียนสมรส แต่ไม่เคยรับเธอไว้ในหัวใจ เขาให้สถานะภรรยา แต่ปล่อยให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางคำดูถูกเพียงลำพัง และคำพูดเดียวของเขา...“อย่าคิดว่าการมีลูกจะทำให้ผมรักคุณ” ก็ทำให้หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อความรักกลายเป็นมลทิน เมื่อศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำ และเมียในนามอย่างเธอไม่อาจทนอยู่ในบ้านที่ไม่มีใครต้องการได้อีกต่อไป มินตราจึงเลือกพาลูกในท้องกับหัวใจที่บอบช้ำเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแหวนแต่งงาน และความจริงที่รามิลเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายเกินไป...ว่าเธอไม่เคยเป็นมลทินในชีวิตเขาเลย
บท 1
ตอนที่ 1
คืนแรกที่ไม่ควรเกิดขึ้น
แสงแดดยามเช้าส่องสะท้อนผนังกระจกสูงตระหง่านของอาคาร “วัชรเมธา พร็อพเพอร์ตี้” จนเกิดประกายระยิบระยับราวกับปราสาทแก้วกลางย่านธุรกิจ อาคารสูงกว่าสามสิบชั้นแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสำนักงานใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เงินตรา และความสำเร็จที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากใฝ่ฝันอยากก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมันสักครั้งในชีวิต
เสียงรองเท้าของพนักงานดังสลับกับเสียงประตูลิฟต์ที่เปิดปิดไม่ขาดสาย บริเวณล็อบบี้ชั้นล่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเช้าวันจันทร์ ผู้คนในชุดทำงานเรียบหรูเดินผ่านกันไปมา บางคนถือแก้วกาแฟ บางคนถือแท็บเล็ต บางคนกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเหมือนทุกนาทีมีราคาสูงเกินกว่าจะปล่อยให้สูญเปล่า
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เป็นระเบียบนั้น หญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูหมุนของอาคารด้วยหัวใจเต้นแรง เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยกับกระโปรงทรงเอสีกรมท่า รองเท้าคัทชูสีดำถูกขัดจนสะอาด แม้ไม่ใช่ของราคาแพง แต่เจ้าของดูแลมันอย่างดีราวกับมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่
มินตรา ศศิธารา สูดลมหายใจลึก ดวงตากลมหวานเงยขึ้นมองป้ายชื่อบริษัทขนาดใหญ่เหนือประตูทางเข้า มือเล็กกำสายกระเป๋าสะพายแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอเพิ่งเรียนจบ และได้รับโอกาสให้เข้าฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายประสานงานโครงการของบริษัทใหญ่แห่งนี้ โอกาสที่คนจำนวนมากแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อให้ได้มา
สำหรับคนอื่น ที่นี่อาจหมายถึงบันไดสู่ความก้าวหน้า แต่สำหรับมินตรา ที่นี่หมายถึงค่ารักษาพ่อ ค่าเช่าห้อง และอนาคตเดียวที่เธอยังพอจะไขว่คว้าไว้ได้
“สู้สิ มินตรา วันนี้ต้องทำให้ดีที่สุด” เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ พลางยกมือขึ้นแตะจี้รูปหัวใจเล็ก ๆ ที่แม่เคยให้ไว้ก่อนเสียชีวิต แววตาของหญิงสาวสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง
เธอก้าวผ่านประตูหมุนเข้าไปในล็อบบี้เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมสะอาดของอาคารสำนักงานลอยแตะจมูก เสียงฝีเท้าของเธอเบากว่าคนอื่น แต่หัวใจกลับดังชัดในอก เธอเดินไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ยื่นเอกสารด้วยสองมืออย่างสุภาพ ก่อนจะได้รับบัตรผู้เข้าฝึกงานสีขาวห้อยสายคล้องคอ
“เชิญขึ้นไปชั้นสิบแปดนะคะ วันนี้มีปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงานรอบเช้า ห้องประชุมเล็กอยู่ทางซ้ายมือหลังออกจากลิฟต์ค่ะ” เจ้าหน้าที่หญิงยิ้มตามมารยาทขณะยื่นบัตรให้ และชี้ทางไปยังโถงลิฟต์ด้านใน
“ขอบคุณมากค่ะ” มินตราตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะรับบัตรมาคล้องคออย่างระมัดระวัง
ลิฟต์แก้วพาเธอขึ้นสู่ชั้นสิบแปดอย่างรวดเร็ว ภาพเมืองด้านนอกเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ จนมินตรารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพาขึ้นจากชีวิตเดิมไปสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ความสามารถ และการแข่งขันที่เธอต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นหลายเท่าเพื่อยืนอยู่ให้ได้
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวรีบเดินไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอก เธอมาถึงหน้าห้องประชุมเล็กก่อนเวลาเริ่มประมาณสิบห้านาที ภายในห้องมีนักศึกษาฝึกงานหลายคนมานั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนใหญ่แต่งตัวดี ดูมั่นใจ และพูดคุยกันอย่างคล่องแคล่ว มินตราเลือกที่นั่งด้านกลางค่อนไปทางหลัง วางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ แล้วนั่งตัวตรงด้วยท่าทางสุภาพ
เสียงพูดคุยเบา ๆ รอบตัวทำให้เธอยิ่งรู้สึกถึงความแตกต่าง บางคนเล่าว่ามีญาติทำงานอยู่ในบริษัท บางคนพูดถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังของตน บางคนพูดภาษาอังกฤษปนไทยอย่างคล่องแคล่ว มินตราเพียงนั่งฟังเงียบ ๆ ไม่ได้รู้สึกด้อยค่า แต่เตือนตัวเองว่าความเงียบและความตั้งใจจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เธออยู่รอดในที่แห่งนี้
ไม่นานนัก ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็เข้ามาเริ่มการปฐมนิเทศ บรรยากาศในห้องประชุมค่อย ๆ สงบลง สไลด์แนะนำบริษัทปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ภาพโครงการคอนโดมิเนียมหรู ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และรีสอร์ตระดับพรีเมียมถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ทุกภาพล้วนสะท้อนความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัชรเมธา
“วัชรเมธา พร็อพเพอร์ตี้ ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง แต่ต้องการคนที่รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และพร้อมเติบโตไปกับองค์กรค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ขณะกวาดสายตามองนักศึกษาฝึกงานทุกคนในห้อง
มินตราจดทุกประโยคลงในสมุดอย่างตั้งใจ ลายมือของเธอเป็นระเบียบ สวยงาม และละเอียดจนคนข้าง ๆ อดเหลือบมองไม่ได้ เธอไม่รู้เลยว่าท่าทางตั้งใจเล็ก ๆ นั้นกำลังตกอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าห้องประชุม
รามิล วัชรเมธา ยืนอยู่หลังผนังกระจกด้านนอกห้องประชุมพร้อมเลขาฯ คนสนิท ชายหนุ่มวัยสามสิบสามปีสวมสูทสีเข้มตัดพอดีตัว ใบหน้าหล่อคมเคร่งขรึมจนแทบไม่มีอารมณ์ใดปรากฏ เขามีดวงตาคมลึกที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุถึงความคิด และมีบุคลิกของผู้นำที่ไม่ต้องเอ่ยคำสั่งก็ทำให้คนรอบข้างระวังตัวโดยอัตโนมัติ
“รอบนี้มีนักศึกษาฝึกงานทั้งหมดสิบสองคนค่ะ ท่านประธานจะเข้าไปกล่าวต้อนรับสั้น ๆ ไหมคะ” เลขาฯ คนสนิทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขณะเปิดแฟ้มกำหนดการให้เขาดู
“ไม่จำเป็น แค่ดูว่าฝ่ายบุคคลจัดการเรียบร้อยหรือไม่ก็พอ” รามิลตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้ละสายตาจากภายในห้องประชุม
ปกติแล้วเขาไม่เคยให้ความสนใจกับการรับนักศึกษาฝึกงานมากนัก ทุกอย่างมีระบบและคนรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่เช้าวันนี้เขามีประชุมกับทีมโครงการใหญ่ที่ชั้นเดียวกัน จึงเดินผ่านมาพอดี สายตาเขากวาดผ่านคนในห้องอย่างเฉยชา จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอไม่ใช่คนที่แต่งตัวโดดเด่นที่สุด ไม่ใช่คนที่นั่งแถวหน้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่คนที่พูดเก่งหรือยิ้มหวานให้ใคร แต่เธอนั่งตัวตรง ก้มหน้าจดทุกคำอย่างตั้งใจ ราวกับสิ่งที่กำลังฟังมีค่ามากสำหรับเธอจริง ๆ
บางอย่างในความสงบเสงี่ยมนั้นดึงสายตาของเขาไว้อย่างประหลาด
“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร” รามิลถามขึ้นทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถาม
เลขาฯ หันมองตามสายตาของเขา ก่อนจะไล่ดูรายชื่อในแฟ้มอย่างรวดเร็ว
“มินตรา ศศิธาราค่ะ จบจากมหาวิทยาลัยรัฐ เกรดเฉลี่ยสูงมาก ได้รับคัดเลือกจากฝ่ายโครงการเพราะภาษาอังกฤษดีและประวัติการฝึกงานระหว่างเรียนค่อนข้างโดดเด่นค่ะ” เลขาฯ รายงานอย่างแม่นยำตามข้อมูลในแฟ้ม
“อืม” รามิลรับคำสั้น ๆ น้ำเสียงไม่บอกความรู้สึก แต่สายตายังไม่ละจากหญิงสาวคนนั้นทันที
ภายในห้องประชุม การปฐมนิเทศดำเนินต่อไปจนถึงช่วงพัก นักศึกษาฝึกงานทยอยลุกขึ้นไปรับเอกสารเพิ่มเติมจากโต๊ะด้านหน้า มินตราเองก็ลุกขึ้นพร้อมแฟ้มในมือ เธอเดินอย่างระมัดระวัง ไม่อยากชนใครให้เกิดความวุ่นวายในวันแรก แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบเอกสารชุดสุดท้าย พนักงานหญิงรุ่นพี่คนหนึ่งที่เดินเข้ามาส่งแฟ้มให้ฝ่ายบุคคลกลับชนไหล่เธออย่างแรง
แฟ้มในมือของมินตราหล่นกระจายลงพื้น เอกสารหลายแผ่นปลิวไปใต้โต๊ะ ความเงียบสั้น ๆ เกิดขึ้นรอบตัว แต่พนักงานคนนั้นเพียงปรายตามองเธอแล้วขมวดคิ้วเหมือนรำคาญ
“เดินระวังหน่อยสิ นี่บริษัทใหญ่ ไม่ใช่ทางเดินในมหาวิทยาลัยนะ” พนักงานหญิงพูดเสียงเรียบแต่แฝงความดูแคลน ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่คิดช่วยเก็บแม้แต่แผ่นเดียว
มินตราชะงักไปเล็กน้อย แก้มขาวซีดลงเพราะความอาย สายตาของนักศึกษาฝึกงานบางคนหันมามอง บางคนทำเหมือนไม่เห็น บางคนแอบหัวเราะ เบา ๆ แต่เธอไม่โวยวาย ไม่เถียง ไม่ร้องขอความเป็นธรรม เธอเพียงก้มลงเก็บเอกสารทีละแผ่นอย่าง เงียบ ๆ
“ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิด น้ำเสียงนุ่มนั้นเจือความเกรงใจจนคนฟังบางคนอาจมองว่าเธออ่อนแอ แต่คนที่ยืนมองอยู่ด้านนอกกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
รามิลมองภาพนั้นนิ่ง ดวงตาคมเข้มขึ้นเล็กน้อย ความอดทนของเธอไม่ใช่ความขลาด แต่เป็นความรู้จักควบคุมตัวเองในสถานการณ์ที่น่าอับอาย เขาเคยเห็นคนจำนวนมากตอบโต้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่เด็กสาวคนนี้กลับเลือกเก็บเศษกระดาษขึ้นมาอย่างสงบ เหมือนเธอรู้ว่าการรักษางานวันแรกสำคัญกว่าการชนะใครด้วยคำพูด
มินตรากำลังเอื้อมไปหยิบเอกสารแผ่นสุดท้ายใต้เก้าอี้ มือของเธอแตะปลายกระดาษได้พอดี แต่ก่อนจะดึงออกมา รองเท้าหนังสีดำเงาวับคู่หนึ่งก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอเสียก่อน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ แล้วลมหายใจแทบสะดุดเมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ดวงตาของเขาคมนิ่งจนเธอไม่กล้าขยับ เขาก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาให้ด้วยท่าทางสงบเยือกเย็น
“ของคุณ” รามิลพูดสั้น ๆ พร้อมยื่นกระดาษให้ น้ำเสียงต่ำเรียบแต่ชัดเจนจนมินตรารู้สึกเหมือนทั้งห้องเงียบลงอีกระดับ
“ขอบคุณค่ะ” มินตรารับเอกสารด้วยสองมือ พลางก้มศีรษะอย่างสุภาพ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เข้าใจ เพราะเพียงแค่สบตาเขา เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พนักงานธรรมดา
“ครั้งต่อไป ถ้าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษทุกคน” เขากล่าวเสียงเรียบ ขณะมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก
มินตรานิ่งไปชั่วครู่ ประโยคนั้นไม่ได้อ่อนโยนเหมือนคำปลอบ แต่กลับกระทบหัวใจเธออย่างประหลาด เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ค่ะ ดิฉันจะจำไว้ค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ น้ำเสียงเบาแต่มั่นคงกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย
รามิลมองเธออีกเสี้ยววินาที ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่แนะนำตัว นักศึกษาฝึกงานหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบทันทีที่เขาเดินพ้นประตู ส่วนมินตรายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มือกำแฟ้มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เธอรู้ไหมเมื่อกี้ใคร” นักศึกษาฝึกงานผู้หญิงที่นั่งข้างเธอกระซิบถามด้วยดวงตาโตอย่างตื่นเต้น
“ไม่ทราบค่ะ” มินตราตอบตามตรง พลางหันไปมองประตูที่ชายหนุ่มคนนั้นเพิ่งเดินออกไป
“ท่านประธานรามิลไง เจ้าของบริษัทนี้ หล่อมาก แต่เขาว่ากันว่าเย็นชาสุด ๆ ไม่ค่อยสนใจใครเลยนะ โชคดีมากที่เขาเก็บเอกสารให้เธอ” เพื่อนร่วมรุ่นพูดเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนเพิ่งเห็นคนดังระดับตำนานเดินผ่านหน้า
มินตราชะงัก หัวใจที่เพิ่งสงบไปกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ท่านประธานรามิล วัชรเมธา ผู้ชายที่เก็บกระดาษให้เธอเมื่อครู่คือเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ ผู้ชายที่อยู่ไกลจากชีวิตเธอราวฟ้ากับดิน แต่เพียงประโยคสั้น ๆ ของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีใครมองเห็นความอึดอัดที่เธอพยายามกลืนลงไปอย่างเงียบ ๆ
มินตรารีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว เธอไม่ควรคิดอะไรเกินเลยกับคนระดับนั้น ไม่ควรแม้แต่จดจำสายตาคมลึกคู่นั้นนานเกินจำเป็น หน้าที่ของเธอมีเพียงทำงานให้ดี อยู่ให้รอด และหาเงินรักษาพ่อเท่านั้น
บทล่าสุด
#15 บทที่ 15 ตอนที่12 ห่วงใยที่เขาพยายามเก็บซ่อน
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#14 บทที่ 14 ตอนที่11 ไม่อยากทำให้ใครเสียเวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#13 บทที่ 13 ตอนที่ 10 คืนดูงานที่หัวใจพลาดซ้ำ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#12 บทที่ 12 ตอนที่9 ออกปากเตือน
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#11 บทที่ 11 ตอนที่8 สะท้อนความใจร้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#10 บทที่ 10 ตอนที่ 7 ใกล้เกินห้ามใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#9 บทที่ 9 ตอนที่6 ดูไม่ปลอดภัย
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#8 บทที่ 8 ตอนที่5 เก็บอาการหวั่นไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#7 บทที่ 7 ตอนที่4 เรียกเธอขึ้นมาพบ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#6 บทที่ 6 ตอนที่3ไม่เป็นมืออาชีพ
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”













