บทนำ
บท 1
ลมยามวิกาลพัดกรรโชกวูบใหญ่ หอบเอากลิ่นสาบโคลนและไอเย็นยะเยือกจากผิวน้ำดำมืดขึ้นมาปะทะใบหน้า ยอดที่ขึ้นรกชัฏริมตลิ่งไหวเอนเสียดสีกันดังแกรกกราก ฟังคล้ายเสียงคนจำนวนมากกำลังกระซิบกระซาบ ท้ายหมู่บ้านยามนี้เงียบสงัดจนวังเวง มีเพียงเสียงน้ำเซาะตลิ่งดังจ๋อมแจ๋ม สลับกับเสียงจั๊กจั่นที่กรีดปีกร้องระงมโหยหวน ราวกับเสียงลมหายใจที่ฝืดเคืองของคนใกล้ตายที่กำลังหอบกระเส่า
หมอกขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งเรี่ยผิวน้ำเป็นสายยาวพรางแสงจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าให้ดูบิดเบี้ยวเลือนราง เงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งทอดตัวลงบนผืนน้ำราวกับปีศาจร้ายที่กางกรงเล็บรอคอยเหยื่อ
เบื้องหน้าห่างออกไปไม่ไกล คือท่าน้ำเก่าคร่ำคร่าที่ถูกทิ้งร้างมานานปี เสาไม้ตะเคียนดำเมี่ยมเอียงทรุดตัวลงเหมือนคนหลังค่อมที่ยืนแช่น้ำอย่างเดียวดายมาหลายชั่วอายุคน ตะไคร่น้ำเกาะกรังจนเขียวคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเอียนเจือจางในอากาศ
และตรงปลายสะพานนั้นเอง ในความมืดสนิทที่แสงจันทร์ส่องไม่ถึง…มีบางสิ่งนั่งอยู่
“ฮึก…ฮือ…”
เสียงสะอื้นแผ่วเบาลอยตามสายลม ขาดเป็นห้วงๆ เหมือนคนร้องไห้จนหมดแรง
แต่ถ้าฟังให้ดี เสียงนั้นไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง มันลอยวนอยู่รอบตัว เดี๋ยวมาจากท่าน้ำ เดี๋ยวมาจากดงต้นจาก เดี๋ยวมาจากผิวน้ำเบื้องล่างราวกับคนร้องไห้คนนั้นอยู่ทุกที่ในเวลาเดียวกัน
“เอ็งแน่ใจหรือไอ้ชิด ว่าจะให้ข้าพายเลยท่าน้ำไปเพลานี้”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางกระทุ้งไม้พายลงน้ำเป็นจังหวะ เรือลำเล็กสีหม่นค่อยๆ เลาะไปตามคุ้งน้ำมืด ตะเกียงเจ้าพายุที่แขวนไว้หัวเรือสะบัดเปลวตามแรงลม สาดแสงสลัวเป็นวงหย่อมเล็กๆ บนผืนน้ำดำ
“จะกลัวอันใด ท่าน้ำท้ายหมู่บ้านนี้เราก็โดดเล่นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย” ชิดตอบทั้งที่เสียงเขาแหบพร่า
เข้มไม่ตอบ แต่สายตาทอดไปยังท่าน้ำเก่าที่ค่อยๆ ปรากฏจากความมืด เป็นเสาไม้เอียงตะคุ่มตัดกับผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้ม
“จำหญิงที่ชาวบ้านเล่ากันว่าเล่นคุณไสยผู้นั้นได้หรือไม่?”
“ที่ภายหลังวิปลาสโดดน้ำตายกระนั้นรึ”
“ใช่ๆ ชื่อกระไรนะ?”
“จันวาด”
ชื่อนั้นหลุดออกจากปากชิดเบา ราวกับเขาเองก็กลัวว่าการเอ่ยชื่อผีในยามค่ำคืนจะเป็นการเชื้อเชิญให้มันโผล่หน้ามาหา
“เห็นผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ขนาดสไบยังนุ่งอยู่แท้ๆ แต่ตัวงี้ซีดเป็นหยวกกล้วย ตาก็เหลือกค้างเหมือนจะถามคนทั้งบางว่าไฉนปล่อยให้นางตายได้”
“โอย…ไอ้เข้ม เอ็งจะพูดหาพระแสงอะไรวะ ข้าขนลุกไปหมดแล้ว เลิกพูดถึงนางเสียที”
“จะกลัวอันใด ป่านฉะนี้ไปเกิดใหม่แล้วกระมัง”
เข้มหัวเราะเบาๆ พายเรือต่อไป แต่ทันทีที่เสียงหัวเราะของเขาจางหาย ลมกรรโชกวูก็บพัดมาจากท่าน้ำ…
กลิ่นเหม็นเขียวคล้ายตะไคร่น้ำเน่าผสมกลิ่นดอกราตรีฉุนกึกมาปะทะจมูกทั้งสองคนจนต้องเบือนหน้าหนี ชิดขนลุกตั้งแต่ท้ายทอยลามไปถึงสันหลัง เขาขยับตัวเบียดเข้าหากลางเรือ สองมือกำขอบเรือแน่น
“เอ็งได้กลิ่นไหมวะ…”
“กลิ่นผีสางกระนั้นรึ? ฮะๆๆ ก็แค่ตะไคร่น้ำ กลัวไปได้”
“เอ็งไม่กลัวก็หุบปากเสียบ้างก็ได้ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่”
“ฮะๆ เออๆ หยุดก็หยุด แต่ถ้าผีมาหลอกจริง ก็แค่ให้พ่อครูสัตยาช่วยจัดการ พ่อครูเสียอย่าง จะผีตานี ผีตายโหง พ่อก็จับใส่หม้อถ่วงน้ำหมด เอ็งจะกลัวไปไย”
“พูดน่ะง่าย เอ็งว่าผีทุกตนมันจะยอมพ่อครูรึ”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม จำได้รึไม่เมื่อปีกลายในงานไหว้ครู ขนาดผีตายทั้งกลมที่ไล่หักคอชายในหมู่บ้าน เจอฤทธิ์พ่อครูถึงกับยกมือไหว้ร้องขอชีวิตเทียว”
“…”
บทสนทนาขาดห้วงไปเมื่อเรือลอยพ้นแนวป่ารก และทั้งสองก็เห็นมัน
สะพานไม้เก่าทอดยาวออกไปเหนือน้ำ ปลายสะพานจมลงไปครึ่งหนึ่งจากการผุพัง แสงจันทร์เสี้ยวส่องลงมาอาบผิวน้ำเป็นทางยาว
และตรงปลายสะพานที่จมน้ำนั้น มีร่างหญิงสาวนั่งนิ่งหันหลังให้เรือ
สไบผ้าเก่าคร่ำคร่าผืนบางแนบไปกับเรือนกายราวถูกสาดน้ำให้เปียกชุ่มทั้งตัว ผมดำยาวคลี่ลงมาถึงกลางหลัง เส้นผมแต่ละเส้นทาบแนบร่างเหมือนเถาวัลย์ ปลายเท้าเปล่าจุ่มลงไปในสายน้ำดำมืด
นางนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง
“อะ ไอ้เข้ม…ข้าว่า…”
“เลิกปอดแหก ไม่เช่นนั้นโดนข้าถีบตกเรือแน่”
เข้มพูดทั้งที่สายตาจับจ้องไปยังร่างหญิงสาว เขายกตะเกียงขึ้นส่องไปข้างหน้า แสงไฟสาดไปกระทบเงาร่างนั้น
แต่ก่อนที่แสงจะถึงตัว…
หญิงสาวนางนั้นกลับเอียงคอช้าๆ ไม่ใช่การหันมา แต่เป็นการเอียงคอไปทางข้างๆ
“ฮึก…ฮือ…”
เสียงสะอื้นดังขึ้นจากทิศทางของนาง ขาดเป็นห้วงๆ ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นเสียงหัวเราะแผ่วเบา
“ฮิ…ฮิ…ฮิ…”
เสียงหัวเราะนั้นไม่ได้ดังขึ้น แต่มันค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ราวกับคนหัวเราะคนนั้นกำลังลอยตัวเข้ามาหาเรือ ทั้งที่ร่างหญิงสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ชิดขนหัวลุกซู่ เขากำไม้พายแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“ไอ้เข้ม! หันหัวเรือกลับเถอะ!”
แต่เข้มไม่ตอบ สายตาเขายังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวโดยไม่กะพริบ
“ไอ้เข้ม!”
“…เอ็งไม่ได้ยินรึ”
“ได้ยินอะไร”
“เสียงดนตรี”
และแล้วมันก็มา
เสียงระนาดทุ้มต่ำดังแว่วขึ้นจากความว่างเปล่า ตามด้วยเสียงฉิ่งฉับและเสียงขับเสภาทำนองเสนาะหู ทว่าเย็นเยือกจนขั้วหัวใจหนาวสั่น
“นอนเสียเถิดหนา…นอนเถิดนอนเสียเถิด... ไหนเลยไม่ยอมหลับตา…”
ทำนองโบราณที่ไม่มีใครขับขานกันแล้วในหมู่บ้านดังชัดขึ้นทีละคำ เสียงใสกังวานนั้นฟังดูเหมือนหญิงสาวมาร้องกระซิบอยู่ข้างหู แต่เมื่อตั้งใจฟัง มันกลับดังมาจากทุกทิศทาง
จากท่าน้ำ จากดงป่า จากใต้ท้องเรือ
เสียงเพลงเห่กล่อมหวานหยดย้อยลอยก้องเหนือน้ำ ราวกับมีวงมโหรีปี่พาทย์มาตั้งวงเล่นอยู่กลางแม่น้ำ
ชิดคว้าขอบเรือไว้แน่น ความหนาวเย็นไหลวาบจากส้นเท้าลามมาถึงท้ายทอย
“อึก…สะ…เสียง…”
“ไพเราะนัก”
น้ำเสียงของเข้มแปลกไปจนชิดหันขวับมามอง
สหายของเขาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความฉงนและไม่เชื่อเรื่องผีสางนางไม้ บัดนี้กลับนั่งนิ่งด้วยดวงตาเหม่อลอยเหมือนคนฝันกลางวัน ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยคล้ายจะฮัมตามเพลง ไม้พายในมือค่อยๆ คลายลงจนเกือบหลุดมือ
“ไอ้เข้ม! ตั้งสติ อย่าฟังมัน!”
ชิดเขย่าตัวเพื่อนอย่างบ้าคลั่ง แต่เข้มกลับผลักมือเขาออกเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน เรือโคลงเคลงจนน้ำกระฉอกขึ้นมาเปียกขอบ
“เอ็งจะทำอะไร?!”
“ข้าอยากไปฟังเสียงนางใกล้ๆ”
“นางอะไร มัน... มัน...ไม่ใช่คน...ไอ้เข้ม!”
แต่เข้มไม่ฟัง ดวงตาเขาเขม็งมองไปที่ท่าน้ำซึ่งหญิงสาวในผ้าสไบยังคงนั่งหันหลังอยู่ และขณะที่เขามอง หญิงสาวก็ค่อยๆ หันกลับมา ใบหน้านั้นซีดเผือดราวหยวกกล้วย ดวงตาโปนโพลนจ้องเขม็งมาที่เรือโดยไม่กะพริบ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่ค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้น กว้างขึ้น กว้างขึ้น จนมุมปากเกือบถึงหางตา
รอยยิ้มที่ไม่มีมนุษย์คนใดยิ้มได้กว้างเท่านั้น
ชิดเห็นใบหน้านั้นชัดเจน เขาตาเบิกค้าง มือสั่นจนกำไม้พายไม่อยู่
“ดะ ดูหน้ามัน…มัน…”
แต่เข้มกลับเห็นต่างออกไป
“งามจับตา”
ในสายตาของเขา หญิงสาวบนท่าน้ำงดงามเหลือเกิน ใบหน้าอิ่มเอิบผุดผ่องราวพระจันทร์วันเพ็ญ รอยยิ้มละมุนหวานล้ำ ดวงตาใสแจ๋วมองมาอย่างเชื้อเชิญ นางยกมือข้างหนึ่งแบออก เหมือนรอให้เขาเข้าไปจับ
“มานอนหลับตาเสียเถิด…แม่จักช่วยไกวเปล…”
เสียงเพลงกล่อมเกี่ยวพันรอบกายเข้มราวเชือกที่มองไม่เห็น ดึงดูดให้เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า
“นั่นเอ็งจะทำอะไร?!”
ว่าแล้วชิดก็ผวาเข้ากอดเอวสหายไว้แน่น แต่เข้มสะบัดผลักร่างของชิดจนกระเด็นไปนอนแอ้งแม้งที่ท้องเรือ
ตูม!
ร่างของเข้มพุ่งลงสู่ผิวน้ำดำมืด น้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ความเย็นของน้ำกลางคืนแทรกซึมเข้ากระดูก แต่เข้มไม่รู้สึกหนาว เขาเห็นแต่หญิงสาวงดงามที่กำลังยิ้มรอเขาอยู่ ศีรษะของเขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ใบหน้าเปี่ยมสุขเหมือนคนวิปลาส เขาเริ่มว่ายจ้วงเข้าหาท่าน้ำอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เข้ม กลับมาเดี๋ยวนี้!”
เข้มว่ายน้ำโดยไม่สนใจเสียงของสหายที่ตะโกนเรียก ชิดได้แต่มองแผ่นหลังดำทะมึนของเพื่อนค่อยๆ ห่างออกไป และหญิงสาวบนท่าน้ำก็เริ่มขยับ
นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สไบเปียกชุ่มแนบตัว ผมยาวลู่หลังเหมือนผ้าคลุมดำ นางก้าวลงจากปลายสะพานที่จมน้ำ ก้าวลงไปในแม่น้ำ
แต่นางไม่จม...
นางเดินบนผิวน้ำเข้าหาเข้มช้าๆ เท้าเปล่าแตะผิวน้ำดำเหมือนเดินบนพื้นดิน ทุกก้าวสร้างวงกระเพื่อมเล็กๆ แต่ไม่มีเสียง ขณะที่รอยยิ้มนั้นไม่เคยจางหาย
“ไอ้เข้มกลับมา!”
เข้มไม่ได้ยิน เขาเห็นแต่หญิงงามที่กำลังเดินมาหา มือของเขาเอื้อมออกไปหานาง
“ข้ามาแล้วนะเจ้า…”
เสียงของเขาแผ่วเบาเหมือนคนละเมอ จังหวะที่ปลายนิ้วของเข้มเกือบแตะถึงมือนาง
ร่างของหญิงสาวก็จมหายวูบลงไป…!
ไม่ใช่การจมน้ำ แต่เป็นการหายวับไปต่อหน้าต่อตา เหมือนมีใครดึงนางลงไปใต้น้ำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงผมยาวดำที่แผ่กระจายบนผิวน้ำเป็นวงกว้างก่อนจะจมตามหายไป
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเพลงเห่กล่อมก็ดับเงียบลงฉับพลัน
เข้มชะงักกึก ราวกับถูกสะกิดให้ตื่นจากฝัน แววตาที่เคยเหม่อลอยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาหันขวับกลับไปมองเรือด้วยดวงหน้าซีดเผือดไร้สี
“ขะ…ข้ามาทำอะไรตรงนี้วะ…”
ความหนาวเย็นของน้ำแทรกซึมเข้ากระดูก ความกลัวพุ่งขึ้นมาแทนที่ความเคลิบเคลิ้ม เข้มตระหนักได้ว่าตนเองอยู่กลางแม่น้ำในยามดึก
“ไอ้ชิด…!”
“กลับมาไอ้เข้ม! ว่ายกลับมาเร็ว!”
ชิดตะโกนบอกด้วยรู้ว่าเข้มคงกำลังขวัญเสีย แต่จะอย่างไรก็ต้องให้สหายกลับขึ้นเรือให้ได้ก่อน
เข้มช้อนมือวักน้ำ พลิกตัวว่ายกลับเข้าหาเรือ เขาฝืนแขนตัวเองว่ายแรงขึ้น แม้น้ำจะเย็นจัดจนรู้สึกตัวชาแขนขาอ่อนแรง
สิบวา...แปดวา...หกวา...เรือใกล้เข้ามาทุกที
แต่แล้ว...!
ผิวน้ำด้านหลังของเข้มปูดนูนขึ้นมาเป็นทางยาว
ชิดเป็นผู้เห็นเงามรณะนั้นก่อนใคร สันหลังหนาขรุขระสีนิลกาฬผุดโผล่พ้นสายน้ำ เกล็ดเลื่อมระยับสะท้อนแสงจันทร์วูบวาบ ลำตัวยาวเหยียดแหวกกระแสน้ำจนแตกเป็นฟองขาวฟูฟ่อง มันเคลื่อนกายเงียบกริบตามติดร่างเพื่อนรักของเขาไปราวกับเงาตามตัว
มันคือเจ้าของคมเขี้ยวเพชรฆาต...
จระเข้…!
หากแต่ขนาดมหึมาผิดวิสัยสัตว์เดรัจฉานทั่วไป ดวงตาสีแดงก่ำดั่งลูกไฟลอยเด่นเหนือผิวน้ำ จับจ้องเหยื่อด้วยแววตาเยือกเย็นอำมหิต ปากยาวโง้งเผยอออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเขี้ยวขาววาววับเรียงรายดุจหนามเหล็กกล้า ชัดเจนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่สัตว์ร้ายสามัญ แต่เป็นปีศาจในคราบอสุรกาย
"เข้ม ขะ...ข้างหลัง!!"
เข้มรู้สึกได้ถึงบางอย่าง ราวกับมีอะไรขนาดใหญ่ลูบผ่านใต้ผิวน้ำ สัมผัสเย็นยะเยือกแตะขา เขากัดฟันแน่น ว่ายเร็วขึ้น...เร็วขึ้น
อีกนิดเดียว…อีกนิดเดียวก็ถึงเรือ…
แต่มันไม่ยอมให้เข้มไปถึง
ซูม!!!
ปากกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเขี้ยวโง้งอันแหลมคมผุดขึ้นจากน้ำราวกับประตูนรกที่เปิดออก มันงับเข้าที่กลางลำตัวของเข้มเต็มรัก เขี้ยวทิ่มแทงเนื้อหนังราวเหล็กแหลม กระดูกซี่โครงแตกร้าวด้วยแรงกัดมหาศาล
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนดังมาแค่อึดใจก่อนจะขาดสะบั้นลงพร้อมกับร่างที่ถูกกระชากจมหายลงไปในพริบตา
น้ำพุ่งขึ้นสูง ฟองอากาศผุดพรายขึ้นมาพร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่ย้อมผิวน้ำจนขุ่นคลั่ก กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ไอ้เข้มมม!!! อึก…อะ ไอ้เข้ม…”
ชิดตกใจจนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัดเหมือนคนจมน้ำเสียเอง เขามองจุดที่สหายจมหายไปด้วยความสิ้นหวัง
น้ำยังคงเดือดปุดๆ จากการดิ้นรนใต้น้ำ บางครั้งมีแขนหรือขาโผล่ขึ้นมาแล้วถูกดึงลงไปอีก เสียงกรามบดกันดังครืดครืดลอดขึ้นมาจากใต้น้ำ
แล้วทุกอย่างก็เงียบลง ผิวน้ำสงบนิ่ง เหลือเพียงคราบเลือดที่ลอยแผ่กระจาย ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของชิดที่เต้นกระหน่ำเหมือนกลองเพล
ชิดนั่งนิ่งอยู่กลางเรือ ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าหายใจแรง
ไม้พายหล่นลงไปในน้ำแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาเหลือเพียงสองมือเปล่าๆ กับตะเกียงที่เปลวไฟกำลังริบหรี่
หนี…หนี…ต้องหนีไปจากที่นี่…ต้องกลับบ้าน…
เขาค่อยๆ คลานไปหยิบไม้พายอีกอันที่วางอยู่ท้ายเรือ มือสั่นจนแทบจับอะไรไม่ถนัด
แต่ทันใดนั้น
ครืด…ครืด…
เสียงเหมือนเล็บขนาดยักษ์ขูดกับท้องเรือดังขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า
ชิดหยุดนิ่ง ไม่กล้าขยับแม้แต่นิ้วเดียว
ครืด…ครืด…
เสียงนั้นเคลื่อนที่ ครูดไปตามท้องเรือจากหัวไปท้าย ช้าๆ เหมือนสิ่งที่อยู่ใต้เรือกำลังวนรอบ กำลังดมกลิ่น กำลังหาทาง
เรือลำน้อยสั่นสะเทือน โคลงเคลงจนน้ำกระฉอกขึ้นมาเปียกขอบ
ชิดกำไม้พายไว้แน่น น้ำตาไหลพราก
“พ่อครู…ช่วยด้วย…”
เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ทันทีที่คำว่า ‘พ่อครู’ หลุดออกจากปาก เสียงขูดก็หยุดลงฉับพลัน เรือหยุดโคลงเคลง ความนิ่งสงบเข้ามาแทนที่
ชิดนั่งอยู่อย่างนั้นหลายอึดใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงจั๊กจั่นหลีดหลิ่งเรไรอีกครั้ง
มันไปแล้วหรือ…?
ความคิดนั้นแวบขึ้นมาในหัว ก่อนจะค่อยๆ คลายมือจากไม้พาย แล้วพยายามตั้งสติ
พายกลับ…พายกลับ…กลับบ้าน…
พอคิดได้ดังนั้นชิดค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมองกราบเรือ เพื่ออยากจะดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำหรือไม่
ผิวน้ำดำสนิท มองไม่เห็นอะไร เขาก้มต่ำลงอีกนิด พยายามส่องให้ชัด
และแล้ว…!
พรึ่บ!
ข้อนิ้วซีดขาวเน่าเฟะพุ่งขึ้นจากน้ำ!
มือนั้นคว้าหมับเข้าที่ลำคอของชิด นิ้วยาวเรียวเย็นเยือกกำลังรัดแน่นจนหายใจไม่ออก แรงมหาศาลกระชากร่างของเขาปลิวตกลงไปในน้ำ
ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าทุกรูขุมขน น้ำเข้าปากเข้าจมูก เขาดิ้นรน พยายามสะบัดมือที่รัดคอออก แต่มือนั้นแข็งแรงเหลือเกิน แข็งแรงเกินกว่ามนุษย์จะมี เขาเปิดตาในน้ำ และเห็นมัน
ใบหน้าซีดขาวจนเขียวคล้ำลอยประชิดห่างเพียงปลายจมูก เส้นผมยาวสยายสีดำมะเมื่อมพลิ้วไหวราวกับฝูงงูน้ำที่กำลังร่ายรำ เข้าพันธนาการรัดรึงรอบลำคอและแขนขาของชิดจนขยับหนีไม่ได้ ดวงตาขาวโพลนไร้ตาดำจ้องเขม็งมองเขาไม่กะพริบ รอยยิ้มกว้างผิดปกตินั้นยังคงประดับบนใบหน้า พร้อมเสียงหัวเราะหวีดหวิวที่ดังสะท้อนก้องเข้ามาในโสตประสาททั้งที่อยู่ใต้น้ำ
“คิก...คิก...คิก...”
ริมฝีปากเน่าเฟะขยับรัวเร็ว ปล่อยคำบริกรรมคาถาวิปลาสผ่านฟองอากาศที่พุดพราย
“อิมะวะ นะ กะระ วิญญา...มานิ มามา...อาคัจฉายะ...”
สิ้นเสียงมนตร์ดำ มุมปากที่ฉีกยิ้มอยู่แล้วพลันกระตุกวูบ
กร๊อบ!
เสียงกระดูกขากรรไกรลั่นสนั่นน้ำ ปากของนางไม่ได้แค่อ้าออก แต่ฉีกกว้างขึ้นไปจนถึงใบหู ขากรรไกรล่างห้อยตกลงมาอย่างผิดธรรมชาติราวกับงูเหลือมยักษ์ เผยให้เห็นโพรงปากดำมืดที่เต็มไปด้วยฟันซี่เล็กแหลมคมเรียงรายซ้อนกันนับร้อยซี่ และกลิ่นสาบสางแห่งความตายที่พุ่งออกมาปะทะหน้า
ชิดเบิกตาโพลงด้วยความสยดสยองสุดขีด อยากจะกรีดร้องแต่ไร้เสียง
งับ!
ในพริบตาเดียว ปากมหึมานั้นพุ่งเข้าครอบศีรษะ ของชิดจนมิดไปถึงลำคอ ความมืดมิดและความเย็นยะเยือกเข้ากัดกินศีรษะเขาทันที แรงบีบมหาศาลจากขากรรไกรกดลงบนกะโหลกจนแทบแตกละเอียด สติของชิดดับวูบลง
ในวินาทีนั้น เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณที่ศีรษะหายเข้าไปในปากผีร้าย ก่อนจะค่อยๆ ถูกลากจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแม่น้ำที่มืดมิดและหนาวเหน็บ
ตลอดกาล…
.
.
ผิวน้ำกลับมานิ่งสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เรือแจวว่างเปล่าลอยเคว้งคว้างอยู่กลางแม่น้ำ ตะเกียงที่หัวเรือดับสนิท มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่ส่องลงมาอาบผืนน้ำดำ
แล้วผิวน้ำก็กระเพื่อม ร่างของหญิงสาวค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำอย่างเชื่องช้า
ไม่ใช่การแหวกว่าย ไม่ใช่การโผล่พ้นน้ำแบบคนธรรมดา แต่เป็นการยืนขึ้นมาจากความลึกที่ผิดธรรมชาติ ราวกับมีพื้นที่มองไม่เห็นรองรับอยู่ใต้เท้า
นางยืนอยู่เหนือน้ำ สไบยังคงเปียกโชกแนบตัว ผมยาวสยายปิดใบหน้าครึ่งซีก หยดน้ำไหลรินลงมาตามเรือนกายราว
ดวงตาขาวโพลนไม่เหลือลูกตาดำเปลี่ยนเป็นแดงก่ำดุจโลหิต ยามจับจ้องฝ่าความมืดไปยังเรือนไทยหลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน
ริมฝีปากซีดเผือดของนางเผยอ เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยออกมาตามสายลม
“…สัตยา”
เสียงกระซิบนั้นเอ่ยเรียกแผ่วเบา ทว่าแผ่แรงกดดันออกมามหาศาล กลิ่นดอกราตรีและตะไคร่น้ำเน่าฟุ้งกระจายไปทั่ว ต้นจากริมน้ำสะบัดใบราวถูกลมพายุโหมกระหน่ำ นกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้บินหนีกระเจิดกระเจิงไปในความมืด
ร่างของหญิงสาวค่อยๆ จมหายกลับลงไป ช้าๆ เหมือนกำลังถอยกลับไปรออะไรบางอย่าง
หรืออาจจะเป็นใครบางคน…
ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน กลิ่นคาวเลือดที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืน และเรือลำน้อยที่ลอยเคว้งคว้างไร้ผู้โดยสาร
แสงจันทร์เสี้ยวส่องลงมาทอดเงายาวบนผิวน้ำดำสนิท รอจนกว่าจะถูกแทนที่ด้วยแสงตะวันเฉกเช่นทุกเมื่อเชื่อวัน
ราตรีเงียบสงัดนี้อาจจะยังคงเดียวดายต่อไปจนรุ่งสาง ถ้าไม่มี…
ตุบ!
เสียงบางอย่างล่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ใหญ่ของท่าน้ำอีกฝั่ง พร้อมเสียงตะโกน
แก๊ง…! แก๊ง…! แก๊ง…! แก๊ง…!
เสียงระฆังที่มีไว้ตีเตือนเหตุร้ายดังก้อง ชาวบ้านเริ่มจุดตะเกียงกันทีละหลังจนสว่างโร่ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านเริ่มทยอยเดินออกมาจากบ้านตัวเองทีละคนสองคน
ส่วนคนตีระฆังก็วิ่งไปหยุดหน้าบ้านนั้นทีบ้านนี้ที พร้อมกับพูดประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ วนไปมา
“ใครก็ได้ช่วยด้วย…! มีไอ้เข้…! ข้าเห็นกับตา ไอ้เข้มันออกมาอาละวาดกินคน! มีเด็กหนุ่มถูกจระเข้จับไปกินอีกแล้ว!”
ใครจะไปนึกว่าจะมีคนหาปลาอีกคนที่บังเอิญเมาโซซัดโซเซอุตริปีนขึ้นไปนอนพิงต้นไม้ใหญ่ริมท่าน้ำ
แต่กลับตื่นมาเห็นเหตุการณ์ในจังหวะนั้นเข้าพอดี…!
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 บทพิเศษ ๓
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#40 บทที่ 40 บทพิเศษ ๒
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#39 บทที่ 39 บทพิเศษ ๑
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#38 บทที่ 38 บทที่ ๓๒
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#37 บทที่ 37 บทที่ ๓๑
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#36 บทที่ 36 บทที่ ๓๐
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#35 บทที่ 35 บทที่ ๒๙
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#34 บทที่ 34 บทที่ ๒๘
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#33 บทที่ 33 บทที่ ๒๗
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#32 บทที่ 32 บทที่ ๒๖
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”













